ระบบด่าสะท้านโลก และมิติเก็บของส่วนตัว
เสียงใสกังวานราวกับหยดน้ำค้างกระทบผลึกแก้วที่ดังขึ้นในห้วงสำนึก ทำให้ความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอกของฟางซินพลันแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงสงสัย
*เสียงอะไรกัน?*
ยังไม่ทันที่นางจะได้ขบคิดหาคำตอบ เสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แจ่มชัดราวกับกระซิบอยู่ข้างหู
[ติ๊ง! ตรวจพบอารมณ์ด้านลบขั้นรุนแรงจากเป้าหมาย ‘จ้าวชุนฮวา’... กำลังเปิดใช้งาน ‘ระบบแลกเปลี่ยนด้วยอารมณ์ด้านลบ’...]
[การเปิดใช้งานเสร็จสมบูรณ์! ขอต้อนรับโฮสต์ฟางซินสู่ระบบด่าสะท้านโลก!]
[ได้รับ ‘แต้มความโกรธ’ 50 แต้ม จากจ้าวชุนฮวา!]
ชุดข้อมูลประหลาดล้ำหลั่งไหลเข้าสู่สมองของฟางซินราวกับสายน้ำทะลักเขื่อน ทำให้นางยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยคมปลาบดุจเหยี่ยวพลันฉายแววสับสนระคนตกตะลึง
ระบบ? ด่าคนแลกแต้ม? นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน!
ขณะที่ฟางซินกำลังประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น จ้าวชุนฮวาซึ่งถูกสายตาเย็นชาของนางตรึงไว้จนไม่กล้าขยับ ก็ได้สติกลับคืนมาในที่สุด ความหวาดหวั่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยโทสะที่เดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าเหี่ยวย่นของนางบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวโกรธ
“นังสารเลว! นังลูกไม่มีพ่อแม่สั่งสอน!” นางแผดเสียงด่าทอ แต่กลับไม่กล้าพุ่งเข้ามาทำร้ายดังเช่นเคย คำขู่เรื่องตำแหน่งทหารของลูกชายคนรองยังคงก้องอยู่ในใจราวกับระฆังเตือนภัย “แก...แกบังอาจขู่ข้า! ดี! ดีมาก! ข้าจะรอดูว่าคนอย่างแกจะปากแข็งไปได้อีกกี่น้ำ! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แม้แต่เศษข้าวสักเม็ดก็อย่าหวังว่าจะได้แตะต้อง!”
กล่าวจบ จ้าวชุนฮวาก็กระชากแขนหวังเหมยตานที่ยังยืนหน้าซีดเป็นไก่ต้มให้เดินตามนางออกไปจากห้องเล็กๆ คับแคบนี้อย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง เสียงกระทืบเท้าปึงปังและเสียงก่นด่าสาปแช่งยังคงดังลอดเข้ามาไม่ขาดสาย จนกระทั่งค่อยๆ จางหายไปในที่สุด
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง ร่างกายที่เคยฝืนยืนหยัดอย่างทระนงของฟางซินก็อ่อนยวบลงทันที นางทรุดกายนั่งลงบนขอบเตียงไม้ที่แข็งกระด้าง พลังงานทั้งหมดที่ใช้ในการต่อกรกับแม่สามีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนล้าและหิวโหยที่กัดกินอยู่ทั่วทุกอณูของร่างกาย
ท้องของนางร้องประท้วงดังโครกคราก ความรู้สึกแสบร้อนลามเลียไปทั่วกระเพาะที่ว่างเปล่ามานานเกินไป ในยุคสมัยที่อาหารคือสิ่งล้ำค่าที่สุด การถูกตัดเสบียงเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดสินประหารชีวิต
“ระบบ... ระบบด่าสะท้านโลกงั้นหรือ...” ฟางซินพึมพำกับตนเอง พยายามทำความเข้าใจกับเสียงปริศนาในหัว “ด่าคนแล้วได้แต้ม... เอาแต้มไปแลกของ?”
