ขึ้นเขาหลินซาน หาเสบียงประทังชีพ

ยามอิ๋น (03.00 - 04.59 น.) ท้องฟ้าเบื้องนอกยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลอดผ่านหมู่เมฆลงมาอาบไล้เรือนหลังเก่า ฟางเซวี่ยหนิงรัดสายคาดเอวให้แน่นขึ้นเพื่อข่มความหิวโหยที่กำลังประท้วงอย่างหนัก แม้ร่างกายจะได้รับการฟื้นฟูจากน้ำพุวารีพิสุทธิ์จนมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก ทว่ากระเพาะที่ว่างเปล่ามาหลายวันย่อมต้องการอาหารของจริงเพื่อประทังชีวิต

หญิงสาวคว้าตะกร้าสานใบเก่าสะพายขึ้นหลัง มือเรียวกระชับเสียมด้ามสั้นที่ขึ้นสนิมเล็กน้อยไว้แน่น นางสูดลมหายใจเข้าลึก นัยน์ตาหงส์ทอประกายเด็ดเดี่ยวขณะทอดมองไปยังเงาทะมึนของภูเขาหลินซาน ท่ามกลางความมืดมิดที่ชาวบ้านทั่วไปหวาดกลัว ทว่าในสายตาของนางที่เปิดใช้ 'ดวงตาโภชนาการ' ขุนเขาแห่งนี้กลับกลายเป็นคลังสมบัติที่ส่องสว่างด้วยแสงสีเขียวมรกตและสีเหลืองทองวูบวาบดุจดวงดาวบนผืนดิน

นางผลักบานประตูไม้ลานเรือนออกอย่างแผ่วเบา อาศัยความทรงจำและแสงสว่างเรืองรองจากพรรณไม้เบื้องหน้าเป็นเครื่องนำทาง มุ่งหน้าสู่ตีนเขาหลินซานอย่างเงียบเชียบ

ทว่าในจังหวะที่ร่างบางกำลังก้าวล่วงเข้าสู่แนวชายป่า เงาร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่หลังต้นเฟิงใหญ่ริมทางเดิน กู้เหมยหลิง อดีตน้องสะใภ้ผู้มีใบหน้าแง่งอนอยู่เป็นนิจ บังเอิญตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อจะไปปลดทุกข์ที่หลังเรือน นัยน์ตาของนางเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาคุ้นตาของฟางเซวี่ยหนิงกำลังมุ่งหน้าขึ้นเขาในยามวิกาล

"นังหญิงหม้ายไร้ยางอาย! ดึกดื่นป่านนี้แอบขึ้นเขาไปทำอันใด หรือว่า... จะแอบไปลักลอบพบชู้รัก? ไม่สิ... หรือว่านางซ่อนสมบัติสินเดิมที่เหลือเอาไว้บนนั้น!" กู้เหมยหลิงพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความริษยาและความอยากรู้อยากเห็นอันดำมืด หากนางจับได้ว่าฟางเซวี่ยหนิงทำเรื่องบัดสี หรือหาทรัพย์สมบัติที่ซ่อนไว้เจอ นางจะได้นำเรื่องนี้ไปป่าวประกาศให้ชาวบ้านชิงซีได้รับรู้ และยึดสมบัตินั้นมาเป็นของตระกูลกู้เสีย!

ด้วยความโลภที่บังตา กู้เหมยหลิงจึงลืมความหวาดกลัวต่อป่ายามค่ำคืน นางรวบชายกระโปรงแล้วย่องตามเงาของฟางเซวี่ยหนิงเข้าไปในภูเขาหลินซานอย่างเงียบกริบ

ภายในป่าทึบ อากาศเย็นเยียบและชื้นแฉะ กิ่งไม้แห้งหักลั่นอยู่ใต้ฝ่าเท้า ทว่าฟางเซวี่ยหนิงกลับก้าวเดินอย่างมั่นคง นางไม่ได้สนใจเส้นทางเดินป่าที่พรานป่าถางเอาไว้ แต่เลือกเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้รกทึบ เพราะในคลองจักษุของนาง ธรรมชาติกำลังแสดงภาพที่แปลกประหลาดและมหัศจรรย์ยิ่งนัก

พืชพรรณและวัชพืชทั่วไปที่ไร้ประโยชน์ ปรากฏเป็นเพียงแถบสีเทาหม่นหมองบ่งบอกถึงความว่างเปล่าทางโภชนาการ ผักป่าบางชนิดที่ชาวบ้านมักเก็บไปต้มกิน ปรากฏเป็นแถบสีเหลืองอ่อน บ่งบอกว่ามีสารอาหารเพียงประปรายกินประทังหิวได้แต่ไม่อาจบำรุงร่างกาย

ทว่าเป้าหมายของฟางเซวี่ยหนิงคือกลุ่มแสงสีเขียวเข้มที่สว่างไสว!

