ตอนที่ 11

***บทที่ 11: เถ้าแก่โรงเตี๊ยมฟู่หลิน***

วาจาที่เปล่งออกมาจากบุรุษวัยกลางคนผู้นั้น ดุจดั่งก้อนหินศิลาผาใหญ่ที่ทุ่มลงกลางสระน้ำนิ่งสงบ สร้างแรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตลาดชิงเฟิง!

ฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดแย่งชิงผักหยกน้ำค้างพลันชะงักงัน มือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ทุกสายตาหันขวับไปจ้องมองบุรุษร่างท้วมในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเป็นจุดเดียว เครื่องแต่งกายอันหรูหราและแหวนหยกสลักที่นิ้วหัวแม่มือ บ่งบอกถึงฐานะมั่งคั่งที่ไม่ธรรมดา เสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงดังระงมขึ้นรอบทิศทาง เมื่อมีผู้หนึ่งจดจำใบหน้าของเขาได้

"สวรรค์! นั่นมัน... เถ้าแก่จ้าว! เจ้าของโรงเตี๊ยมฟู่หลินที่ใหญ่โตที่สุดในเมืองชิงเฟิงมิใช่หรือ!"

"เป็นเขาจริงๆ ด้วย! มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมือง เหตุใดจึงมาเดินตลาดสดด้วยตนเองเล่า?"

เถ้าแก่จ้าวหาได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นไม่ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ชิ้นผักหยกน้ำค้างบนใบบัว ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองดรุณีร่างอวบอ้วนที่ยืนอยู่หลังรถลากไม้ไผ่ เขาเป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการอาหารมาค่อนชีวิต ลิ้มรสวัตถุดิบชั้นเลิศมาแล้วทั่วสารทิศ ทว่าเพียงแค่ผักใบเขียวชิ้นเล็กๆ ที่ละลายในปากเมื่อครู่ กลับทำให้เขาสัมผัสได้ถึงปราณบริสุทธิ์และความสดชื่นที่แผ่ซ่านทะลวงไปถึงเส้นลมปราณ มันมิใช่เพียงแค่อาหาร แต่มันคือยาวิเศษที่สามารถดึงดูดลูกค้าระดับสูงแห่งเมืองหลวงของมณฑลให้มาเยือนโรงเตี๊ยมของเขาได้อย่างแน่นอน!

ทว่า ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน สตรีหน้าเสี้ยมที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับไม่อาจทนยอมรับภาพบาดตานี้ได้ เถ้าแก่เนี้ยอู๋ทิ้งกระบวยตักเต้าหู้ลงในหม้อเสียงดังลั่น พุ่งพรวดออกมาจากเพิงร้านของตนด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวไปด้วยความริษยา นางชี้หน้าเฉินอวี้พลางร้องตะโกนเสียงแหลมปรี๊ด

"เถ้าแก่จ้าว! ท่านอย่าได้หลงกลนังหมูตอนอัปลักษณ์ผู้นี้เป็นอันขาด! ผักสีเขียวปี๋ผิดธรรมชาติเยี่ยงนี้ ต้องเป็นหญ้าพิษที่นางเก็บมาจากป่าลึกเพื่อมาหลอกลวงต้มตุ๋นผู้คนเป็นแน่! หากท่านนำของโสโครกพรรค์นี้ไปทำอาหารต้อนรับแขกเหรื่อในโรงเตี๊ยมฟู่หลิน ชื่อเสียงที่สั่งสมมาของท่านจะต้องป่นปี้วอดวายนะเจ้าคะ!"

คำยุแยงของเถ้าแก่เนี้ยอู๋ทำให้ชาวบ้านบางคนเริ่มมีสีหน้าลังเล ทว่าเถ้าแก่จ้าวกลับค่อยๆ หันขวับไปมองสตรีปากตลาดด้วยสายตาเยือกเย็นและดุดันจนน่าขนลุก เขาสะบัดพัดจีบในมือดังพรึ่บ!

