แผนป่วยทิพย์ หลบงานคอมมูน

แสงอรุณรุ่งของวันใหม่ยังมิทันสาดส่องเต็มที่ เสียงเคาะประตูดังปังๆ ราวกับจะพังเข้ามาก็ปลุกฟางซินให้ตื่นจากภวังค์ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยของจ้าวชุนฮวาที่ตะโกนก้องมาจากนอกประตู

"สะใภ้รอง! ยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก! คิดจะอู้งานรึอย่างไร? วันนี้หัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้ทุกบ้านส่งคนไปช่วยกันขุดลอกคูน้ำท้ายหมู่บ้าน เจ้าต้องไป!"

ฟางซินลืมตาขึ้นช้าๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ นี่สินะ แผนการแก้แค้นที่นางได้ยินเมื่อคืนวาน... งานขุดลอกคูน้ำเป็นงานที่หนักที่สุดในรอบปี ต้องยืนแช่อยู่ในโคลนเลน สูดดมกลิ่นเหม็นเน่า ทั้งยังต้องใช้แรงมหาศาลในการตักโคลนขึ้นมาทิ้งบนฝั่ง แม้แต่บุรุษร่างกำยำยังต้องหลั่งเหงื่อต่างน้ำ นับประสาอะไรกับสตรีที่เพิ่ง 'ฟื้นไข้' และ 'ขาดสารอาหาร' เช่นนาง

ดูท่าว่าจ้าวชุนฮวาคงจะแค้นเคืองที่ถูกนางหักหน้าเมื่อวานจนแทบกระอักเลือด วันนี้จึงคิดจะใช้แรงงานหนักมาบดขยี้ให้นางสิ้นเรี่ยวแรงไปเสีย

ฟางซินขานรับเสียงอ่อย "เจ้าค่ะ ท่านแม่... ข้าจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้"

นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าที่สุดเท่าที่จะหาได้ ใบหน้าจงใจไม่ล้างให้สะอาดสะอ้าน ปล่อยให้ดูซูบซีดอิดโรย ผมเผ้ารวบไว้ลวกๆ อย่างคนไม่มีเรี่ยวแรงจะใส่ใจดูแลตัวเอง จากนั้นจึงเดินโซซัดโซเซออกจากห้องไป

ที่ลานบ้าน จ้าวชุนฮวายืนกอดอกรออยู่แล้ว พร้อมด้วยหวังเหมยตานและเฉินเจี้ยนกั๋วผู้เป็นพี่ชายคนโตของสามี เฉินเจี้ยนกั๋วมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทั้งหมู่บ้านในเรื่องความขี้เกียจสันหลังยาว มักจะหาเรื่องอู้งานอยู่เป็นนิจ วันนี้เขายืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ราวกับว่างานหนักของคอมมูนไม่เกี่ยวข้องกับตนเองแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นสภาพของฟางซิน จ้าวชุนฮวาก็แค่นเสียงหยามหยัน "เหอะ! ทำเป็นสำออยไปได้ แค่ให้ไปทำงานแค่นี้ ทำอย่างกับจะไปลงนรก รีบไปได้แล้ว อย่าให้คนทั้งคอมมูนต้องมารอ!"

ฟางซินก้มหน้าลงต่ำ แสร้งทำเป็นหวาดกลัว ไม่ต่อปากต่อคำแม้แต่ครึ่งประโยค นางเพียงเดินตามหลังทุกคนออกจากบ้านตระกูลเฉิน มุ่งหน้าไปยังคูน้ำท้ายหมู่บ้าน ในใจกลับกำลังคำนวณแผนการอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าเป้าหมายของวันนี้ไม่ใช่การไปขุดโคลน แต่คือการหาพยานปากเอกมาช่วยยืนยันความทุกข์ระทมของนางต่างหาก

ตลอดเส้นทาง ฟางซินจงใจเดินให้ช้าที่สุด ก้าวย่างไม่มั่นคงราวกับจะล้มแหล่มิล้มแหล่ ชาวบ้านที่เดินสวนไปมาต่างมองดูด้วยสายตาสงสารระคนสมเพช บางคนถึงกับซุบซิบกันว่าสะใภ้รองตระกูลเฉินช่างน่าสงสาร ถูกแม่สามีโขกสับจนร่างกายผ่ายผอมปานนี้แล้วยังต้องมาทำงานหนักอีก

ในที่สุด ขบวนคนงานก็มาถึงบริเวณคูน้ำท้ายหมู่บ้าน ที่นั่นมีชาวบ้านมารวมตัวกันแล้วหลายสิบคน ทุกคนมีจอบและเสียมอยู่ในมือ เตรียมพร้อมรับคำสั่งจากหัวหน้าหมู่บ้านซุนต้าไห่ ซึ่งกำลังยืนตรวจตราความเรียบร้อยอยู่บนคันดิน

ซุนต้าไห่เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรงและยึดถือกฎระเบียบของคอมมูนเป็นที่หนึ่ง ใครอู้งานหรือทำผิดกฎจะต้องถูกเขาลงโทษอย่างไม่ไว้หน้า

นี่แหละ! พยานปากเอกที่นางต้องการ!