ราวกับจะตอบสนองต่อความคิดของนาง หน้าต่างโปร่งแสงคล้ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ปรากฏขึ้นในมโนสำนึก ตรงมุมขวาบนมีตัวเลข ‘50’ ส่องสว่างอยู่ ด้านล่างคือรายการสินค้าที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ
[ร้านค้าโชห่วยยุค 60]
- ไข่ไก่ต้มสุก: 10 แต้ม
- หมั่นโถวแป้งข้าวโพด: 5 แต้ม
- ข้าวสารขาว 1 จิน (ครึ่งกิโลกรัม): 50 แต้ม
- เนื้อหมูสามชั้นติดมัน 1 จิน: 100 แต้ม
- ...
รายการสิ่งของเรียงรายยาวเหยียด แต่ละอย่างล้วนเป็นของล้ำค่าที่คนในยุคนี้ใฝ่ฝันถึง!
หัวใจของฟางซินเต้นระรัวขึ้นมาอย่างมิอาจควบคุม นี่คือความหวัง! คือเส้นทางรอดเดียวของนางในโลกที่โหดร้ายใบนี้!
แต่แล้วนางก็ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ หากนางแลกอาหารออกมาแล้ว จะเก็บซ่อนไว้ที่ใด? ห้องเล็กเท่ารูหนูนี้ไม่มีที่ให้ซ่อนของได้พ้นสายตาของจ้าวชุนฮวาและหวังเหมยตานอย่างแน่นอน หากพวกนางบุกเข้ามาค้นเจอ ก็เท่ากับว่าทุกอย่างที่ทำไปจะสูญเปล่า
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดวาบขึ้นมาในหัว ในชาติก่อน... ตอนที่นางเป็นแม่ค้าออนไลน์ผู้โด่งดัง นางเคยมีโกดังเก็บของส่วนตัวที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ...
เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้น ฟางซินพลันรู้สึกถึงความเชื่อมโยงอันแปลกประหลาดกับพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่งในจิตใจ นางหลับตาลง ลองเพ่งสมาธิไปที่ความรู้สึกนั้น และในวินาทีต่อมา ทัศนียภาพรอบกายก็พลันเปลี่ยนไป!
นางไม่ได้ยืนอยู่ในห้องโทรมๆ อีกต่อไป แต่กลับมายืนอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณห้าคูณห้าเมตร ที่นี่คือมิติส่วนตัวของนาง! คือโกดังเก็บของจากศตวรรษที่ 21 ที่ติดตามวิญญาณของนางมาด้วย!
ภายในมิติว่างเปล่าเกือบทั้งหมด อากาศนิ่งสนิทราวกับเวลาได้หยุดเดิน มีเพียงกล่องกระดาษสำหรับแพ็กของสองสามใบและปากกาหนึ่งด้ามตกอยู่ที่มุมห้อง เป็นของที่นางใช้ในชาติก่อน แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นหลักฐานยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความฝัน!
ฟางซินดีใจจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งนางจนเกินไป! ด้วยมิติที่สามารถเก็บของได้โดยไม่เน่าเปื่อยและระบบแลกเปลี่ยนสุดมหัศจรรย์นี้ ต่อให้ต้องเผชิญกับอุปสรรคที่เลวร้ายกว่านี้อีกสักร้อยเท่า นางก็ไม่หวาดหวั่น!