"สามหาว! นี่เจ้ากำลังดูหมิ่นลิ้นของข้า จ้าวฟู่กุ้ย ผู้นี้หรือ!" น้ำเสียงของเถ้าแก่จ้าวทรงอำนาจและเด็ดขาด "ข้าเปิดโรงเตี๊ยมฟู่หลินมาสามสิบปี แยกแยะของเน่าเสียกับของวิเศษไม่ออกเชียวหรือ? ผักหยกน้ำค้างเหล่านี้อุดมไปด้วยปราณฟ้าดินบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งกลิ่นคาวคละคลุ้งเยี่ยงเต้าหู้บูดๆ ในหม้อของเจ้า! หากเจ้ายังกล้าพ่นวาจาสุนัขใส่ร้ายแม่นางผู้นี้และสินค้าของนางอีกคำเดียว ข้าจะให้คนไปแจ้งทางการ และรับรองได้เลยว่าแผงเต้าหู้ของเจ้าจะไม่มีที่ยืนในเมืองชิงเฟิงอีกต่อไป!"

ถ้อยคำข่มขู่ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี ทำเอาเถ้าแก่เนี้ยอู๋หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ นางหวาดกลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ดิ้นรนคลานกลับเข้าเพิงเต้าหู้ของตนไปอย่างอัปยศอดสู ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของชาวบ้านที่เคยถูกนางขูดรีดเอาเปรียบ สายตาของทุกคนที่เคยมองเฉินอวี้ด้วยความรังเกียจ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่ง ตื่นตะลึง และอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิด ดรุณีอ้วนท้วนผู้นี้มีดีอันใด ถึงกับทำให้มหาเศรษฐีอย่างเถ้าแก่จ้าวออกโรงปกป้อง!

เมื่อกำจัดตัวน่ารำคาญพ้นทาง เถ้าแก่จ้าวก็หันกลับมาส่งยิ้มเป็นมิตรให้เฉินอวี้ "แม่นางน้อย ต้องขออภัยที่ทำให้ระคายหู กลับมาที่เรื่องการค้าของเราเถิด ผักหยกน้ำค้างในตะกร้าเหล่านี้ มีน้ำหนักรวมทั้งหมดเท่าใดหรือ?"

เฉินอวี้ผู้ซึ่งยืนสงบนิ่งมาโดยตลอด หาได้มีท่าทีประหม่าหรือหวาดกลัวต่ออำนาจบารมีของอีกฝ่ายไม่ นางประสานมือคารวะอย่างงดงามด้วยท่วงท่าที่แม้แต่สตรีในห้องหอของตระกูลใหญ่ยังต้องอาย "เถ้าแก่จ้าวสายตาแหลมคมยิ่งนัก ผักเหล่านี้ข้าปลูกด้วยเคล็ดวิชาลับประจำตระกูล ใช้น้ำค้างยามเช้าและดินบริสุทธิ์ในการหล่อเลี้ยง ทั้งหมดนี้มีน้ำหนักสี่สิบชั่งพอดิบพอดีเจ้าค่ะ เนื่องจากท่านเป็นผู้รู้ค่าของล้ำค่า ข้าจึงยินดีขายให้ท่านทั้งหมด ทว่า... ราคาของมัน ย่อมมิใช่ราคากะหล่ำปลีทั่วไปตามท้องตลาดนะเจ้าคะ"

จางต้าหนิวที่ยืนคุ้มกันอยู่ด้านข้างถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก เขาแอบกระตุกชายเสื้อของเฉินอวี้เบาๆ ด้วยความกังวล เกรงว่านางจะเรียกราคาจนเถ้าแก่จ้าวโกรธ ทว่าบุรุษร่างท้วมกลับหัวเราะร่วนออกมาอย่างชอบใจ

"ฮ่าๆๆ! ประเสริฐ! ข้าชอบคนพูดจาตรงไปตรงมาเช่นเจ้า! สินค้าชั้นเลิศ ย่อมต้องคู่ควรกับราคาทองคำ ผักกาดทั่วไปราคาชั่งละสองอีแปะ แต่สำหรับผักหยกน้ำค้างของเจ้า... ข้าให้ราคาชั่งละ 'ห้าสิบอีแปะ'!"

สิ้นคำประกาศของเถ้าแก่จ้าว ลานตลาดสดพลันตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับป่าช้า ก่อนที่เสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นราวกับรังแตนแตก!

ห้าสิบอีแปะต่อหนึ่งชั่ง! ราคานี้สูงกว่าผักทั่วไปถึงยี่สิบห้าเท่า! สี่สิบชั่งก็ตกอยู่ที่สองพันอีแปะ ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับ 'สองตำลึงเงิน' ถ้วน! ครอบครัวชาวนาทั่วไปต้องหลังขดหลังแข็งไถนาทั้งปียังหาเงินได้ไม่ถึงหนึ่งตำลึงเงินด้วยซ้ำ แต่นังหมูตอน... ไม่สิ! แม่นางเทพธิดาผู้นี้ กลับทำเงินสองตำลึงเงินได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ!

