กระต่ายผอมแห้งกับแผนการของคนโลภ

แน่นอน ปรมาจารย์ผู้นี้จะรังสรรค์ผลงานตามกฎเหล็กที่ท่านกำหนดทุกประการ

***

เสียงของฟู่สือเยี่ยนที่แหบต่ำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "ทางนี้"

นิ้วของเขาชี้ไปยังทางชันขึ้นสู่เนินเขาที่ขรุขระ "แม้จะลำบากกว่า แต่รอยเท้าสัตว์ป่าบนทางนั้นเบาบางกว่ามาก ส่วนทางหุบเขานั่น...มีกลิ่นอายของสัตว์ร้ายปะปนกันหนาแน่นเกินไป ค่ำคืนนี้ไม่เหมาะจะเสี่ยง"

ผู้อพยพคนอื่นๆ พยักหน้าเห็นพ้อง พวกเขาต่างเหนื่อยล้าเกินกว่าจะอยากเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่จำเป็น การตัดสินใจของพรานหนุ่มผู้ช่ำชองจึงเปรียบเสมือนประกาศิต

ขบวนคนเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง ปีนป่ายไปตามทางลาดชันอย่างทุลักทุเล เมื่อหาที่พักแรมพอจะอาศัยหลบไอหมอกยามค่ำคืนได้แล้ว ทุกคนก็ต่างแยกย้ายไปจัดการธุระของตนเอง ฟู่สือเยี่ยนวางสัมภาระลงก่อนจะหันไปกล่าวกับเจียงหว่านหนิงด้วยเสียงเรียบ "ข้าจะไปดูรอบๆ เผื่อมีอะไรให้ล่า"

เจียงหว่านหนิงพยักหน้ารับ "ท่านโปรดระวังตัวด้วย"

นางมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาที่หายลับเข้าไปในเงาไม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงหันมาช่วยซุนหลิวฟางและฟู่ชิวเยว่ก่อกองไฟเล็กๆ เพื่อให้ความอบอุ่น

ไม่นานนัก ฟู่สือเยี่ยนก็กลับมา ในมือของเขาหิ้วกระต่ายป่าตัวหนึ่ง ทว่ามันผอมแห้งจนแทบจะเห็นซี่โครง หนังเหี่ยวย่นหุ้มกระดูก ดูแล้วน่าเวทนามากกว่าน่ากิน

"ได้มาเพียงเท่านี้" เขากล่าวอย่างจนใจ "ปีนี้ทุรกันดาร สัตว์ป่าก็ยังอดอยาก"

ถึงกระนั้น ฟู่ชิวเยว่ก็ยังดวงตาเป็นประกาย "มีเนื้อแล้ว! พี่สะใภ้ พวกเราจะได้กินซุปเนื้อกระต่ายแล้ว!"

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหว่านหนิง "อืม เดี๋ยวข้าจะจัดการให้"

ทว่าความยินดีเล็กๆ น้อยๆ นี้กลับไปเข้าหูของคนที่ไม่ควรได้ยิน เจียงรุ่ยซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเหลือบมาเห็นกระต่ายในมือฟู่สือเยี่ยนพอดี ดวงตาของนางฉายแววอิจฉาริษยาขึ้นมาทันควัน นางรีบวิ่งกลับไปที่กลุ่มของตระกูลเจียงทันที

"ท่านพ่อ! ท่านอาหญิงรอง!" นางกระซิบกระซาบเสียงแหลม "บ้านนั้น...บ้านนั้นมันล่ากระต่ายมาได้! พวกมันกำลังจะแอบกินกันสองคนแม่ลูกแล้ว!"