ฟางซินสูดหายใจเข้าลึกๆ ส่งสัญญาณให้ตัวเองเริ่ม 'การแสดง' นางเดินโซเซเข้าไปใกล้บริเวณที่ซุนต้าไห่ยืนอยู่ แกล้งทำเป็นยกเสียมขึ้นเตรียมจะทำงาน แต่แล้ว... ร่างของนางก็พลันสั่นเทาอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะทิ้งตัวล้มฟุบลงไปกองกับพื้นต่อหน้าต่อตาทุกคน!

"ว้าย! สะใภ้รองตระกูลเฉินเป็นลมไปแล้ว!" เสียงร้องตกใจของหญิงชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น เรียกสายตาทุกคู่ให้หันมามองเป็นจุดเดียว

ซุนต้าไห่ขมวดคิ้วมุ่น รีบเดินเข้ามาดูอาการทันที "เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้ไปเอาน้ำมาเร็ว!"

จ้าวชุนฮวาหน้าซีดเผือด นางไม่คาดคิดว่าฟางซินจะมาเล่นไม้ใหญ่นี้กลางที่สาธารณะเช่นนี้ นางรีบตะโกนแก้ต่าง "นางก็เป็นแบบนี้แหละ! สำออย! เสแสร้ง! แค่เห็นงานหนักหน่อยก็แกล้งเป็นลม!"

แต่ไม่มีใครสนใจฟังคำพูดของนาง ชาวบ้านหลายคนรีบเข้ามาช่วยพยุงฟางซิน หญิงใจดีคนหนึ่งนำกระติกน้ำของตนมาป้อนให้นาง

ครู่ต่อมา ฟางซินก็ค่อยๆ 'ฟื้นคืนสติ' นางปรือตาขึ้นมองซุนต้าไห่ที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ตรงหน้า แล้วน้ำตาหยดใหญ่ก็รินไหลออกมาจากหางตา เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ "ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน... ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะอู้งานนะเจ้าคะ แต่ข้า... ข้าไม่มีแรงจริงๆ"

ซุนต้าไห่เห็นสภาพซูบซีดราวกับโครงกระดูกเดินได้ของฟางซิน ประกอบกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่จ้าวชุนฮวายึดเงินเดือนลูกชายคนรองที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้า ในใจก็เริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้ เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม "ไม่มีแรงรึ? เจ้าป่วยเป็นอะไร"

ฟางซินส่ายหน้าช้าๆ น้ำตายังคงไหลไม่หยุด "ข้าไม่ได้ป่วยเจ้าค่ะ แต่... แต่ข้าหิว... ที่บ้าน... ท่านแม่บอกว่าข้าเป็นตัวหายนะ กินข้าวก็เปลืองข้าว... นางจึง... นางจึงให้ข้ากินแค่น้ำข้าวใสๆ มาหลายวันแล้วเจ้าค่ะ..."

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อที่แฝงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างสุดซึ้ง ราวกับลูกนกที่ถูกแม่ทอดทิ้งให้เผชิญพายุฝนเพียงลำพัง

สิ้นคำพูดนั้น! เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นรอบทิศทาง!

"สวรรค์! นี่มันเกินไปแล้ว! จะใจดำอำมหิตไปถึงไหน!"

"ใช่ๆ ข้าก็ได้ยินมาว่านางถูกตัดอาหารจริงๆ ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องจริง!"

"ดูนางสิ ผอมจนหนังจะหุ้มกระดูกอยู่แล้ว ยังจะใช้มาทำงานหนักอีก นี่มันจงใจจะฆ่ากันชัดๆ!"

