ตอนที่ 10
***บทที่ 10: กลยุทธ์การตลาดฉบับทะลุมิติ***
จางต้าหนิวแม้จะเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย ทว่าเมื่อเห็นประกายไฟอันแรงกล้าในดวงตาของดรุณีร่างอวบ เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ชายหนุ่มรีบจัดหาแผ่นไม้กระดานเนื้อสะอาดที่พอจะหาได้จากบริเวณนั้นมาเช็ดจนหมดจด แล้วส่งให้พร้อมกับมีดสั้นสำหรับตัดฟืนที่ลับมาจนคมกริบ
เฉินอวี้รับสิ่งของเหล่านั้นมาด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ นางสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับเปลี่ยนท่วงท่าจากการยืนห่อไหล่หลบซ่อนตัว กลายเป็นการยืนยืดอกหลังตรงอย่างมั่นคง ท่วงท่านี้คือบุคลิกภาพที่นางใช้ต้อนรับและให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าระดับสูงในโลกก่อน นางหยิบ 'ผักหยกน้ำค้าง' ต้นที่อวบอิ่มและงดงามที่สุดออกมาจากตะกร้าสาน วางลงบนแผ่นไม้กระดานอย่างทะนุถนอมราวกับกำลังเตรียมงานศิลปะชิ้นเอก
*ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!*
เสียงมีดสั้นกระทบแผ่นไม้ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะจะโคนและคล่องแคล่วว่องไว แม้รูปร่างจะเทอะทะ ทว่าข้อมือของเฉินอวี้กลับพลิ้วไหวและแม่นยำ ผักหยกน้ำค้างสีเขียวมรกตถูกหั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอดีคำอย่างประณีต เผยให้เห็นเนื้อในที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำใสบริสุทธิ์ กลิ่นหอมหวานสดชื่นที่เคยกักเก็บไว้ในใบผักพลันฟุ้งกระจายออกมารอบทิศทางรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จสิ้น เฉินอวี้ก็นำชิ้นผักเหล่านั้นมาจัดเรียงบนใบบัวสีเขียวสดที่จางต้าหนิวไปเด็ดมาจากริมสระน้ำใกล้ๆ การจัดวางที่ดูเรียบง่ายทว่าดึงดูดสายตา ทำให้ผักหั่นเต๋าเหล่านั้นดูเลอค่าราวกับหยกสลักชิ้นน้อยๆ ที่รอคอยให้ผู้คนมาค้นพบ
นางสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด ดึงเอาทักษะการเปล่งเสียงจากกะบังลมตามหลักการของครูฝึกผู้เชี่ยวชาญออกมาใช้ เสียงกังวานใสทว่าทรงพลังและหนักแน่น ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณลานตลาดสด กลบเสียงจอแจของร้านค้ารอบข้างจนหมดสิ้น!
"เร่เข้ามาเจ้าค่ะ! นายท่าน นายหญิง ยอดชายน้อยและดรุณีทุกท่าน! เชิญแวะพักสายตาและเปิดสัมผัสการรับรสของท่านเสียก่อน! วันนี้ข้ามี 'ผักหยกน้ำค้าง' ของล้ำค่าจากผืนดินตระกูลเฉินมานำเสนอ ทว่าข้ามิได้มาเพื่อเร่ขายบังคับซื้อ แต่ข้ามาเพื่อมอบโอกาสให้ทุกท่านได้ 'ลิ้มรสเปล่าๆ โดยไม่คิดเงินแม้แต่อีแปะเดียว' เจ้าค่ะ!"
คำประกาศที่ดังกึกก้องและวิธีการค้าขายที่แหวกแนว ทำให้ฝูงชนที่กำลังเดินผ่านไปมาถึงกับชะงักงัน แม้แต่คนที่ตั้งใจจะเดินหนีไปในตอนแรกก็ยังต้องเหลียวหลังกลับมามองด้วยความประหลาดใจ การมอบของให้กินโดยไม่คิดมูลค่า ในตลาดเมืองชิงเฟิงแห่งนี้ไม่เคยมีผู้ใดกล้าทำมาก่อน!
