ตอนที่ 5

***บทที่ 5: ปะทะฝีปากสะใภ้ใหญ่***

เสียงทุบประตูไม้เก่าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกบานประตูให้พังครืนลงมา บานประตูกระแทกกับวงกบเสียงโครมครามจนฝุ่นผงร่วงกราวมาจากเพดานดิน หลินเหม่ยหลินลอบถอนหายใจยาว นางเพิ่งจะจัดการเก็บซ่อนร่องรอยของการปรุงอาหารเมื่อคืนให้พ้นจากสายตาผู้คน พลันต้องมาเผชิญหน้ากับมารผจญแต่เช้าตรู่

นางก้าวฉับๆ ไปยังประตู บิดลูกบิดไม้ที่โยกคลอน เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของซุนเหมยฮวา สะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลี่ ยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองนางราวกับจะกลืนกิน

"นังสะใภ้รอง! ยังจะมัวนอนกินบ้านกินเมืองอยู่อีกหรือ! รีบไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ เอาฟืนกับน้ำที่เจ้าหามาได้เมื่อวานส่งมาให้ข้า พี่ใหญ่ของเจ้าอ่านตำราจนดึกดื่น บัดนี้ต้องการต้มน้ำอุ่นเพื่อชำระกาย รีบไสหัวออกมายกฟืนไปต้มน้ำให้พี่ใหญ่เจ้าเดี๋ยวนี้!" ซุนเหมยฮวาตวาดเสียงแหลมปรี๊ด ถ้อยคำรุนแรงเสียดแทงราวกับมีดคมที่กรีดแทงเข้ามาในโสตประสาท

หลินเหม่ยหลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จ้องมองสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาเรียบเฉย ไม่มีความหวาดกลัวหรือเกรงใจเฉกเช่นหลินเหม่ยหลินคนเดิมอีกต่อไป นางไม่ตอบโต้ด้วยเสียงตะคอกกลับ หากแต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ "ฟืนและน้ำที่ข้าหามาด้วยสองมือของตนเอง ไฉนต้องมอบให้ผู้อื่นเล่า? หรือสะใภ้ใหญ่เห็นว่าข้าไร้เรี่ยวแรงถึงเพียงนั้น ถึงได้มาเบียดเบียนของที่ข้าอุตส่าห์หามาได้อย่างยากลำบาก"

ถ้อยคำที่เฉียบคมราวใบมีดโกนของนาง ทำเอาซุนเหมยฮวาถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยคาดคิดว่าหลินเหม่ยหลินผู้ขี้ขลาดและอ่อนแอจะกล้าโต้ตอบนางเช่นนี้!

"แก… แกกล้าดียังไงมาพูดจาเช่นนี้กับข้า! ข้าเป็นสะใภ้ใหญ่ เป็นพี่สะใภ้ของแกนะ! นี่เป็นคำสั่งของท่านแม่ต่างหาก! พี่ใหญ่ต้าเหออ่านตำราจนเหน็ดเหนื่อย ต้องชำระกายด้วยน้ำอุ่น นี่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด แกเป็นแค่สะใภ้รอง มีหน้าที่ปรนนิบัติพี่ใหญ่และดูแลบ้านช่อง ไฉนถึงได้บังอาจขัดคำสั่ง!" ซุนเหมยฮวาชี้หน้าหลินเหม่ยหลินด้วยนิ้วที่สั่นเทิ้ม ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

หลินเหม่ยหลินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนซุนเหมยฮวารู้สึกเสียวสันหลังวาบ "ปรนนิบัติพี่ใหญ่? ดูแลบ้านช่อง? หึ... ข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่ต้าเหอของท่าน มีสองมือ สองเท้า สามารถเดินเหินไปหาน้ำหาฟืนมาต้มเองได้ มิใช่บุรุษไร้ความสามารถถึงเพียงนั้นกระมัง? อีกทั้งฟืนและน้ำนี้ ข้ามิได้ขอเงินทองจากตระกูลหลี่แม้แต่เฟื้องเดียว ข้าหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของข้าเอง หากท่านสะใภ้ใหญ่หรือพี่ใหญ่ต้องการน้ำอุ่นจริง เหตุใดไม่ไปหามาด้วยตนเองเล่า? หรือเห็นว่าพวกเราเป็นสตรีจึงต้องทนแบกรับภาระทั้งหมด"

