ตอนที่ 15

***บทที่ 15: ทดลองปลูกผักในมิติ***

เมื่อดวงจิตของไป๋หลินก้าวข้ามขอบเขตแห่งความเป็นจริง สัมผัสแรกที่โอบล้อมกายคือมวลอากาศบริสุทธิ์ที่อวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของไอดินและพฤกษา แตกต่างจากฝุ่นทรายแห้งผากบนเส้นทางอพยพดินเหลืองราวฟ้ากับเหว ทันทีที่ลืมตาขึ้น เบื้องหน้าของเด็กสาวคือพื้นที่กว้างขวางอันเป็นมิติลับส่วนตัว ซึ่งบัดนี้ปรากฏผืนดินสีดำขลับขนาดหนึ่งไร่ทอดตัวอยู่เงียบๆ ภายใต้แสงสว่างนวลตาที่แผ่ซ่านมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน

บนฝ่ามือเล็กบอบบางของนางคือห่อผ้าเก่าคร่ำคร่าที่แอบซ่อนไว้จากกระเป๋าเสื้อของเสิ่นอวี้หลานผู้เป็นมารดา เมื่อค่อยๆ คลายปมผ้าที่ผูกไว้อย่างแน่นหนาออก ภายในเผยให้เห็นเมล็ดผักกาดกวางตุ้งเม็ดเล็กจิ๋วสีน้ำตาลเข้มจำนวนหนึ่ง พวกมันดูเหี่ยวแห้งและฝ่อลีบจนแทบจะไร้ซึ่งพลังแห่งชีวิต หากตกอยู่ในมือของชาวนาทั่วไปในยุคที่เกิดภัยแล้งเช่นนี้ คงถูกปัดทิ้งราวกับเศษผงที่ไร้ค่า ทว่าไป๋หลินรู้ดีว่ามารดาต้องลำบากยากเข็ญเพียงใดกว่าจะลักลอบเก็บซ่อนเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไว้ได้โดยไม่ให้แม่เฒ่าเจียงจับได้ ในสถานที่แห่งนี้ เมล็ดพันธุ์ที่ดูไร้ค่าเหล่านี้คือความหวังเดียวในการต่อลมหายใจของครอบครัวสายรอง

"เซินหนง-ศูนย์หนึ่ง" เสียงใสเอ่ยเรียกด้วยจิตคำนึงอย่างแผ่วเบา

พลันม่านแสงโปร่งใสสีฟ้าอ่อนก็เรืองรองขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงที่ไร้ระลอกอารมณ์ทว่าแฝงความนอบน้อมดังก้องในห้วงความคิดของนาง

"เซินหนง-ศูนย์หนึ่ง ยินดีรับใช้นายท่าน ระบบได้ทำการตรวจสอบสภาพเมล็ดพันธุ์ในมือของท่านเสร็จสิ้นแล้ว ยืนยันว่าเป็นเมล็ดผักกาดกวางตุ้งสายพันธุ์พื้นเมือง ทว่าจากสภาพการขาดน้ำและสารอาหารมาเป็นเวลานาน อัตราการงอกในสภาพแวดล้อมปกติจึงเหลือเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น ทว่า... ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากผืนดินในห้วงมิตินี้เพื่อพลิกฟื้นพวกมันได้"

ไป๋หลินกวาดสายตาหงส์มองแปลงดินดำหนึ่งไร่เบื้องหน้า พลางเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ "ดินพวกนี้มีคุณสมบัติพิเศษเช่นไรหรือ? เหตุใดเจ้าจึงมั่นใจนักว่ามันจะชุบชีวิตเมล็ดพันธุ์ที่ใกล้ตายเหล่านี้ได้"

"เรียนนายท่าน นี่คือ 'ดินดำวิญญาณ' ขั้นต้น" ม่านแสงปรากฏอักษรโบราณเรียงร้อยเป็นแถวชี้แจงสถานะของดินอย่างละเอียด "ผืนดินแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากปราณฟ้าดินอันบริสุทธิ์ มีความอุดมสมบูรณ์สูงสุด คุณสมบัติเด่นคือสามารถเร่งวงจรการเจริญเติบโตของพืชพรรณให้รวดเร็วขึ้นถึงสามเท่าจากเวลาปกติ ทั้งยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของรากให้แข็งแรง และต้านทานโรคพืชรวมถึงแมลงศัตรูพืชได้เป็นอย่างดี ระบบขอแนะนำให้นายท่านทำการเพาะปลูกลงบนดินดำวิญญาณนี้โดยตรง"

ดวงตาของไป๋หลินทอประกายวาววับดั่งดวงดาราในยามราตรี "เติบโตเร็วขึ้นสามเท่าเชียวหรือ... ช่างเป็นของล้ำค่าเสียจริง! เช่นนั้นหากข้าใช้น้ำพุจิตวิญญาณที่มีอยู่มารดบำรุงด้วยเล่า มันมิยิ่งเติบโตชั่วข้ามคืนเลยหรือ?"

