ตอนที่ 9
***บทที่ 9: สู่ตลาดเมืองชิงเฟิง***
สิ้นวาจาผรุสวาทอันบาดหู ทุกสรรพเสียงในบริเวณนั้นพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่สายตานับสิบสิบของชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายที่กำลังพลุกพล่าน จะหันขวับมาจับจ้องยังต้นเสียงเป็นตาเดียว
เบื้องหน้าของเฉินอวี้และจางต้าหนิว คือแผงขายเต้าหู้และอาหารปรุงสำเร็จที่จัดวางไว้อย่างค่อนข้างใหญ่โต ด้านหลังแผงนั้นปรากฏร่างของสตรีวัยกลางคนผู้มีใบหน้าอวบอูมแต่งแต้มด้วยแป้งชาดจนขาววอก สวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีแดงฉูดฉาด นางกำลังยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นสูงด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งจองหอง สตรีผู้นี้คือ ‘เถ้าแก่เนี้ยอู๋’ แม่ค้าฝีปากกล้าผู้กว้างขวางและผูกขาดการขายอาหารสำเร็จรูปในละแวกนี้มาเนิ่นนาน
ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์ด้วยผงถ่านจนคมกริบของเถ้าแก่เนี้ยอู๋ กวาดมองร่างอวบอ้วนเทอะทะของเฉินอวี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับมองเห็นก้อนมูลสุนัขบนพื้นถนน "มองอันใดกัน! หูหนวกหรืออย่างไร ข้าบอกให้ไสหัวไป! พื้นที่ตรงนี้เป็นทางผ่านหน้าร้านข้า ขืนปล่อยให้นังหมูตอนสภาพซอมซ่อเช่นเจ้ามายืนเกะกะ ลูกค้าของข้าก็พากันเหม็นสาบหนีหายไปหมดพอดี! แล้วดูสิ หอบเอาหญ้าสีเขียวประหลาดๆ อันใดมาวางขาย หน้าตาพิลึกพิลั่นเยี่ยงนี้ ให้สุนัขมันยังเมินเลย!"
คำด่าทอที่สาดซัดมาอย่างไร้ความปรานี ทำให้ฝูงชนที่มุงดูเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทาดังระงม
"นั่นสิ สตรีผู้นี้มาจากบ้านนอกคอกนาที่ใดกัน รูปร่างอ้วนฉุจนแทบจะเดินไม่ไหว ช่างน่าเกลียดน่ากลัวนัก"
"ดูผักในตะกร้าของนางสิ ใบมันวาววับสีเขียวเข้มจนผิดธรรมชาติ ข้าเกิดมาจนอายุป่านนี้ยังไม่เคยพานพบ หรือว่าจะเป็นหญ้าพิษจากป่าลึก?"
"สตรีอัปลักษณ์ ซ้ำยังนำของแปลกประหลาดมาหลอกขาย ช่างไร้สิ้นยางอายเสียจริง!"
สายตาเหยียดหยามและถ้อยคำถากถางจากคนแปลกหน้านับไม่ถ้วน พุ่งตรงเข้าทิ่มแทงเฉินอวี้ราวกับห่าธนูอาบยาพิษ ทว่าก่อนที่ห่าธนูเหล่านั้นจะทันได้ระคายผิวของนาง ร่างสูงใหญ่ดุจหมีป่าของจางต้าหนิวก็ก้าวพรวดเข้ามาขวางหน้า บดบังร่างอวบอ้วนของนางไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด!
ใบหน้าที่เคยซื่อตรงและเป็นมิตรของชายหนุ่ม บัดนี้แดงก่ำไปด้วยโทสะ เส้นเลือดด่างดำปูดโปนขึ้นบนลำคอหนา หมัดทั้งสองข้างกำแน่นจนกระดูกลั่นกรอบแกรบ จางต้าหนิวจ้องมองเถ้าแก่เนี้ยอู๋และฝูงชนด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังปกป้องลูกอ่อน
"หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงทุ้มต่ำของจางต้าหนิวตวาดก้องราวกับฟ้าร้อง ทำเอาฝูงชนถึงกับสะดุ้งเฮือก "นางคือสตรีแห่งหมู่บ้านชิงซี เป็นน้องสาวที่ข้าทะนุถนอมดูแล ผักเหล่านี้ก็คือน้ำพักน้ำแรงที่นางปลูกมาด้วยความลำบากยากเข็ญ พวกเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาดูแคลนรูปร่างและผลผลิตของนาง! หากผู้ใดกล้าพ่นวาจาสุนัขออกมาอีกคำเดียว อย่าหาว่าจางต้าหนิวผู้นี้ไม่เกรงใจ!"