นางขยับกายไปยืนพิงกรอบประตูเล็กน้อย กอดอกมองซุนเหมยฮวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "อีกอย่าง... สามีของข้าออกไปทำงานต่างเมือง ส่งเงินทองมาจุนเจือตระกูล มิได้มีหน้าที่ส่งฟืนส่งน้ำให้พี่ชายที่เอาแต่นอนอ่านตำราไม่รู้แล้ว รู้จักใช้เงินแต่ไม่รู้จักหา"

คำพูดเสียดแทงของหลินเหม่ยหลินปักลึกลงไปในใจของซุนเหมยฮวา นางหน้าถอดสี ขาสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นและอับอาย หลี่ต้าเหอผู้เป็นสามีของนางนั้น แม้จะสอบจอหงวนไม่ติด แต่ก็ยังคงถือตนว่าเป็นบัณฑิตผู้สูงส่ง ไม่เคยแตะต้องงานบ้านงานเรือนแม้แต่น้อย ซุนเหมยฮวาเองก็ต้องคอยปรนนิบัติสามีจนเคยตัว แต่กลับมาถูกหลินเหม่ยหลินประจานต่อหน้าเช่นนี้ นางจะทนได้อย่างไร!

"แก! แกมันนังแพศยา! ปากร้ายไร้ยางอาย! คอยดูเถิด ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ให้ท่านแม่ลงโทษแกให้สาสม!" ซุนเหมยฮวากรีดร้องเสียงหลงราวกับถูกน้ำร้อนลวก นางไม่รอช้า หันหลังวิ่งแจ้นไปทางเรือนใหญ่ของจ้าวกุ้ยเซียน ผู้เป็นแม่สามี ด้วยความเร็วที่หาได้ยากยิ่ง

หลินเหม่ยหลินมองตามหลังนางไปจนลับสายตา ก่อนจะส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นางรู้ดีว่าเรื่องนี้ยังไม่จบสิ้น จ้าวกุ้ยเซียนผู้ลำเอียงและรักลูกชายคนโตเหนือสิ่งอื่นใด ย่อมต้องออกมาปกป้องซุนเหมยฮวาและหลี่ต้าเหอเป็นแน่

ไม่นานนัก เสียงแหลมปรี๊ดของซุนเหมยฮวาก็ดังระงมมาจากเรือนใหญ่ ตามมาด้วยเสียงก่นด่าของจ้าวกุ้ยเซียนที่ดังขึ้นเรื่อยๆ หญิงชราผู้ซึ่งเคยบีบคั้นหลินเหม่ยหลินมาตลอด ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเรือนพักของนางด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ดวงตาขุ่นขวาง จ้องมองหลินเหม่ยหลินราวกับจะแผดเผาให้เป็นเถ้าถ่าน

"นังสะใภ้รองสารเลว! แกกล้าดียังไงมาโต้ตอบพี่สะใภ้เช่นนี้! แล้วยังดูหมิ่นพี่ใหญ่ต้าเหออีก! ฟืนกับน้ำแค่ไม่กี่ท่อน ไฉนถึงได้งกนัก! รีบยกฟืนกับน้ำมาเดี๋ยวนี้! อย่าให้ข้าต้องออกโรงเอง!" จ้าวกุ้ยเซียนตวาดลั่น เสียงของนางสั่นเครือด้วยความโกรธ ฝ่ามือเหี่ยวย่นยกขึ้นชี้หน้าหลินเหม่ยหลิน

หลินเหม่ยหลินผายมือออกเล็กน้อย พลางเดินออกมาจากประตูเรือน ยืนเผชิญหน้ากับแม่สามีและสะใภ้ใหญ่ด้วยท่าทางองอาจ ดวงตาของนางสาดประกายเย็นเยียบ "ท่านแม่... ฟืนและน้ำนี้มิได้ลอยมาจากฟ้า มิได้ผุดขึ้นจากดิน ข้าเองที่ต้องเข้าป่าฟันฟืน แบกน้ำมาจากลำธารด้วยความยากลำบาก หากเพียงเพื่อต้มน้ำให้พี่ใหญ่ต้าเหอชำระกาย ข้ามิบังอาจให้ท่านแม่ต้องลำบาก แต่หากท่านแม่ต้องการให้น้ำและฟืนเหล่านี้เป็นของตระกูลหลี่ ข้าก็มิอาจขัดได้"

