ตอนที่ 39

***บทที่ 39: หลักฐานที่ร่วงหล่น***

แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากระทบหลังคามุงฟางของบ้านตระกูลหลี่ ทว่าไม่อาจส่องสว่างเข้าไปถึงจิตใจที่มืดบอดและเต็มไปด้วยความริษยาของซุนเหมยฮวาได้ สะใภ้ใหญ่แห่งบ้านตระกูลหลี่ยังคงซุ่มซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงดินที่แตกร้าว ลมหายใจของนางถูกกดให้แผ่วเบาที่สุด ดวงตาเรียวเล็กดุจงูพิษจดจ้องไปยังบานประตูห้องครัวซอมซ่ออย่างไม่วางตา

ไม่นานนัก บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าก็ถูกผลักออก หลินเหม่ยหลินก้าวเท้าออกมาพร้อมกับสะพายตะกร้าไม้ไผ่ไว้บนหลัง มือเรียวบางที่บัดนี้ดูขาวผ่องและมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจูงมือเสี่ยวเป่าเอาไว้ เด็กน้อยสวมชุดผ้าฝ้ายสีซีดแต่สะอาดสะอ้าน ใบหน้าที่เคยซูบตอบจนเห็นกระดูกบัดนี้กลับมีพวงแก้มยุ้ยสีชมพูระเรื่อ สองแม่ลูกเดินเคียงคู่กันมุ่งหน้าออกจากลานบ้านเพื่อไปยังลำธารท้ายหมู่บ้าน

ซุนเหมยฮวารอจนกระทั่งแผ่นหลังของทั้งสองลับสายตาไป รอยยิ้มหยันที่มุมปากก็ปรากฏขึ้นทันที

"ไปให้พ้นหน้าเลยนังตัวดี..." นางแค่นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะขยับตัวพุ่งพรวดออกจากที่ซ่อนราวกับสุนัขจิ้งจอกที่เห็นเหยื่อ

แม้เมื่อครู่นางจะเพิ่งเข้ามาค้นหาหลักฐานแล้วคว้าน้ำเหลว แต่สัญชาตญาณความโลภในใจร้องเตือนว่าหลินเหม่ยหลินต้องมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่แน่ กลิ่นเนื้อตุ๋นหอมหวนที่ลอยมาจากลมหายใจของเสี่ยวเป่ายังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท ซุนเหมยฮวาผลักบานประตูห้องครัวให้เปิดออกอีกครั้งด้วยความร้อนรน

ภายในห้องครัวยังคงมืดทึบและคับแคบ กลิ่นอายความยากจนแทบจะฝังรากลึกอยู่ในทุกอณูของพื้นดิน ซุนเหมยฮวาไม่รอช้า นางลงมือรื้อค้นทุกซอกทุกมุมอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ไหใส่ข้าวสารถูกเปิดออกดูจนหมด ฝาหม้อดินเผาถูกแง้มดูทุกใบ กระทั่งเถ้าถ่านในเตาก็ยังถูกไม้เขี่ยจนฝุ่นฟุ้งกระจาย

"ไม่มี... ไม่มีอะไรเลย! นังแพศยานั่นมันเอาเนื้อกับข้าวสารไปซ่อนไว้ที่ไหน!" ซุนเหมยฮวากระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธา นางหอบหายใจแรง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องครัวที่ว่างเปล่า

นางหารู้ไม่ว่า วัตถุดิบชั้นยอด ข้าวสารอาหารแห้ง และเงินทองทั้งหมด ล้วนถูกหลินเหม่ยหลินเก็บกวาดเข้าสู่ 'มิติลับสวนวิเศษ' ไปจนหมดสิ้นแล้ว ต่อให้นางพลิกแผ่นดินหาในห้องครัวแห่งนี้ก็ย่อมไม่มีวันพบ

ทว่า ในขณะที่ซุนเหมยฮวากำลังจะหันหลังกลับด้วยความสิ้นหวังและเจ็บใจ สายตาอันแหลมคมดุจเหยี่ยวของนางก็พลันสะดุดเข้ากับมุมอับสายตาบริเวณซอกกองฟืน... สถานที่เดียวกับที่นางจดจ้องไว้ก่อนหน้านี้

บนพื้นดินที่แห้งผาก มีรอยหยดของเหลวสีเข้มขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยร่วงหล่นอยู่ ซุนเหมยฮวาหรี่ตาลง นางรีบก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปย่อตัวลงตรงหน้ากองฟืนนั้น ปลายนิ้วหยาบกร้านแตะลงบนรอยของเหลวที่เพิ่งแห้งหมาดๆ แล้วนำขึ้นมาดม

ดวงตาของสะใภ้ใหญ่เบิกกว้างขึ้นในฉับพลัน!

"นี่มัน... น้ำซีอิ๊วหมักเนื้อ!" หัวใจของนางเต้นระรัว กลิ่นหอมล้ำลึกของเครื่องเทศและไขมันสัตว์ที่เข้มข้นเตะจมูกอย่างจัง มันเป็นกลิ่นของน้ำแกงตุ๋นเนื้อชั้นดีที่แม้แต่ในงานเลี้ยงของเศรษฐีในตัวตำบลก็ยังหาดมได้ยากยิ่ง

เมื่อพบเบาะแส ซุนเหมยฮวาจึงรีบก้มหน้าลงต่ำ เพ่งมองเข้าไปในซอกลึกระหว่างท่อนฟืนที่วางซ้อนกัน ไม่นานนัก ลมหายใจของนางก็ต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นวัตถุบางอย่างตกหล่นอยู่ลึกเข้าไปในซอกหลืบ