อารมณ์เกรี้ยวกราดของชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ทำให้เถ้าแก่เนี้ยอู๋เผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดกลัว ทว่าด้วยทิฐิและหน้าตาในฐานะแม่ค้าเจ้าถิ่น นางจึงฝืนเชิดหน้าขึ้นโต้ตอบเสียงสั่น "ก... กล้าข่มขู่คนในตลาดเชียวหรือ! บ้านเมืองมีขื่อมีแป พวกเจ้ามาเกะกะหน้าร้านข้า ข้าไล่ก็ถูกต้องแล้ว จะไปขายที่ใดก็ไป!"
จางต้าหนิวทำท่าจะสืบเท้าเข้าไปเอาเรื่อง ทว่าฝ่ามืออวบอุ่นของเฉินอวี้กลับเอื้อมมาจับท่อนแขนแกร่งของเขาไว้เบาๆ ชายหนุ่มหันกลับมามองนางด้วยแววตาที่เป็นห่วงจับใจ "น้องอวี้ เจ้าอย่าได้ฟังคำพวกนาง..."
"พี่ต้าหนิว ใจเย็นลงก่อนเถิด" เฉินอวี้ระบายยิ้มบางๆ บนใบหน้า แววตาของนางไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหรือความเจ็บปวดใดๆ มันสงบนิ่งและเยือกเย็นประดุจผิวน้ำในทะเลสาบฤดูหนาว
ในอดีตชาติ นางเคยเป็นถึงปรมาจารย์เทรนเนอร์ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด เคยเผชิญหน้ากับคำวิพากษ์วิจารณ์และสายตาดูแคลนมานับไม่ถ้วนตั้งแต่วัยเยาว์ เพียงแค่น้ำลายของแม่ค้าปากตลาดและชาวบ้านผู้มีวิสัยทัศน์คับแคบ มีหรือจะสั่นคลอนจิตใจที่หล่อหลอมมาอย่างแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าของนางได้!
นางก้าวออกมาจากแผ่นหลังของจางต้าหนิว ยืนหยัดอย่างสง่าผ่าเผยเบื้องหน้าเถ้าแก่เนี้ยอู๋ เฉินอวี้กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดเจนทุกถ้อยคำ "เถ้าแก่เนี้ยอู๋ ท่านกล่าวผิดแล้ว พื้นที่ตรงนี้คือลานดินสาธารณะของตลาดเมืองชิงเฟิง มิใช่เขตโฉนดร้านค้าของท่าน ข้าและพี่ชายนำเกวียนมาจอดในเขตที่ทางการอนุญาตให้ผู้คนสัญจรและตั้งแผงลอยได้ มิได้ล้ำเส้นเข้าไปในเพิงเต้าหู้ของท่านแม้แต่ชุ่นเดียว เหตุใดข้าจึงจะขายของที่นี่ไม่ได้เล่า? หรือว่าเมืองชิงเฟิงแห่งนี้ มีกฎหมายห้ามคนรูปร่างอ้วนท้วนมาเดินตลาดกัน?"
คำพูดที่มีเหตุมีผลและฉะฉานของเฉินอวี้ ทำเอาเถ้าแก่เนี้ยอู๋ถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ ชาวบ้านบางคนที่พอจะมีความยุติธรรมอยู่บ้างก็เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นทางสาธารณะจริงๆ
เมื่อเห็นว่าตนเองเริ่มเสียเปรียบ เถ้าแก่เนี้ยอู๋จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ตะกร้าผักแทน นางแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน "หึ! ดี! อยากหน้าด้านขายก็ขายไป! แต่ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยนะชาวเมืองชิงเฟิงทุกท่าน! ผักใบสีเขียวจัดจนน่าขนลุกเยี่ยงนี้ ซ้ำยังปลูกโดยสตรีที่รูปร่างอัปลักษณ์ผิดมนุษย์มนา ใครกล้าซื้อไปกินระวังจะท้องร่วงจนตาย หรือไม่ก็กลายเป็นหมูตอนเยี่ยงนาง! ของดีๆ เขาไม่นำมาวางขายข้างถนนเยี่ยงนี้หรอก!"