นาง pauses ชั่วครู่ มองตรงไปในดวงตาของจ้าวกุ้ยเซียน แล้วจึงเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ใบหน้าของหญิงชราแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด "แต่หากท่านแม่คิดจะยึดของที่สามีของข้าส่งมาเพื่อดูแลลูกเมียไปบำรุงบุตรชายที่เอาแต่นั่งอ่านตำราไม่รู้จักทำมาหากินเช่นนี้ ข้าก็มิอาจทนเก็บงำความลับนี้ไว้ได้อีกต่อไป ข้าจะไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านชิงสุ่ยทุกคนได้รับรู้ว่า ตระกูลหลี่ผู้มีหน้ามีตา บีบคั้นสะใภ้ที่สามีไม่อยู่ บังอาจยึดทรัพย์สินของบุตรชายผู้ทำงานหนักไปบำรุงบุตรชายคนโตที่ไร้ความสามารถ ขอให้ชาวบ้านจงตัดสินเถิดว่า ใครผิด ใครถูก ใครสมควรได้รับความเห็นใจ"

สิ้นคำของหลินเหม่ยหลิน จ้าวกุ้ยเซียนถึงกับผงะ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าของนางขาวซีดเผือดราวกับถูกสาป ถ้อยคำของสะใภ้รองนั้นเฉียบแหลมและร้ายกาจยิ่งกว่าที่นางเคยเจอมา นางกลัวที่สุดคือการเสียหน้า เกียรติยศและชื่อเสียงของตระกูลหลี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อเสียงของหลี่ต้าเหอ ผู้ที่นางหวังจะให้เป็นจอหงวนเพื่อเชิดหน้าชูตาตระกูลนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของหลี่ต้าเหอจะต้องมัวหมองเป็นแน่แท้ ผู้คนจะพากันซุบซิบนินทาว่าตระกูลหลี่รังแกสะใภ้ ทั้งที่สามีของนางก็ทำงานหนักส่งเงินมาไม่ขาด

ซุนเหมยฮวาเองก็ยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและตกใจปนเป หลินเหม่ยหลินคนนี้... ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว นางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

"แก... แก... แกกล้าดียังไงมาข่มขู่ข้า!" จ้าวกุ้ยเซียนพยายามเปล่งเสียง แต่เสียงของนางกลับสั่นพร่า ไร้ซึ่งอำนาจเฉกเช่นเคย แววตาของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหวาดระแวงและลังเลใจ

"ข้ามิได้ข่มขู่ท่านแม่ เพียงแต่กล่าวความจริง หากท่านแม่ไม่เชื่อ ก็จงลองดูเถิดว่าชาวบ้านจะกล่าวถึงตระกูลหลี่เยี่ยงไร" หลินเหม่ยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีความเกรงกลัวแฝงอยู่แม้แต่น้อย นางยืนนิ่งสงบราวกับภูผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน

จ้าวกุ้ยเซียนมองสลับระหว่างใบหน้าอันเยือกเย็นของหลินเหม่ยหลินกับใบหน้าตื่นตระหนกของซุนเหมยฮวา สุดท้ายนางก็กัดฟันกรอด ข่มกลั้นความโกรธแค้นเอาไว้ในอก นางรู้ดีว่าเวลานี้มิใช่เวลาที่จะเปิดศึกกับสะใภ้รอง นางไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ไปถึงหูชาวบ้านได้เด็ดขาด

"หึ! เอาเถอะ! ในเมื่อแกเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้ ก็เก็บของของแกไว้เถิด! อย่าให้ข้าต้องมาเห็นหน้าแกอีก!" จ้าวกุ้ยเซียนสบถเสียงต่ำ พลางกระชากแขนซุนเหมยฮวาให้หันหลังกลับ นางจากไปพร้อมกับความโกรธแค้นที่อัดแน่นในใจ และความหวาดระแวงในตัวสะใภ้รองที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน นางไม่รู้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำพาเรื่องราวใดมาสู่ตระกูลหลี่อีกในภายภาคหน้า

หลินเหม่ยหลินมองตามหลังทั้งสองไปจนกระทั่งเงาร่างลับหายไปจากสายตา นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการสงบศึกชั่วคราว ความบาดหมางในครอบครัวนี้ยังคงดำเนินต่อไป ทว่าอย่างน้อยวันนี้ นางก็ได้แสดงจุดยืนของตนให้พวกเขารับรู้แล้วว่า นางไม่ใช่หลินเหม่ยหลินผู้ยอมคนอีกต่อไป

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เพาะปลูกในมิติลับ]**