เฉินอวี้ไม่รอให้ความสนใจของฝูงชนหลุดลอยไป นางรีบกล่าวสรรพคุณต่อด้วยน้ำเสียงฉะฉานและน่าฟัง "ผักหยกน้ำค้างนี้ มิใช่ผักกาดหญ้าใบเขียวธรรมดาที่ท่านเคยพานพบ ทว่ามันคือสุดยอดพรรณไม้ที่อุดมไปด้วยปราณบริสุทธิ์แห่งฟ้าดิน รสชาติหวานล้ำ กรอบอร่อย ชุ่มคอประดุจดื่มด่ำหยาดน้ำค้างยามรุ่งอรุณ! ซ้ำยังมีสรรพคุณเป็นเลิศในการชำระล้างสิ่งสกปรกในร่างกาย บำรุงเลือดลม หากผู้เฒ่าผู้แก่ได้กินจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า หากเด็กเล็กได้กินจะเติบโตแข็งแรง เป็นสุดยอดอาหารที่หาไม่ได้อีกแล้วในเมืองชิงเฟิง! เชิญเข้ามาหยิบชิมได้เลยเจ้าค่ะ ข้ายินดีให้พวกท่านพิสูจน์ด้วยลิ้นของท่านเอง!"
ณ แผงขายเต้าหู้ฝั่งตรงข้าม เถ้าแก่เนี้ยอู๋ยืนกอดอกมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากที่ทาชาดสีแดงสดเบ้ลงจนดูน่าเกลียด นางแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคออย่างเปิดเผย "ถุย! นังเด็กเมื่อวานซืน คิดจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ มาเรียกร้องความสนใจ! ปลูกผักมาแทบตายกลับนำมาหั่นแจกให้ผู้อื่นกินเปล่าๆ ช่างเป็นสตรีที่โง่เขลาเบาปัญญาที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเห็น! ทำการค้าเยี่ยงคนไร้สมองเช่นนี้ ต่อให้มีที่ดินเป็นร้อยหมู่ ก็มีแต่จะขาดทุนย่อยยับจนต้องไปนั่งขอทานหน้าประตูเมือง! พวกเจ้าคอยดูเถิด ประเดี๋ยวพอผักหมดตะกร้า นางก็ต้องหอบรถลากเปล่าๆ ร้องไห้กลับหมู่บ้านไปเอง!"
แม้เถ้าแก่เนี้ยอู๋จะค่อนขอด ทว่าความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ย่อมมีอำนาจเหนือความหวาดระแวงเสมอ กลิ่นหอมหวานของผักหยกน้ำค้างประกอบกับคำเชิญชวนที่น่าฟัง ทำให้ชายชราหลังค่อมผู้หนึ่งที่บังเอิญเดินผ่านมาทนความเย้ายวนไม่ไหว เขาก้าวเท้าสั่นๆ เข้ามาที่หน้ารถลากไม้ไผ่
"แม่นางน้อย... สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงแน่รึ? ชิมได้โดยไม่เสียเงินจริงหรือ?" ชายชราเอ่ยถามด้วยความลังเล
"จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะท่านตา เชิญหยิบชิมได้เลย" เฉินอวี้ยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยน พร้อมกับยื่นใบบัวที่รองรับชิ้นผักหยกน้ำค้างไปเบื้องหน้าชายชราอย่างนอบน้อม
ชายชราใช้มือที่เหี่ยวย่นหยิบผักชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาพินิจดู ก่อนจะตัดสินใจส่งเข้าปากแล้วเคี้ยวช้าๆ
ทันใดนั้นเอง ดวงตาฝ้าฟางของชายชราพลันเบิกกว้างราวกับไข่ห่าน! ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก ริ้วรอยบนใบหน้าคล้ายจะคลายตัวลงด้วยความเบิกบานใจ รสชาติหวานฉ่ำที่ซึมซาบออกจากเนื้อผักแผ่ซ่านไปทั่วกระพุ้งแก้ม ความกรอบอร่อยที่เคี้ยวเพลินราวกับกำลังเคี้ยวผลไม้ชั้นเลิศ ซ้ำยังมีความเย็นสดชื่นสายหนึ่งที่ไหลลื่นลงสู่ลำคอ กวาดต้อนความแห้งผากและอาการไอเรื้อรังที่เขามักจะเป็นในช่วงเช้าให้หายไปเป็นปลิดทิ้ง!
"ส... สวรรค์! นี่มันรสชาติอันใดกัน!" ชายชราร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นตลาด สองมือสั่นเทาด้วยความปีติยินดี "หวานนัก! กรอบนัก! ข้าเกิดมาจนอายุปูนนี้ ไม่เคยได้ลิ้มรสผักที่วิเศษเลอค่าปานนี้มาก่อนเลย! แม่นางน้อย... ผักของเจ้านี่ ช่างเป็นดั่งของประทานจากเง็กเซียนเจ้าสัวใหญ่แห่งมณฑลโดยแท้!"