คำพูดปลุกปั่นของเถ้าแก่เนี้ยอู๋ได้ผลชะงัดนัก ชาวบ้านที่เดิมทีก็ระแวงในรูปลักษณ์แปลกตาของ 'ผักหยกน้ำค้าง' อยู่แล้ว ยิ่งพากันก้าวถอยห่างออกจากเกวียนของเฉินอวี้ราวกับเห็นโรคระบาด ทุกคนต่างส่งสายตารังเกียจและเดินหนีไปจับจ่ายซื้อของที่ร้านอื่น ปล่อยให้สองหนุ่มสาวต้องยืนโดดเดี่ยวท่ามกลางความวุ่นวายของตลาด
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนแสงอาทิตย์ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) สาดส่องลงมาแผดเผา เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าของจางต้าหนิว เขาคอยยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อ สลับกับหันมามองเฉินอวี้ด้วยแววตาเจ็บปวดและสงสารจับใจ ตลอดหลายชั่วยามที่ผ่านมา ไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียวแวะเวียนมาที่แผงของพวกนางเลยแม้แต่น้อย ทุกคนที่เดินผ่านล้วนถูกเถ้าแก่เนี้ยอู๋ที่แสร้งตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดังกลบเกลื่อน ดึงดูดความสนใจไปเสียหมดสิ้น ซ้ำยังคอยส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้ตลอดเวลา
ผักหยกน้ำค้างที่เคยสดใสบริสุทธิ์ แม้จะยังคงความงดงามและกลิ่นหอมหวานไว้ได้ด้วยพลังจากมิติ ทว่ามันกลับถูกทอดทิ้งอย่างไร้ค่า ท่ามกลางอคติและความโง่เขลาของผู้คน
"น้องอวี้..." จางต้าหนิวเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "เป็นเพราะข้าไร้ความสามารถ ไม่อาจช่วยเจ้าเรียกลูกค้าได้เลย พวกเรา... พวกเรากลับกันก่อนดีหรือไม่? พรุ่งนี้ค่อยลองไปเร่ขายที่หมู่บ้านอื่น..."
เฉินอวี้เงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจเบื้องหน้า ก่อนจะหลุบตาลงมองผักหยกน้ำค้างในตะกร้า นางตระหนักได้แล้วว่า ในยุคสมัยโบราณที่ผู้คนยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกและหวาดกลัวสิ่งแปลกใหม่ การจะรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาเองนั้น เป็นเรื่องที่งมงายสิ้นดี! สินค้าชั้นเลิศ หากไร้ซึ่งกลยุทธ์ในการนำเสนอ ย่อมกลายเป็นเพียงเศษหญ้าข้างทาง
รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความมั่นใจและเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอก ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเฉินอวี้ นางเงยหน้าขึ้น สบตาจางต้าหนิวด้วยประกายไฟที่ลุกโชนในดวงตา
"กลับอันใดกันเล่าพี่ต้าหนิว ศึกการค้าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!" เฉินอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะยื่นมือออกไปหาชายหนุ่ม "ท่านพกมีดสั้นสำหรับตัดฟืนมาด้วยหรือไม่? และช่วยหาแผ่นไม้สะอาดๆ แถวนี้มาให้ข้าสักแผ่นเถิด"
จางต้าหนิวเบิกตากว้างด้วยความงุนงง ทว่าก็ยอมล้วงมีดพกส่งให้นางแต่โดยดี "เจ้า... เจ้าจะนำไปทำอันใดหรือ?"
"ข้าก็จะทำให้พวกตาบอดเหล่านี้ ได้ลิ้มรสชาติของสรวงสวรรค์อย่างไรเล่า!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: กลยุทธ์การตลาดฉบับทะลุมิติ]**