นางหยุดฝีเท้าลงหน้าพุ่มไม้หนาทึบที่ดูเผินๆ เหมือนเถาวัลย์มีพิษ หญิงสาวใช้เสียมแหวกเถาวัลย์เหล่านั้นออก เผยให้เห็นกอใบสีเขียวคล้ำที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องล่าง ดวงตาโภชนาการอ่านค่าความสมบูรณ์ที่แผ่ออกมาเป็นแถบสีเขียวมรกตเข้มข้น

'หัวซานเย่าป่า (มันเทศภูเขา) อายุหลายปี อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ธาตุเหล็ก และวิตามินบีสูงลิบลิ่ว เหมาะแก่การฟื้นฟูพลังงานยิ่งนัก!'

ริมฝีปากบางยกยิ้มอย่างพึงใจ ฟางเซวี่ยหนิงลงมือขุดดินร่วนซุยอย่างระมัดระวัง เพียงไม่นาน หัวซานเย่าป่าอวบอ้วนสีน้ำตาลเข้มขนาดเท่าท่อนแขนก็ถูกดึงขึ้นมาจากผืนดิน นางปัดเศษดินออกแล้วโยนลงตะกร้าอย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถของดวงตาโภชนาการ นางไม่ต้องเสียเวลาขุดสุ่มสี่สุ่มห้า ทุกครั้งที่ลงเสียม ย่อมได้เสบียงชั้นเลิศที่ซ่อนอยู่ลึกใต้ดินหรือตามซอกหินที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

ในขณะที่ฟางเซวี่ยหนิงกำลังเพลิดเพลินกับการเก็บเกี่ยวเสบียงราวกับเดินหยิบของในตลาด ทางด้านกู้เหมยหลิงที่แอบตามมากลับกำลังเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส

"โอ๊ย! หนามบ้าอันใดกันเนี่ย!" กู้เหมยหลิงสบถเสียงหลงเมื่อกระโปรงตัวเก่งถูกเถาหนามเกี่ยวจนขาดวิ่น

เนื่องจากฟางเซวี่ยหนิงเดินตามแสงแห่งโภชนาการ เส้นทางที่นางเลือกจึงคดเคี้ยว ไร้ทิศทาง และเต็มไปด้วยพุ่มไม้รกชัฏ บางครั้งก็มุดลอดโพรงรากไม้ บางครั้งก็ไต่ขึ้นเนินหินชัน กู้เหมยหลิงที่พยายามสะกดรอยตามในความมืดโดยไม่มีแสงสว่างนำทาง เริ่มสูญเสียทิศทาง นางหันซ้ายแลขวา มองเห็นเพียงเงาต้นไม้ทะมึนที่ดูราวกับปีศาจร้ายกำลังเหยียดแขนกิ่งก้านเข้าหา

หมอกยามเช้าเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมผืนป่า บดบังวิสัยทัศน์จนขาวโพลน กู้เหมยหลิงหมุนตัวเคว้งคว้าง เสียงหมาป่าหอนดังแว่วมาจากยอดเขาทำให้นางขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

"ฟาง... ฟางเซวี่ยหนิง! นังแพศยา เจ้าอยู่ไหน!" กู้เหมยหลิงตะโกนเรียกด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มรื้นขึ้นมา นางหลงทางเสียแล้ว หลงอยู่ในป่าลึกโดยไม่มีแม้แต่คบเพลิงประดับมือ ความคิดที่จะจับผิดหรือแย่งชิงสมบัติมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจที่ต้องเผชิญกับความมืดมิดและภัยร้ายในป่าตามลำพัง