ปฏิกิริยาตอบรับที่รุนแรงและจริงใจของชายชรา ราวกับหยดน้ำที่หยดลงในกระทะน้ำมันเดือด! ฝูงชนที่มุงดูอยู่ห่างๆ กลืนน้ำลายลงคอพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ความหวาดระแวงถูกแทนที่ด้วยความตะกละตะกลามและความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุดยอด
"ข้าขอชิมบ้าง! ข้าเอาชิ้นหนึ่ง!"
"หลีกทางให้ข้าหน่อย ข้าจะชิมดูว่ามันจะวิเศษดั่งคำคุยหรือไม่!"
"แม่นาง ให้ลูกชายข้าชิมสักชิ้นเถิด!"
เพียงชั่วพริบตาเดียว รถลากไม้ไผ่ของเฉินอวี้ก็ถูกฝูงชนรุมล้อมจนแน่นขนัด มือจำนวนนับไม่ถ้วนยื่นเข้ามาแย่งชิงชิ้นผักหยกน้ำค้างบนใบบัวอย่างบ้าคลั่ง จางต้าหนิวต้องรีบใช้ร่างอันสูงใหญ่ของตนกางกั้นเป็นปราการมนุษย์ คอยจัดระเบียบและปกป้องมิให้ผู้คนเบียดเสียดจนเกวียนล้ม ทว่าแววตาของชายหนุ่มบัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและทึ่งในสติปัญญาของน้องสาวข้างบ้านอย่างหาที่สุดมิได้
ทุกคนที่ได้ลิ้มรสผักหยกน้ำค้าง ล้วนมีปฏิกิริยาไม่ต่างจากชายชรา บ้างหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับความหวาน บ้างอุทานเสียงดังด้วยความตกตะลึง เสียงชื่นชมและคำสรรเสริญดังกึกก้องไปทั่วตลาด ลบล้างคำสบประมาทของเถ้าแก่เนี้ยอู๋จนไม่เหลือซาก!
"อร่อย! อร่อยเหลือเกิน! แม่นาง ผักนี่ขายอย่างไร! ข้าขอซื้อครึ่งชั่ง!"
"ข้าเอาหนึ่งชั่ง! ข้าจะนำไปต้มน้ำแกงให้หลานชาย!"
"ข้าให้ราคาสูงกว่า! ขายให้ข้าก่อน!"
กระแสความต้องการปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ชาวบ้านต่างแย่งกันเสนอราคาและเบียดเสียดกันเพื่อจะซื้อผักหยกน้ำค้างในตะกร้า เฉินอวี้ลอบยิ้มมุมปาก กลยุทธ์ 'แจกให้ชิมเพื่อสร้างความต้องการ' ของนางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม บัดนี้สินค้าของนางมิใช่ผักประหลาดไร้ค่าอีกต่อไป แต่มันคือของวิเศษที่ทุกคนปรารถนาจะได้ครอบครอง!
ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายและการแย่งชิงกันอยู่นั้นเอง เสียงทุ้มหนักและทรงอำนาจของบุรุษผู้หนึ่งก็ตวาดก้องฝ่าฝูงชนเข้ามา ราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน!
"หลีกทาง! พวกเจ้าถอยออกไปให้หมด!"
ฝูงชนที่กำลังชุลมุนจำต้องแหวกทางออกเป็นช่องกว้าง ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนผู้มีรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าไหมเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายเมฆามงคล แววตาของเขาเฉียบคมดุจเหยี่ยว บ่งบอกถึงความเฉลียวฉลาดและชั้นเชิงทางการค้าที่ไม่ธรรมดา บุรุษผู้นี้ก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงมาที่รถลากไม้ไผ่ เขาก้มลงหยิบผักหยกน้ำค้างที่เหลืออยู่ชิ้นสุดท้ายบนใบบัวเข้าปากชิมอย่างเงียบงัน
เพียงแค่ฟันกระทบลงบนเนื้อผัก นัยน์ตาคมกริบของชายผู้นั้นก็พลันเบิกกว้าง ประกายแห่งความตื่นเต้นและละโมบในสุดยอดวัตถุดิบสว่างวาบขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเฉินอวี้ด้วยสายตาที่ลุกโชน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่มีผู้ใดกล้าโต้แย้ง
"แม่นางน้อย... ผักหยกน้ำค้างในตะกร้าของเจ้าทั้งหมดนี้... ข้าขอเหมาเกลี้ยง!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฟู่หลิน]**