ตอนที่ 2

***บทที่ 2: ระบบเซินหนงและมิติลับ***

ท่ามกลางห้วงสติที่จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ดังกังวานเมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่นพลังงานที่อบอุ่น ไป๋หลินรู้สึกราวกับวิญญาณของตนถูกดึงดูดเข้าไปในสถานที่เร้นลับบางอย่าง ทันใดนั้น ความมืดมิดเบื้องหน้าพลันถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างสีคราม หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงปรากฏขึ้นกลางห้วงคำนึงของนาง พร้อมกับตัวอักษรเรืองแสงที่วิ่งผ่านสายตาอย่างรวดเร็ว

*[ระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ เซินหนง-01 ทำการเชื่อมต่อกับคลื่นสมองเสร็จสิ้น... ยืนยันตัวตนโฮสต์: ไป๋หลิน]*

น้ำเสียงกลไกที่ไร้อารมณ์ทว่าแฝงไว้ด้วยความคุ้นเคยดังขึ้นในหัว ไป๋หลินแม้จะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่สติปัญญาอันเฉียบแหลมของปรมาจารย์แพทย์หญิงยังคงทำงานอย่างเต็มเปี่ยม นางจดจำได้ทันทีว่า ‘เซินหนง’ คือชื่อของแหวนหยกวิญญาณโบราณที่นางพกติดตัวไว้เสมอในชาติก่อน ไม่นึกเลยว่าเมื่อทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ แหวนหยกวงนั้นจะผสานเข้ากับวิญญาณและกลายสภาพเป็นระบบผู้ช่วยอันล้ำยุคเช่นนี้

*[กำลังเริ่มต้นระบบสแกนชีวภาพ... ประเมินสภาพร่างกายของโฮสต์และบุคคลรอบข้าง]*

แสงสีครามจากหน้าจอโฮโลแกรมกวาดผ่านร่างของนางในโลกความจริง ก่อนจะแผ่ขยายวงกว้างออกไปครอบคลุมร่างของบิดามารดาและน้องชายที่อยู่เคียงข้าง ข้อมูลมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง

*[แจ้งเตือนระดับสีแดง: ร่างกายของโฮสต์อยู่ในภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำขั้นวิกฤต มวลกล้ามเนื้อถดถอย สภาพร่างกายของบุคคลในครอบครัวที่เชื่อมโยง (ไป๋ฉางเซิง, เสิ่นอวี้หลาน, ไป๋เสี่ยวชวน) อยู่ในเกณฑ์วิกฤตเช่นเดียวกัน หากไม่ได้รับสารอาหารและน้ำสะอาดภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง อาจส่งผลให้ระบบการทำงานของอวัยวะล้มเหลว]*

ข้อความเหล่านั้นตอกย้ำถึงความโหดร้ายของภัยแล้งและการถูกกดขี่จากตระกูลใหญ่ ไป๋หลินรู้ดีว่าหากลืมตาตื่นขึ้นมาตอนนี้ นางก็ไม่อาจเสกอาหารออกมาจากความว่างเปล่าได้ นางจึงเลือกที่จะแกล้งหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ร่างกายภายนอกได้พักผ่อนซึมซับไออุ่นจากอ้อมแขนของมารดา ในขณะที่จิตใต้สำนึกของนางออกคำสั่งให้ระบบเปิดประตูสู่ 'มิติลับ' ที่ซ่อนอยู่ในแหวนหยกวิญญาณ

เพียงแค่คิด ร่างจิตของไป๋หลินก็ก้าวเข้ามาสู่พื้นที่อันน่าอัศจรรย์ อากาศในมิตินี้บริสุทธิ์และชุ่มชื้น แตกต่างจากสายลมแห้งผากที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายในโลกภายนอกราวฟ้ากับเหว เบื้องหน้าของนางคือผืนดินสีดำขลับขนาดหนึ่งไร่พอดี ดินดำวิญญาณเหล่านี้ร่วนซุยและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ เพียงแค่มองด้วยตาเปล่า ปรมาจารย์ด้านสมุนไพรอย่างนางก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือดินชั้นเลิศที่สามารถปลูกพืชพรรณใดก็งอกงามได้อย่างรวดเร็ว

ถัดจากแปลงดินดำไปไม่ไกล มีโขดหินหยกสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่ ตรงกลางโขดหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กกะทัดรัด หยาดน้ำสีใสกระจ่างราวกับคริสตัลค่อยๆ หยดลงมาจากปลายหินย้อยด้านบน ก่อเกิดเป็นเสียง 'ติ๋ง... ติ๋ง...' ที่ฟังดูไพเราะราวกับดนตรีสวรรค์

*[รายงานจากเซินหนง-01: นี่คือบ่อน้ำพุจิตวิญญาณหยดเล็ก ในปัจจุบันสามารถผลิตน้ำพุวิญญาณได้วันละหนึ่งถังไม้ น้ำพุนี้มีสรรพคุณในการชำระล้างพิษ ฟื้นฟูพละกำลังที่เหือดหาย และเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณได้ในระดับพื้นฐาน]*