เสียงกรีดร้องและเสียงสะอื้นไห้ของกู้เหมยหลิงแว่วมาตามสายลม ทว่าฟางเซวี่ยหนิงที่อยู่ห่างออกไปอีกฟากของแนวป่าเพียงปรายตามองไปทางต้นเสียงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก นางหาได้ใส่ใจจะกลับไปช่วยเหลือผู้ที่คิดร้ายต่อนางไม่ หากกู้เหมยหลิงอยากรู้อยากเห็นนัก ก็จงลิ้มรสบทเรียนของการแส่ไม่เข้าเรื่องอยู่ในเขาวงกตธรรมชาติแห่งนี้ไปเสียเถิด

หญิงสาวละความสนใจจากเสียงนกกระจอกเทศหลงทาง แล้วหันกลับมาจดจ่อกับสิ่งมหัศจรรย์เบื้องหน้า ดวงตาโภชนาการของนางกำลังเบิกกว้าง เมื่อมองเห็นแสงสีเหลืองทองอร่ามที่สว่างจ้าดุจดวงตะวันดวงเล็กๆ ซ่อนอยู่ใต้รากของต้นสนยักษ์ที่ยืนต้นตายมานับร้อยปี

แสงสีทองนั้นมิใช่พืชผักประทังหิว แต่มันคือสัญลักษณ์ของ 'ตัวยาชั้นเลิศ' ที่ควบแน่นปราณฟ้าดินและสารอาหารหายากเอาไว้จนเปี่ยมล้น!

ฟางเซวี่ยหนิงก้าวเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นระรัว นางคุกเข่าลงบนพรมตะไคร่น้ำ ใช้มือเปล่าค่อยๆ คุ้ยเศษใบไม้แห้งและดินที่ทับถมกันมานานปีออกอย่างทะนุถนอม กลิ่นหอมเย็นยะเยือกของสมุนไพรโบราณโชยแตะจมูก

และแล้ว สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้นางต้องสูดลมหายใจเข้าลึก...

มันคือ 'หวงจิง' (โสมคนป่า หรือ กะชายวิเศษ) ขนาดมหึมา รูปร่างของมันคดเคี้ยวราวกับมังกรจำศีล เปลือกนอกสีทองแดงเป็นมันเงา แผ่กลิ่นอายความอุดมสมบูรณ์และสรรพคุณทางยาที่เข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้ ด้วยประสบการณ์ของนักโภชนาการและสายตาที่ประเมินคุณค่าผ่านระบบ นางรู้ได้ทันทีว่าสมุนไพรรากนี้มีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี!

นี่มิใช่แค่เสบียง แต่มันคือทองคำที่เติบโตได้ในดิน! หากนำสิ่งนี้ไปขายให้ถูกที่ มันจะเป็นทุนรอนก้อนใหญ่ที่ช่วยให้นางเริ่มต้นตั้งตัวและซื้อเมล็ดพันธุ์มาเพาะปลูกในมิติได้อย่างสบายๆ

ฟางเซวี่ยหนิงระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการใช้ด้ามเสียมค่อยๆ แงะรากหวงจิงออกจากชั้นหิน ทว่าในขณะที่นางกำลังจะดึงสมุนไพรล้ำค่ารากนี้ขึ้นมาสู่แสงสว่าง ทันใดนั้น แสงสีทองของหวงจิงกลับกะพริบวาบ ก่อนจะสะท้อนให้เห็น 'บางสิ่ง' ที่ถูกซ่อนอยู่ลึกกว่านั้นลงไปใต้รากสน สิ่งนั้นเปล่งประกายสีแดงชาดเข้มข้น รุนแรง และเปี่ยมไปด้วยพลังงานมหาศาลจนทำให้หน้าต่างระบบในดวงตาโภชนาการของนางสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง!

มือที่จับรากหวงจิงอยู่ถึงกับชะงักงัน ฟางเซวี่ยหนิงเบิกตากว้าง จ้องมองแสงสีแดงชาดที่กำลังทอประกายเรืองรองฝ่าความมืดทะลุชั้นดินขึ้นมา...

สมบัติที่แท้จริงของเขาหลินซาน... กำลังรอนางอยู่เบื้องล่างนี้!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หมอไป๋แห่งหมู่บ้านชิงซี]**