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้น แล้วเพ่งสมาธิไปที่ร้านค้าในระบบอีกครั้ง ความหิวโหยทำให้กระเพาะบิดเกร็งจนเจ็บปวด นางต้องหาอะไรกินประทังชีวิตโดยด่วนที่สุด
สายตาของนางกวาดมองรายการสินค้า ข้าวสารขาว 50 แต้มนั้นน่าสนใจ แต่การหุงข้าวในห้องนี้เสี่ยงเกินไป กลิ่นของมันจะลอยไปเตะจมูกคนทั้งบ้านเป็นแน่ ส่วนเนื้อหมู 100 แต้มนั้นยังไกลเกินเอื้อม
ท้ายที่สุด สายตาของนางก็หยุดลงที่ ‘ไข่ไก่ต้มสุก’ ราคา 10 แต้ม
มันเป็นอาหารที่พร้อมกินได้ทันที ไม่มีกลิ่นรุนแรง และให้พลังงานได้ดีที่สุดในสถานการณ์นี้
“แลกไข่ไก่ต้ม 1 ฟอง” นางตัดสินใจสั่งในใจ
[ติ๊ง! ใช้ 10 แต้มแลกเปลี่ยนไข่ไก่ต้มสุก 1 ฟอง แต้มคงเหลือ 40 แต้ม]
สิ้นเสียงของระบบ ไข่ไก่สีน้ำตาลนวลที่ยังอุ่นๆ อยู่หนึ่งฟองก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ตกลงบนพื้นมิติอย่างแผ่วเบา
ฟางซินรีบหยิบมันขึ้นมา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือทำให้น้ำตาของนางแทบจะร่วงหล่น นี่คืออาหารมื้อแรกที่นางจะได้กินอย่างเต็มปากเต็มคำนับตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างนี้
นางไม่ลังเลที่จะกะเทาะเปลือกไข่อย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเนื้อไข่ขาวนวลเนียนน่ากิน นางนำมันเข้าปากและกัดลงไปอย่างไม่ลังเล ความนุ่มละมุนของไข่ขาวและรสชาติมันๆ ของไข่แดงที่สุกกำลังดีแผ่กระจายไปทั่วโพรงปาก มันอร่อย... อร่อยราวกับเป็นอาหารทิพย์จากสรวงสวรรค์
พลังงานอุ่นๆ เริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกายที่อ่อนแรง ขับไล่ความหนาวเหน็บและความหิวโหยออกไปทีละน้อย ฟางซินค่อยๆ ละเลียดกินไข่ไก่ฟองนั้นอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่ามันจะหมดไปเร็วเกินควร
ในขณะที่นางกำลังดื่มด่ำกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ นี้เอง...
*แกรก...*
เสียงขูดขีดเบาๆ ที่ดังมาจากบริเวณประตู ทำให้ฟางซินชะงักงันในทันที!
สัญชาตญาณเอาตัวรอดที่เฉียบคมจากการเป็นแม่ค้าในศตวรรษที่ 21 ทำให้ประสาทสัมผัสของนางตื่นตัวเต็มที่ นางรีบกลืนไข่คำสุดท้ายลงคออย่างรวดเร็ว แล้วเพ่งสมาธิไปยังบานประตูไม้ที่ผุพัง
ม่านตาของนางหดเล็กลงเมื่อเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกผ่านรอยแตกของแผ่นไม้ เงาของคนผู้นั้นกำลังย่อตัวลง ง่วนอยู่กับสลักประตูที่ทำจากไม้เก่าๆ!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเป็นหวังเหมยตานเป็นแน่! สะใภ้ใหญ่ผู้นี้คงถูกแม่สามีส่งมา หรืออาจจะฉวยโอกาสตอนที่นางคิดว่าตนอ่อนแอใกล้ตาย เข้ามาค้นหาของมีค่าที่เฉินเจี้ยนกั๋วอาจจะซุกซ่อนไว้ให้ภรรยา!
ปราณเย็นเยียบสายหนึ่งแล่นวาบไปทั่วร่างของฟางซิน นางเพิ่งจะได้ลิ้มรสความหวังในการมีชีวิตรอด แต่ตอนนี้กลับมีคนคิดจะมาทำลายมันเสียแล้ว!
หากหวังเหมยตานพังประตูเข้ามาได้ ความลับเรื่องมิติและระบบของนางอาจไม่ถูกเปิดเผยก็จริง แต่ไข่ไก่ฟองต่อไปที่นางจะแลกออกมา อาจถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา!
นางจะยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!
ฟางซินกลั้นหายใจ ย่องเท้าเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ไปยังมุมห้อง คว้าท่อนไม้ขนาดพอเหมาะที่ใช้ค้ำหน้าต่างเอาไว้ในมือ ดวงตาของนางจับจ้องไปยังสลักประตูที่กำลังสั่นไหวอย่างเชื่องช้า... รอคอยจังหวะที่ผู้บุกรุกจะย่างเท้าเข้ามาสู่กับดักของนาง