"ระบบขอเตือนนายท่าน" เซินหนง-ศูนย์หนึ่งอธิบายแทรกขึ้นอย่างทันท่วงที "น้ำพุจิตวิญญาณมีพลังปราณเข้มข้นเกินไปสำหรับเมล็ดพันธุ์ที่อ่อนแอและใกล้ตายเช่นนี้ หากท่านรดลงไปโดยตรง พลังอันมหาศาลจะทำลายเส้นใยชีวิตของพืชจนปริแตกเพราะไม่อาจรองรับพลังได้ไหว ขอแนะนำให้นายท่านนำน้ำพุจิตวิญญาณเพียงหนึ่งหยด ผสมเข้ากับน้ำธรรมดาสิบส่วนเพื่อเจือจางความเข้มข้น จากนั้นจึงนำมารดบำรุงเมล็ดพันธุ์ วิธีนี้จะช่วยปลุกพลังชีวิตที่หลับใหลและกระตุ้นการงอกงามได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์แบบที่สุด"

ไป๋หลินพยักหน้ารับคำแนะนำอย่างเข้าใจวิถีแห่งการแพทย์และสมุนไพรดี การบำรุงผู้ที่อ่อนแอต้องค่อยเป็นค่อยไปฉันใด การดูแลพืชพรรณก็ย่อมเป็นฉันนั้น นางเดินไปยังมุมหนึ่งของมิติลับที่มีอุปกรณ์การเกษตรพื้นฐานวางเรียงรายอยู่ มือเล็กเอื้อมหยิบจอบเหล็กขนาดย่อมขึ้นมา แม้ร่างกายของเด็กสาววัยสิบห้าในยุคโบราณจะยังดูบอบบาง ทว่าผลจากการได้ดื่มน้ำพุจิตวิญญาณก่อนหน้านี้ ทำให้พละกำลังและเส้นเอ็นของนางได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาก

นางก้าวลงสู่แปลงดินดำวิญญาณ ลงมือขุดพลิกหน้าดินอย่างคล่องแคล่วเกินวัย ผืนดินนั้นช่างร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดีเยี่ยมราวกับได้รับการดูแลมาอย่างยาวนาน เพียงออกแรงขุดตวัดเพียงเล็กน้อยก็สามารถยกร่องเตรียมแปลงปลูกได้อย่างง่ายดาย เมื่อเตรียมแปลงดินดำขนาดหนึ่งไร่เสร็จสิ้น แม้จะไม่เต็มพื้นที่ทั้งหมดเพราะปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่มารดามีนั้นมีจำกัด แต่นางก็จัดสรรระยะห่างของการหยอดเมล็ดได้อย่างเป็นระเบียบตามวิสัยของปรมาจารย์ผู้พิถีพิถัน

ไป๋หลินบรรจงหยอดเมล็ดผักกาดกวางตุ้งที่เหี่ยวแห้งลงในหลุมดินตื้นๆ กลบดินทับอย่างเบามือ ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นที่จะได้เห็นผลผลิตอันล้ำค่า จากนั้น นางเดินไปตักน้ำจากสระน้ำใสสะอาดที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งเป็นเพียงน้ำจืดธรรมดาในมิติ นำมาบรรจุลงในถังไม้ ก่อนจะก้าวเดินไปที่บ่อน้ำพุจิตวิญญาณที่เปล่งประกายระยิบระยับ

นางใช้ใบไม้ใบใหญ่ตักรองรับหยาดน้ำพุจิตวิญญาณเพียงไม่กี่หยด บรรจงผสมลงไปในถังน้ำธรรมดา พลันเกิดระลอกคลื่นสีเขียวมรกตจางๆ แผ่กระจายไปทั่วผิวน้ำ กลิ่นหอมสดชื่นของพลังชีวิตลอยแตะจมูก บ่งบอกถึงสรรพคุณอันน่าอัศจรรย์ที่ถูกเจือจางจนอยู่ในระดับที่พอเหมาะพอดีแล้ว

เด็กสาวถือกระบวยตักน้ำวิเศษที่ผสมเสร็จ รดพรมลงบนแปลงดินที่เพิ่งเพาะปลูกอย่างสม่ำเสมอ น้ำใสซึมลึกผ่านชั้นดินดำลงไปหล่อเลี้ยงเมล็ดพันธุ์ที่แห้งผากเกือบสิ้นใจอยู่เบื้องล่าง เวลาในมิติลับดูเหมือนจะดำเนินไปในจังหวะของมันเอง นางยืนนิ่งเฝ้ารอคอยด้วยจิตใจที่เต้นระทึก

เพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูปหลังจากที่หยาดน้ำพุจิตวิญญาณเจือจางซึมลงสู่ใต้ผืนดิน ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึงก็บังเกิดขึ้นเบื้องหน้า!