หลินชุ่ยเจียวเบิกตากว้าง "ว่ากระไรนะ! มีของดีแล้วคิดจะเก็บไว้กินเองรึ ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"

เจียงต้าไห่ขมวดคิ้ว ลูบเคราแพะของตนไปมา "ในยามยากลำบากเช่นนี้ ทุกคนควรร่วมแรงร่วมใจกัน การกระทำเช่นนี้ใช้ไม่ได้"

กล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังกองไฟของครอบครัวฟู่ทันที โดยมีหลินชุ่ยเจียวและเจียงรุ่ยเดินตามหลังมาติดๆ

"สือเยี่ยน" เจียงต้าไห่เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงของผู้ใหญ่ใจดี "ได้ยินว่าเจ้าล่ากระต่ายมาได้รึ"

ฟู่สือเยี่ยนเหลือบมองคนทั้งสามด้วยสายตาเย็นชา "ใช่"

"ดี! ดีมาก!" เจียงต้าไห่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ในฐานะผู้อาวุโส ข้าขอชื่นชมเด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเช่นเจ้า แต่...เนื้อกระต่ายตัวนี้ พวกเราตระกูลเจียงสมควรมีส่วนด้วย"

ซุนหลิวฟางหน้าซีดเผือด นางกำลังจะเอ่ยปาก แต่เจียงหว่านหนิงกลับวางมือบนแขนของนางเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม

"ท่านลุงใหญ่" เจียงหว่านหนิงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆ "ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ"

"หมายความว่าอย่างไรน่ะรึ!" หลินชุ่ยเจียวเป็นฝ่ายชิงพูดขึ้นก่อน "พวกเราเป็นญาติกันมิใช่หรือ! เจ้าเป็นหลานข้า เมื่อมีของดีก็ต้องนำมาแบ่งปันผู้หลักผู้ใหญ่ นี่คือความกตัญญู! หรือว่าพอแต่งเข้าบ้านอื่นแล้วก็ลืมรากเหง้าของตนเองไปแล้ว!"

เจียงหว่านหนิงยังคงยิ้ม "ท่านป้าสะใภ้กล่าวถูกเจ้าค่ะ ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ เพียงแต่...กระต่ายตัวนี้สามีของข้าเป็นผู้ล่ามาด้วยความยากลำบาก ทั้งยังเป็นของในครอบครัวฟู่ พวกเราจะตัดสินใจเองคงไม่เหมาะ..."

"เหลวไหล!" เจียงต้าไห่ตวาด "พวกเราเป็นครอบครัวใหญ่ที่เดินทางมาด้วยกัน จะมาแบ่งแยกของเจ้าของข้าได้อย่างไร! นำเนื้อกระต่ายมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! ข้าจะนำไปแบ่งปันให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเอง!"

ฟู่สือเยี่ยนกำหมัดแน่น ไอสังหารอันเยียบเย็นเริ่มแผ่ออกมาจากร่าง แต่เจียงหว่านหนิงกลับบีบมือเขาเบาๆ แล้วส่ายหน้าช้าๆ นางขยิบตาให้เขาเป็นสัญญาณ ก่อนจะหันไปทางเจียงต้าไห่ด้วยสีหน้าจำยอม

"ในเมื่อท่านลุงใหญ่ถึงกับอ้างความกตัญญูขึ้นมา ข้าในฐานะหลานไหนเลยจะกล้าขัดขืน" นางถอนหายใจยาว "ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะแบ่งเนื้อกระต่ายให้ แต่ขอข้าเป็นคนจัดการเองเถิดเจ้าค่ะ"

เห็นนางยอมแพ้ง่ายๆ เจียงต้าไห่และหลินชุ่ยเจียวก็เผยสีหน้าลิงโลดออกมาทันที "เช่นนั้นก็รีบเข้าสิ! พวกเราหิวจะแย่อยู่แล้ว!"

เจียงหว่านหนิงรับกระต่ายผอมแห้งตัวนั้นมา นางเดินเลี่ยงไปยังมุมหนึ่งที่ค่อนข้างลับตาคน อ้างว่า "ต้องการจัดการเครื่องในที่น่าสะอิดสะเอียน"

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดมองเห็น นางก็แสร้งทำเป็นก้มลงจัดการกับซากกระต่าย แต่ในใจกลับเรียกใช้มิติส่วนตัวของนางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

‘ห้องยาอนาคต!’

