น้ำพุวารีพิสุทธิ์ หยาดน้ำแห่งชีวิต
บานประตูเร้นลับแห่งจิตวิญญาณถูกผลักออกด้วยสมาธิอันแน่วแน่ สติสัมปชัญญะของฟางเซวี่ยหนิงถูกดึงดูดเข้าสู่อีกห้วงมิติหนึ่งในชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความมืดมิดของห้องนอนซอมซ่อก็อันตรธานหายไป สิ้นสลายกลายเป็นภาพทิวทัศน์ที่ทำให้นางต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
เบื้องหน้าของนางคือผืนดินกว้างขวางขนาดราวสองหมู่ ท้องฟ้าในมิติแห่งนี้ไร้ดวงตะวันหรือจันทรา ทว่ากลับสว่างไสวด้วยแสงสีทองอ่อนโยนที่แผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วทุกอณู อากาศที่สูดเข้าปอดนั้นบริสุทธิ์และหอมหวนยิ่งกว่าอากาศบนยอดเขาหลังฝนตก ผืนดินที่ทอดตัวอยู่แทบเท้าเป็นสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกชั้นดี เพียงแค่มองด้วยตาเปล่าและสัมผัสด้วยสัญชาตญาณของนักโภชนาการ นางก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือดินร่วนซุยที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่สตรีผู้คลุกคลีกับพืชพรรณมาทั้งชีวิตจะเคยพานพบ
"ที่นี่คือ... มิติสวนพฤกษาโภชนาอย่างนั้นหรือ" ฟางเซวี่ยหนิงพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงเจือไปด้วยความปีติยินดี
ทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนางหาใช่เพียงผืนดินดำขลับ เสียง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' ที่นางได้ยินขณะทำสมาธิ ยังคงดังกังวานแว่วมาอย่างต่อเนื่อง สตรีร่างบางก้าวเท้าเดินตามเสียงนั้นลึกเข้าไปยังกึ่งกลางของมิติ ที่นั่นนางได้พบกับสระหินหยกสีขาวบริสุทธิ์ขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าอ่างอาบน้ำ ภายในสระกักเก็บน้ำใสกระจ่างจนมองเห็นก้นบ่อ ผิวน้ำส่องประกายระยิบระยับราวกับรวบรวมแสงดาวนับหมื่นดวงมาไว้ด้วยกัน ไอหมอกบางเบาลอยอวลอยู่เหนือผิวน้ำ นำพาความสดชื่นที่ยากจะอธิบายมาสัมผัสผิวหน้า
นี่คือ 'บ่อน้ำพุวารีพิสุทธิ์' แหล่งกำเนิดแห่งความมีชีวิตชีวาทั้งมวลในมิติแห่งนี้!
ในจังหวะที่นางกำลังชื่นชมความงามของน้ำพุวิเศษอยู่นั้นเอง จู่ๆ อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมเข้าใส่ ร่างกายที่ผอมบางโอนเอนราวกับกิ่งหลิวต้องลมพายุ ฟางเซวี่ยหนิงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหยกขาว หอบหายใจถี่กระชั้น
ความเหนื่อยล้าจากการถางหญ้าและตรากตรำทำงานหนักเมื่อช่วงกลางวัน ผนวกกับร่างกายของเจ้าของร่างเดิมที่ถูกแม่สามีอย่างซุนเจี่ยวอวี้กดขี่ ใช้งานเยี่ยงทาส และให้กินแต่อาหารบูดเสียหรือน้ำข้าวใสๆ มานานแรมปี ได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว เมื่อความตื่นเต้นเริ่มจางหาย ร่างกายที่ขาดสารอาหารอย่างหนักก็ประท้วงขึ้นมา ดอกไม้สีแดงแห่งความอ่อนแอและโรคภัยกะพริบเตือนถี่ๆ ในมโนสำนึกผ่าน 'ดวงตาโภชนาการ' บ่งบอกว่าอวัยวะภายในของนางกำลังประท้วงอย่างหนัก หากไม่ได้รับการเยียวยา นางอาจสิ้นใจก่อนจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นแน่
ไม่มีเวลาให้ลังเล ฟางเซวี่ยหนิงกอบมือตักน้ำพุวารีพิสุทธิ์ที่เย็นฉ่ำขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก แล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
วินาทีที่หยาดน้ำล่วงล้ำผ่านลำคอ ความรู้สึกหวานล้ำและเย็นสดชื่นก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ราวกับสายฝนหยาดแรกที่ร่วงหล่นลงบนผืนดินที่แห้งแล้งมานานนับปี น้ำพุวารีพิสุทธิ์มิใช่น้ำธรรมดา แต่มันคือปราณแห่งชีวิตอันบริสุทธิ์ กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลเวียนไปตามเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่ปวดร้าว ชะล้างความเหนื่อยล้า บรรเทาความบอบช้ำภายใน และปรับสมดุลธาตุในร่างกายที่แปรปรวนให้กลับมาคงที่