นางรีบยื่นมือสอดเข้าไปกอบโกยเศษฟืนออกอย่างไม่กลัวเสี้ยนตำ ก่อนจะดึงสิ่งนั้นออกมาสู่แสงสว่าง

สิ่งที่ปรากฏอยู่บนฝ่ามือของซุนเหมยฮวา คือ 'เห็ดหอม' ดอกหนึ่ง

แต่มันไม่ใช่เห็ดหอมธรรมดาที่ชาวบ้านเก็บได้ตามชายป่า! มันคือเห็ดหอมชั้นเลิศระดับพรีเมียม ดอกใหญ่เท่ากำปั้นเด็กทารก เนื้อหมวกเห็ดหนานุ่มอวบอิ่ม ผิวสีน้ำตาลเข้มของมันแตกเป็นลวดลายสีขาวราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานงดงามไร้ที่ติ เพียงแค่วางอยู่บนฝ่ามือ กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่อัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์ของธรรมชาติก็ลอยคลุ้งขึ้นมาเตะจมูก บ่งบอกถึงคุณภาพที่เหนือล้ำกว่าของป่าทั่วไปหลายสิบเท่าตัว

มือของซุนเหมยฮวาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม นางเคยตามจ้าวกุ้ยเซียนไปในตลาดตำบลชิงจู๋ เคยเห็นพ่อค้าของป่าตระกูลใหญ่ประมูลซื้อขาย 'เห็ดหอมลายบุปผา' เช่นนี้ในราคาสูงลิบลิ่ว เห็ดเพียงดอกเดียว มีมูลค่ามากกว่าเนื้อหมูสิบชั่งเสียอีก!

"นังสะใภ้รอง... นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!" ซุนเหมยฮวากำเห็ดหอมในมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความริษยาและความตื่นเต้นที่อัดอั้น "มิน่าเล่า! ช่วงนี้นางถึงได้กล้าต่อปากต่อคำนัก มิน่าเล่าลูกของนางถึงได้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นผิดหูผิดตา ที่แท้นางก็แอบลักลอบซุกซ่อนของล้ำค่าราคาแพงลิบลิ่วเช่นนี้เอาไว้!"

ในหัวของสะใภ้ใหญ่ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว หลินเหม่ยหลินต้องแอบนำของป่าล้ำค่าเหล่านี้ไปขายในเมือง แล้วนำเงินมาแอบซื้อเนื้อกินเองอย่างสุขสบายเป็นแน่ ทั้งที่เงินทุกอีแปะในบ้านควรจะต้องตกเป็นของท่านแม่ และถูกนำมาจุนเจือหลี่ต้าเหอผู้เป็นสามีของนาง!

"หลักฐานคาตาเช่นนี้ ดูซิว่าเจ้าจะแก้ตัวอย่างไร!" ซุนเหมยฮวาแสยะยิ้มอำมหิต นางรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าออกมา ห่อเห็ดหอมชั้นเลิศดอกนั้นไว้อย่างทะนุถนอมราวกับเป็นทองคำแท่ง แล้วยัดมันลงไปในสาบเสื้อ ลึกสุดแนบชิดกับหน้าอกของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็น

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ ริมลำธารท้ายหมู่บ้าน หลินเหม่ยหลินที่กำลังนำผ้าลงไปซักในน้ำใสสะอาด พลันชะงักมือค้าง

*[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบเสี่ยวชุ่ย: ตรวจพบความผิดปกติ!]* เสียงแหลมเล็กของปัญญาประดิษฐ์ดังขึ้นในห้วงความคิด *[นายหญิง ท่านทำวัตถุดิบ 'เห็ดหอมวิเศษลายบุปผา' ระดับยอดเยี่ยม ร่วงหล่นหายไปหนึ่งดอกระหว่างการเคลื่อนย้ายออกจากมิติลับเมื่อครู่นี้เจ้าค่ะ!]*

ดวงตากลมโตของหลินเหม่ยหลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางลอบสำรวจในมิติลับของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้านี้ ตอนที่นางรีบร้อนนำวัตถุดิบออกมาเตรียมทำอาหาร นางเผลอทำถุงใส่เห็ดเกี่ยวเข้ากับเศษไม้ข้างกองฟืน!

ภาพตัดกลับมาที่บ้านตระกูลหลี่ ซุนเหมยฮวาก้าวฉับๆ ออกมาจากห้องครัวซอมซ่อด้วยท่าทางผยองประดุจแม่ทัพที่เพิ่งชนะศึก ดวงตาของนางวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งการทำลายล้าง นางหันไปมองทิศทางที่ห้องพักของแม่สามีตั้งอยู่ มือข้างหนึ่งกุมห่อผ้าในสาบเสื้อไว้แน่น

"ความลับของเจ้าจบสิ้นแล้ว หลินเหม่ยหลิน..." นางพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ข้าจะเอาหลักฐานชิ้นนี้ไปให้ท่านแม่ดู ให้ท่านแม่แหกอกเจ้า แล้วริบสมบัติทุกอย่างที่เจ้าซ่อนไว้มาเป็นของข้าให้หมด!"

ท้องฟ้าที่เคยสดใสเริ่มมีเมฆดำลอยเคลื่อนเข้ามาบดบังแสงตะวัน ลมเหนือพัดวูบผ่านลานบ้านตระกูลหลี่ หอบเอาเศษใบไม้แห้งปลิวว่อน ราวกับเป็นลางบอกเหตุว่า ความสงบสุขจอมปลอมกำลังจะสิ้นสุดลง และคลื่นความบ้าคลั่งระลอกใหม่กำลังจะโถมซัดเข้าใส่หลินเหม่ยหลินในไม่ช้านี้!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: พายุลูกใหม่กำลังก่อตัว]**