เพียงพริบตาเดียว ขวดแก้วเล็กๆ บรรจุผงสีขาวอมน้ำตาลก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของนาง บนฉลากมีอักษรสมัยใหม่เขียนกำกับไว้ชัดเจน—‘ผงสมุนไพรสกัดเข้มข้น: ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย’

นี่เป็นยาที่นางเตรียมไว้ในโลกก่อนสำหรับอาการท้องผูก แต่ด้วยเทคโนโลยีสกัดขั้นสูง ทำให้มันมีฤทธิ์รุนแรงกว่ายาถ่ายทั่วไปหลายสิบเท่า

เจียงหว่านหนิงแสยะยิ้มมุมปาก นางชำแหละกระต่ายอย่างรวดเร็ว แยกเนื้อส่วนที่ดีที่สุดซึ่งมีอยู่น้อยนิดอย่างเนื้อสันและขาหลังทั้งสองข้างซ่อนเอาไว้ ส่วนเนื้อติดกระดูก เนื้อส่วนท้องที่มีแต่พังผืด และเครื่องในบางส่วนที่พอกินได้ นางโยนมันลงในถุงผ้าที่เตรียมไว้ จากนั้นก็เปิดขวดยา เทผงสมุนไพรเจ้าปัญหานั่นลงไปจนเกือบหมดขวด!

นางคลุกเคล้าทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน กลิ่นของผงสมุนไพรถูกกลิ่นคาวเลือดของกระต่ายกลบไปจนหมดสิ้น

ครู่ต่อมา นางก็เดินกลับมาพร้อมกับถุงผ้าเปื้อนเลือด ยื่นให้กับหลินชุ่ยเจียวที่รออยู่ "นี่เจ้าค่ะ ส่วนของพวกท่านป้า ข้าแบ่งให้ตามความเหมาะสมแล้ว"

หลินชุ่ยเจียวรับมาแล้วแอบเปิดดูแวบหนึ่ง แม้จะเป็นส่วนที่ดูไม่น่ากินนัก แต่ก็ยังเป็นเนื้อ นางจึงยิ้มอย่างพึงพอใจ "ดีมาก ยังรู้จักความกตัญญูอยู่บ้าง"

หลังจากตระกูลเจียงจากไปพร้อมกับชัยชนะจอมปลอม ฟู่สือเยี่ยนจึงขยับเข้ามาถามเสียงเบา "เจ้าทำอะไร"

เจียงหว่านหนิงยิ้มเจ้าเล่ห์ "ข้าเพียงแค่ 'ปรุงรส' เพิ่มเล็กน้อย เพื่อแสดงความกตัญญูต่อท่านลุงใหญ่เท่านั้นเอง"

นางไม่รอให้เขาซักไซ้ต่อ หันไปหยิบเนื้อส่วนที่ดีที่สุดที่ซ่อนไว้ออกมา ล้างด้วยน้ำสะอาดที่นางแอบนำออกมาจากมิติ แล้วใส่ลงในหม้อดินใบเล็กพร้อมกับสมุนไพรบำรุงกำลังสองสามชนิดที่นางเก็บไว้

"ท่านแม่ น้องรอง มาช่วยกันต้มซุปเถอะเจ้าค่ะ คืนนี้อากาศหนาวเย็น ต้องบำรุงร่างกายเสียหน่อย"

กลิ่นหอมของซุปเนื้อกระต่ายค่อยๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาจากกองไฟของครอบครัวฟู่ เป็นกลิ่นหอมบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากกลิ่นคาวแปลกๆ ที่ลอยมาจากฝั่งของตระกูลเจียงอย่างสิ้นเชิง

ซุนหลิวฟางมองดูสะใภ้คนนี้ด้วยแววตาซับซ้อน นางรู้สึกได้ว่าเจียงหว่านหนิงเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เพียงเด็กสาวที่อ่อนแอและขี้ขลาดอีกต่อไป

ค่ำคืนนั้น ครอบครัวฟู่ได้ลิ้มรสซุปเนื้อร้อนๆ ที่หอมหวานบำรุงร่างกาย เจียงหว่านหนิงตักเนื้อนุ่มๆ ส่วนใหญ่ให้ซุนหลิวฟาง ฟู่ชิวเยว่ และเจียงอี้เฉินจนอิ่มหนำ

ส่วนทางฝั่งตระกูลเจียง เจียงต้าไห่และคนอื่นๆ ก็กำลังซดสตูว์เนื้อกระต่ายของตนอย่างตะกละตะกลาม พวกเขาไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเจียงหว่านหนิง...รอยยิ้มที่บ่งบอกว่าบทเรียนราคาแพงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า