"ตกลงตามนั้นเจ้าค่ะ" เฉินอวี้ยิ้มรับอย่างสง่างามไร้ที่ติ

เถ้าแก่จ้าวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามร่างกำยำสองคนเข้ามายกตะกร้าสานทั้งสองใบขึ้นบ่า ก่อนที่มหาเศรษฐีแห่งเมืองชิงเฟิงจะล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อผ้าไหม หยิบก้อนเงินสีขาวเงินยวงที่หล่ออย่างประณีตจำนวนสองก้อน ออกมาวางลงบนฝ่ามืออวบอ้วนของเฉินอวี้อย่างระมัดระวัง

ความเย็นเฉียบและน้ำหนักที่ถ่วงดึงอยู่ในฝ่ามือ คือหลักฐานแห่งความสำเร็จก้าวแรกของอดีตปรมาจารย์เทรนเนอร์ในโลกใบใหม่นี้ เฉินอวี้กุมตำลึงเงินไว้แน่น แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า จางต้าหนิวที่ยืนอยู่เคียงข้างจ้องมองก้อนเงินเหล่านั้นจนตาค้าง ลมหายใจสะดุดขัด เขาไม่เคยเห็นเงินก้อนใหญ่โตปานนี้มาก่อนในชีวิต ชายหนุ่มมองดรุณีข้างกายด้วยความเลื่อมใสศรัทธาอย่างหมดหัวใจ นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องการการปกป้องอีกต่อไป ทว่านางคือนางหงส์ที่กำลังจะกางปีกโผบินเหนือผืนนภา!

ชาวบ้านนับร้อยจ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟด้วยความอิจฉา เถ้าแก่เนี้ยอู๋ที่แอบมองอยู่หลังร้านถึงกับกัดผ้าเช็ดหน้าจนขาดวิ่น เลือดไหลซึมจากริมฝีปากที่ถูกขบกัดจนช้ำ

เมื่อเถ้าแก่จ้าวเดินจากไปพร้อมกับสุดยอดวัตถุดิบ เฉินอวี้ก็หันมายิ้มกว้างให้จางต้าหนิว หมายจะเอ่ยชวนเขาไปหาอาหารมื้อใหญ่กินฉลอง ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วของนางลูบไล้ไปบนผิวสัมผัสของก้อนตำลึงเงินนั้นเอง...

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับเจ้านาย! ตรวจพบ 'เงินก้อนแรก' แห่งการพลิกชะตาชีวิต!]

เสียงสังเคราะห์ของเสี่ยวเถียนที่เงียบหายไปนาน พลันดังกึกก้องขึ้นในโสตประสาทของเฉินอวี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!

[ระบบขอทำการปลดล็อกภารกิจฉุกเฉินระดับสูง! คำเตือน: ร่างกายของเจ้านายทรุดโทรมจากการขาดโปรตีนบริสุทธิ์มาอย่างยาวนาน กล้ามเนื้อที่เพิ่งฟื้นฟูจากการขุดดินกำลังจะสลายตัว!]

[รายละเอียดภารกิจ: จงพุ่งตัวไปยังเขียงเนื้อสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดเมืองชิงเฟิง และทำการกว้านซื้อ 'เนื้อหมูสามชั้นชั้นเลิศและเนื้อแดงคุณภาพสูง' ภายในระยะเวลาครึ่งชั่วยาม!]

[บทลงโทษหากล้มเหลว: น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสิบชั่งกะทันหัน และริบเงินรางวัลทั้งหมดคืนเข้าสู่ระบบ!]

รอยยิ้มที่กำลังเบิกบานของเฉินอวี้พลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง นางแทบจะพ่นเลือดคำโตออกมาในใจ 'ระบบยมทูตเอ๊ย! ข้าเพิ่งจะได้สัมผัสความหอมหวานของความร่ำรวยไม่ถึงอึดใจ เจ้าก็บังคับให้ข้าไปผลาญเงินซื้อเนื้อหมูสิบชั่งเลยหรือนี่! ซ้ำยังขู่จะเพิ่มน้ำหนักข้าอีก!'

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เงินก้อนแรก]**