ใบหน้าของจ้าวชุนฮวาเปลี่ยนจากซีดเผือดเป็นเขียวคล้ำ นางชี้นิ้วสั่นเทาไปที่ฟางซิน อ้าปากพะงาบๆ แต่กลับพูดอะไรไม่ออก เพราะหลักฐานมันฟ้องอยู่ทนโท่! ร่างกายที่ผอมบางและใบหน้าที่ซีดเซียวของฟางซินคือประจักษ์พยานชั้นดีที่ไม่อาจโต้แย้งได้

ซุนต้าไห่หันขวับไปมองจ้าวชุนฮวาด้วยสายตาตำหนิอย่างรุนแรง "สหายจ้าวชุนฮวา! นี่มันเรื่องอะไรกัน?! คอมมูนของเราส่งเสริมการผลิต ทุกคนต้องมีแรงทำงาน! การปล่อยให้สมาชิกในครอบครัวอดอยากจนไม่มีแรงทำงาน ถือเป็นการบ่อนทำลายการผลิตส่วนรวม! ท่านรู้หรือไม่ว่ามันเป็นความผิดร้ายแรง!"

จ้าวชุนฮวาตัวสั่นงันงก "ข้า... ข้าเปล่านะ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน... อีนังเด็กนี่มันใส่ร้ายข้า!"

"พอได้แล้ว!" ซุนต้าไห่ตวาดเสียงดังจนทุกคนเงียบกริบ "ข้าไม่สนใจว่าเรื่องในบ้านพวกท่านเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อสะใภ้รองของท่านทำงานไม่ไหว ก็ต้องมีคนมาทำแทน!"

สายตาคมปลาบของเขากวาดไปหยุดอยู่ที่เฉินเจี้ยนกั๋ว ซึ่งกำลังยืนทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ห่างๆ

"เฉินเจี้ยนกั๋ว!"

เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว "ขะ... ขอรับ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน"

"ในเมื่อน้องสะใภ้ของเจ้าทำงานไม่ไหว วันนี้เจ้าก็ลงไปขุดลอกคูน้ำแทนนางก็แล้วกัน! ทำให้เสร็จตามส่วนแบ่งของบ้านตระกูลเฉิน หากไม่เสร็จ ก็ไม่ต้องรับแต้มแรงงานของวันนี้ไป!"

เฉินเจี้ยนกั๋วเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหู "อะไรนะ! ให้ข้าไปทำรึ?!" เขามองไปยังคูน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนสีดำสนิทและส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง แล้วหันกลับมามองน้องสะใภ้ตัวแสบที่บัดนี้มีคนคอยพยุงอย่างน่าสงสาร ความโกรธแค้นก็พุ่งขึ้นมาจุกอก

แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาดุดันของซุนต้าไห่ เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธแม้แต่คำเดียว การขัดคำสั่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อหน้าธารกำนัลมีแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนหนักกว่าเก่า เขาจึงได้แต่กัดฟันกรอด รับคำเสียงอู้อี้ "...ขอรับ"

ซุนต้าไห่พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปสั่งหญิงชาวบ้านสองสามคน "พวกเจ้าช่วยพาสะใภ้รองตระกูลเฉินกลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะ" จากนั้นก็หันกลับไปประกาศก้อง "เอาล่ะ! ทุกคน! แยกย้ายกันทำงานได้แล้ว!"

ฟางซินแอบลอบยิ้มในใจขณะที่ถูกพยุงให้เดินกลับบ้าน นางทิ้งสายตาเยาะหยันมองไปยังเฉินเจี้ยนกั๋วที่กำลังเดินหน้ามุ่ยไปหยิบเสียมอย่างไม่เต็มใจ และจ้าวชุนฮวาที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความอัปยศอดสู แผนป่วยทิพย์ของนางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ไม่เพียงหลบงานหนักได้ แต่ยังได้หัวหน้าหมู่บ้านมาเป็นพยานรู้เห็นถึงความอยุติธรรมที่นางได้รับอีกด้วย

ทว่า เมื่อนางเดินคล้อยหลังไปแล้ว สายตาอาฆาตแค้นของจ้าวชุนฮวาก็จับจ้องไปยังแผ่นหลังของนางไม่วางตา ในหัวของนางกำลังก่อเกิดแผนการใหม่ที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม เมื่อใช้แรงงานหนักเล่นงานไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีอื่น... นางนึกถึงข่าวลือเรื่องกลิ่นเนื้อตุ๋นที่เล็ดลอดออกมาจากห้องของสะใภ้รองเมื่อหลายวันก่อน ดวงตาของนางก็พลันวาวโรจน์ขึ้นมา

ในเมื่ออีนังสารเลวนี่มีแรงมาต่อปากต่อคำ มีแรงมาเล่นละครตบตาผู้คน มันก็ต้องมีของดีซุกซ่อนไว้ในห้องแน่ๆ