มุมปากของร่างจิตไป๋หลินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ แม้จะผลิตได้เพียงวันละหนึ่งถัง แต่ในยุคสมัยที่เกิดภัยแล้งจนผู้คนต้องฆ่าฟันกันเพื่อแย่งชิงน้ำขุ่นๆ เพียงครึ่งชาม น้ำพุจิตวิญญาณที่ใสสะอาดและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตนี้ ย่อมเป็นดั่งไพ่ตายที่จะช่วยพลิกชะตาชีวิตของครอบครัวสายรองได้อย่างแน่นอน

ในขณะที่จิตของไป๋หลินกำลังสำรวจมิติลับอย่างมีความหวัง สถานการณ์ที่ต้นขบวนอพยพกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเจตนาร้าย

หวังชุ่ยฮวาวิ่งกระหืดกระหอบจนเนื้อตัวสั่นเทิ้มมาถึงจุดที่ครอบครัวสายหลักพักผ่อนอยู่ สตรีร่างท้วมทิ้งตัวลงแทบเท้าของแม่เฒ่าเจียงผู้เป็นแม่สามี บีบน้ำตาเทียมและเริ่มฟ้องร้องด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด

"ท่านแม่! ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเจ้าคะ! นังเด็กเหลือขอไป๋หลิน มันผีเข้าหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ข้าเพียงแค่หวังดีเดินไปดูว่าพวกมันตายกันหรือยัง แต่มันกลับกล้าลงไม้ลงมือกับข้า ซ้ำยังใช้สายตาอาฆาตมาดร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อข้าอีกด้วยเจ้าค่ะ!" หวังชุ่ยฮวาใส่สีตีไข่อย่างหน้าไม่อาย พลางชูข้อมือที่ยังคงมีรอยแดงจางๆ ให้ดูเป็นหลักฐาน

แม่เฒ่าเจียงที่กำลังนั่งเคี้ยวแผ่นแป้งแห้งอย่างสบายใจพลันหยุดชะงัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเห็นแก่ตัวบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางกระแทกกระบอกน้ำลงบนพื้นอย่างแรงจนฝุ่นคลุ้ง

"นังเด็กเนรคุณ! ครอบครัวรองมันกินข้าวของตระกูลไป๋มาตั้งแต่เกิด บัดนี้ปีกกล้าขาแข็งกล้าทำร้ายป้าสะใภ้ใหญ่ของมันเชียวหรือ! ดี... ช่างดีนัก!" แม่เฒ่าเจียงกัดฟันกรอด แววตาฉายแววอำมหิต "คืนนี้ปล่อยให้พวกมันหิวตายไปก่อน พรุ่งนี้เช้าตรู่ ข้าจะไปคิดบัญชีกับพวกมันด้วยตัวเอง จะสั่งสอนให้รู้สำนึกว่าใครคือเจ้านาย และจะค้นเสบียงทุกหยาดหยดของพวกมันมาให้จินเป่าหลานรักของข้าให้หมด!"

คำประกาศิตของแม่เฒ่าเจียงทำให้หวังชุ่ยฮวาลอบยิ้มเยาะในใจอย่างผู้ชนะ

ตัดกลับมาที่มุมพักพิงอันซอมซ่อของครอบครัวสายรอง ไป๋หลินค่อยๆ ดึงสติกลับมาจากมิติลับ นางสัมผัสได้ถึงฝ่ามือเล็กๆ ที่เย็นเฉียบของไป๋เสี่ยวชวน ผู้เป็นน้องชายตัวน้อยที่กำลังกุมมือนางไว้แน่น เด็กชายสะอื้นไห้เงียบๆ ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนของนางพลางพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "พี่รอง... ท่านอย่าทิ้งข้าไปนะ..."

ไป๋หลินขยับนิ้วมือเล็กน้อย บีบตอบฝ่ามือที่ผอมโซของน้องชายเบาๆ เป็นการบอกใบ้ว่านางยังปลอดภัย ความอบอุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้วทำให้เด็กชายชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความโล่งใจ ทว่าไป๋หลินยังคงหลับตาอยู่ นางกำลังวางแผนอย่างรัดกุมในหัว คืนนี้นางจะหาวิธีนำน้ำพุจิตวิญญาณออกมาให้บิดามารดาและน้องชายดื่มกิน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งความมืดมิดของยามราตรีเริ่มจางหาย แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณทาบทามลงบนแผ่นดินที่แตกระแหง ทว่าความสงบสุขยามเช้าตรู่กลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน

เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ย่ำลงบนพื้นดินแห้งแล้ง ดังก้องสะท้อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงสบถด่าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังซึ่งพุ่งเป้ามายังจุดที่ครอบครัวสายรองกำลังพักผ่อนอยู่ ภัยร้ายที่หวังจะเหยียบย่ำพวกเขากำลังมาเยือนถึงหน้าประตูแล้ว!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: น้ำพุแห่งชีวิตและการเผชิญหน้าแม่เฒ่า]**