ผืนดินดำที่ราบเรียบเริ่มปริแตกออกเป็นรอยแยกเล็กๆ เสียงลั่นเป๊าะแป๊ะเบาๆ ดังขึ้นประปราย ก่อนที่ยอดอ่อนสีเขียวมรกตจะค่อยๆ ดันตัวแทงทะลุผิวดินขึ้นมา ราวกับทารกน้อยที่ดิ้นรนตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน ต้นกล้าผักกาดกวางตุ้งงอกเงยขึ้นพร้อมกันนับร้อยต้น แข่งกันชูใบอ่อนรับปราณบริสุทธิ์ในอากาศ เพียงชั่วพริบตาเดียวในชั่วข้ามคืนของมิติแห่งนี้ แปลงดินที่เคยว่างเปล่าก็ถูกปกคลุมไปด้วยพรมสีเขียวขจีที่สั่นไหวระริก แม้จะยังเป็นเพียงต้นกล้า แต่ใบของมันกลับอวบอิ่ม เปล่งประกายมันวาว และแผ่กลิ่นอายของผักสดใหม่ที่ปราศจากความแห้งแล้งใดๆ

นี่คือปาฏิหาริย์แห่งดินดำที่เร่งเวลาสามเท่า ผนวกกับน้ำพุจิตวิญญาณที่มอบชีวิตใหม่! หากปล่อยไว้เช่นนี้ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันในโลกภายนอก ผักเหล่านี้ย่อมเติบโตเต็มที่พร้อมให้เก็บเกี่ยวเป็นแน่

มุมปากของเด็กสาวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง ดวงตาหงส์ทอประกายความยินดีอย่างปิดไม่มิด "สำเร็จแล้ว... รอดตายแล้ว ท่านแม่ ท่านพ่อ เสี่ยวชวน ครอบครัวของเราจะไม่อดตายอีกต่อไป"

ทว่าความยินดีนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ไป๋หลินก็ตระหนักถึงปัญหาใหญ่ที่ตามมา นางคำนวณเหตุการณ์ในใจอย่างรวดเร็ว หากผักเหล่านี้โตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นางย่อมไม่อาจนำออกไปต้มกินอย่างเปิดเผยได้ เพราะกลิ่นหอมของอาหารสดใหม่ย่อมดึงดูดสายตาละโมบของแม่เฒ่าเจียง ป้าสะใภ้ใหญ่ และผู้คนในตระกูลหลักที่ยังคงจ้องจับผิด รวมถึงผู้อพยพคนอื่นๆ ที่กำลังหิวโหยจนตาลาย หากความแตก ย่อมนำมาซึ่งการแย่งชิงและภัยพิบัติระลอกใหญ่สู่ครอบครัวสายรอง

"ข้าต้องหาวิธีทำให้คนพวกนั้นหลับลึกราวกับท่อนไม้ในยามค่ำคืน... หลับสนิทจนไม่ได้กลิ่นและไม่ได้ยินเสียงใดๆ ทั้งสิ้น" ไป๋หลินพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์และเด็ดขาดเฉกเช่นปรมาจารย์พิษผู้ไร้พ่าย "บางที... ข้าอาจต้องเตรียมสกัดยาสลบไร้กลิ่นขึ้นมาสักขนาน เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันมื้ออาหารของครอบครัวข้า"

ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดถึงแผนการใหญ่เพื่อมื้ออาหารลับของครอบครัวอยู่นั้น พลันระบบเซินหนง-ศูนย์หนึ่งก็ส่งสัญญาณเตือนกะพริบแสงสีแดงวาบขึ้นบนม่านแสงโปร่งใส ทำลายความเงียบสงบในมิติลับลงอย่างกะทันหัน

[แจ้งเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบความเคลื่อนไหวปริศนาภายนอกมิติ ระยะห่างจากร่างเนื้อของนายท่านไม่ถึงสามก้าว!]

ไป๋หลินใจหายวาบ รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบ มีผู้ใดกำลังแอบย่องเข้าใกล้เกวียนไม้ของครอบครัวนางในยามวิกาลเช่นนี้! หรือว่าความหวาดกลัวต่อ 'เกวียนผีสิง' จะจางหายไป และมีผู้มุ่งร้ายหมายจะลอบขโมยเสบียงที่เหลืออยู่น้อยนิดของพวกนางยามหลับใหล!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ยาสลบไร้กลิ่นและมื้ออาหารลับ]**