ฟางเซวี่ยหนิงหลับตาพริ้ม สัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงที่หวนคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ แถบสีแดงเตือนภัยในมุมมองของดวงตาโภชนาการค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อนที่แสดงถึงความเสถียรภาพ แม้ร่างกายจะยังคงผอมบาง ทว่าความรู้สึกอ่อนเพลียปางตายนั้นได้ถูกปัดเป่าทิ้งไปจนสิ้น
เมื่อร่างกายได้รับการฟื้นฟู สติปัญญาอันเฉียบแหลมก็เริ่มวางหมากก้าวต่อไป นางมองไปยังน้ำพุวิเศษแล้วหวนนึกถึงแปลงดินที่ป่วยหนักนอกเรือน
"หากน้ำพุนี้สามารถชุบชีวิตร่างที่ใกล้แหลกสลายของข้าได้ ย่อมต้องรักษาแผ่นดินที่เสื่อมโทรมได้เช่นกัน"
ฟางเซวี่ยหนิงตั้งสติ ถอนจิตออกจากมิติกลับมาสู่เรือนพักในโลกแห่งความเป็นจริง นางลุกขึ้นเดินไปหยิบถังไม้เก่าๆ สองใบ สาวเท้าฝ่าความมืดออกไปยังบ่อน้ำบาดาลหลังเรือน ตักน้ำธรรมดาขึ้นมาจนค่อนถัง จากนั้นนางจึงเพ่งสมาธิ เปิดมิติอีกครั้ง แล้วนำน้ำพุวารีพิสุทธิ์เพียงหนึ่งจอกชา ผสมเจือจางลงไปในถังน้ำบาดาล
นางไม่ได้โง่เขลาพอที่จะใช้น้ำพุวิเศษล้วนๆ รดลงบนดิน หากผืนดินเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไปจนผิดธรรมชาติ ย่อมดึงดูดสายตาแห่งความริษยาและความหวาดระแวงจากผู้คนในหมู่บ้านชิงซี การเจือจางด้วยสัดส่วนที่พอเหมาะคือแผนการอันแยบยลที่สุด
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอาบไล้แปลงดินรกร้าง ฟางเซวี่ยหนิงใช้กระบวยค่อยๆ ตักน้ำที่ผสมแล้ว รดลงบนพื้นที่ส่วนเล็กๆ ที่นางและหลินซุ่ยฟางเพิ่งถางวัชพืชออกไปเมื่อตอนกลางวัน หยาดน้ำซึมซาบลงสู่ชั้นดินที่แห้งผากและแข็งกระด้างอย่างช้าๆ
นางกะพริบตาหนึ่งครั้ง เรียกใช้ความสามารถ 'ดวงตาโภชนาการ' เพ่งมองไปยังพื้นดินเบื้องหน้า
ภาพที่ปรากฏทำให้นางต้องลอบสูดลมหายใจด้วยความยินดี แถบสีเทาหม่นที่เคยมองเห็น บ่งบอกถึงความแห้งแล้งและปราศจากแร่ธาตุ กำลังถูกแทนที่ด้วยสีสันแห่งชีวิต! แถบสีค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเทา เป็นสีเหลืองอ่อน และกลายเป็นสีเขียวเข้มอันอุดมสมบูรณ์ โครงสร้างของดินที่เคยแข็งตึงราวกับศิลา เริ่มคลายตัวออก กลายเป็นดินร่วนซุยที่ยอมให้อากาศและน้ำซึมผ่านได้ กลิ่นหอมของดินหลังฝนตกโชยเตะจมูก บ่งบอกว่าจุลินทรีย์และแร่ธาตุที่หลับใหลได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เพียงชั่วข้ามคืน ดินที่เคยตายไปแล้วกลับฟื้นคืนชีพ กลายเป็นแหล่งเพาะปลูกชั้นยอดที่พร้อมจะอุ้มชูเมล็ดพันธุ์กลายพันธุ์จากมิติของนาง!
รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้างาม แผนการปลูกพืชผักสีสันแปลกตาเพื่อแย่งชิงพื้นที่การค้าในตลาดอำเภอหยุนไหล ขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงอีกก้าวหนึ่งแล้ว ทว่าความชื่นชมยินดีกลับอยู่ได้ไม่นาน...
*โครก... คราก...*
เสียงคำรามประท้วงดังกึกก้องมาจากกระเพาะอาหาร ฟางเซวี่ยหนิงยกมือขึ้นกุมท้องแน่น แม้น้ำพุวารีพิสุทธิ์จะช่วยปรับสมดุลและฟื้นฟูความเหนื่อยล้า แต่มันมิใช่อาหารที่ให้อิ่มท้อง เสบียงในเรือนเหลือเพียงข้าวสารก้นหม้อที่ไม่อาจประทังชีวิตไปได้ถึงรุ่งเช้า หากไม่มีอาหารตกถึงท้อง แม้จะมีดินวิเศษหรือเมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศ นางก็คงต้องอดตายก่อนจะได้เห็นผลผลิตงอกเงย
สตรีร่างบางเงยหน้าขึ้นมองฝ่าความมืดมิดทะลุหน้าต่างเรือน สายตาจับจ้องไปยังเงาทะมึนของ 'ภูเขาหลินซาน' ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายหมู่บ้าน ในขณะที่ดวงตาโภชนาการยังคงทำงานอยู่นั้นเอง ท่ามกลางความมืดมิดของป่าเขาลึก นางพลันมองเห็นกลุ่มก้อนของแสงสีเขียวมรกตและสีเหลืองทองสว่างไสว เปล่งประกายวูบวาบอยู่ไกลลิบ แสงนั้นหนาแน่นและอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการในระดับที่เหนือกว่าพืชผักทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด!
มีของดีซ่อนอยู่บนเขาหลินซาน... วัตถุดิบชั้นเลิศที่ชาวบ้านธรรมดามองข้ามกำลังรอคอยนางอยู่!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ขึ้นเขาหลินซาน หาเสบียงประทังชีพ]**