ความลับในห้วงมิติ
โครม!
ร่างของเยี่ยหว่านชิงและชุนเถาถูกโยนเข้ามาในลานเรือนอย่างไม่ไยดี ประตูไม้ผุพังปิดลงพร้อมเสียงสะท้อนดังก้อง ตามด้วยเสียงลงดาลอันหนักอึ้ง ตัดขาดพวกนางออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
สายลมยะเยือกพัดผ่านหน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่น ส่งเสียงหวีดหวิวน่าขนลุก เศษฝุ่นและใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ เรือนเหมันต์ร่วงโรยแห่งนี้ทรุดโทรมยิ่งกว่าที่คิดไว้ หลังคาโปร่งเห็นท้องฟ้ายามราตรี เสาเรือนผุกร่อนมีหยากไย่เกาะจับหนาเตอะ
“คุณหนู!” ชุนเถาถลาเข้าประคองนายหญิงของตน น้ำตาไหลพราก “ที่นี่... ที่นี่มันไม่ใช่ที่ที่คนจะอาศัยอยู่ได้นะเพคะ! ท่านอ๋องช่างใจร้ายเหลือเกิน!”
เยี่ยหว่านชิงกลับยืนนิ่ง นางปัดฝุ่นออกจากอาภรณ์มงคลที่บัดนี้ยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ อย่างประเมินสถานการณ์ ความสงบนิ่งของนางดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมอันน่าเวทนายิ่งนัก
“ร้องไห้ไปก็ไร้ประโยชน์” นางเอ่ยเสียงเรียบ “เก็บแรงของเจ้าไว้ดีกว่า เราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน”
ค่ำคืนแรกในเรือนเหมันต์ร่วงโรยนั้นยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ความหนาวเหน็บราวกับเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าทุกชั้น บาดลึกเข้าไปถึงกระดูก พวกนางไม่มีเตาถ่าน ไม่มีผ้าห่มหนาๆ มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ที่ขาหักและเตียงไม้แข็งกระด้างที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาหนึ่งนิ้ว
เยี่ยหว่านชิงและชุนเถาทำได้เพียงกอดกันเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นอันน้อยนิดบนเตียงที่แข็งเย็นราวกับแผ่นน้ำแข็ง ชุนเถาซึ่งร่างกายอ่อนแอกว่าเริ่มตัวสั่นเทาไม่หยุด ริมฝีปากซีดขาว ฟันกระทบกันดังกึกๆ
“ขะ...ข้า...หนาวเหลือเกินเพคะคุณหนู”
เยี่ยหว่านชิงขมวดคิ้ว นางใช้หลังมืออังหน้าผากของสาวใช้ “ตัวเจ้าร้อนเป็นไฟ! ไม่ดีแน่ชุนเถา เจ้ากำลังจะป่วย”
ในสถานที่เช่นนี้ หากล้มป่วยลงก็ไม่ต่างอะไรกับการรอความตาย!
รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับแสงอาทิตย์อ่อนแรงที่สาดส่องลงมา แต่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเย็นออกไปได้แม้แต่น้อย ทั้งสองต่างท้องร้องด้วยความหิว แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีบ่าวคนใดนำอาหารมาส่ง
“หรือว่าพวกเขาจะลืมเราไปแล้วเพคะ” ชุนเถาพึมพำอย่างสิ้นหวัง
ทันใดนั้น เสียงซุบซิบนินทาก็ลอยแว่วมาจากนอกกำแพงเรือน
“เจ้าได้ยินหรือไม่? พระชายาเอกถูกลดขั้นให้มาอยู่ที่เรือนร้างนี่แล้ว!”
“สมน้ำหน้า! กล้าดีอย่างไรมาใส่ร้ายซูเช่อเฟยที่อ่อนโยนถึงเพียงนั้น”
“ข้าได้ยินมาว่าซูเช่อเฟยสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดส่งอาหารหรือถ่านไฟมาที่นี่ด้วยนะ ต้องการจะบีบคั้นให้นางตายทั้งเป็น!”
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไป คำพูดเหล่านั้นราวกับน้ำแข็งเย็นเฉียบที่สาดใส่หัวใจของชุนเถาจนชาด้าน นางทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง “จบสิ้นแล้ว... พวกเราต้องอดตายอยู่ที่นี่แน่”
แต่เยี่ยหว่านชิงกลับไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางกำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น...ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในร่างกายตั้งแต่เมื่อคืน
มันเป็นความรู้สึกเชื่อมโยงกับบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น คล้ายกับมีห้วงมิติซ้อนทับอยู่ในจิตสำนึกของนาง...มิติที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีในชาติก่อน
‘โรงพยาบาลเคลื่อนที่ส่วนตัว’ ของนาง!
เยี่ยหว่านชิงหลับตาลง ลองเพ่งสมาธิไปที่ความรู้สึกนั้น พลันภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป! ลานเรือนรกร้างหายวับไป กลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตาที่สว่างไสว บนชั้นวางสเตนเลสระฟ้าเรียงรายไปด้วยขวดยาหลากสีสัน อุปกรณ์การแพทย์ที่นางคุ้นเคย และที่มุมห้อง...ยังมีลังเสบียงอาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นกองอยู่เป็นภูเขาเลากา!
มันตามข้ามาด้วย! มิติวิเศษของข้าตามข้ามาที่นี่ด้วย!
หัวใจของเยี่ยหว่านชิงเต้นระรัวด้วยความยินดีระคนตื่นเต้น นี่ไม่ใช่ความฝัน! สวรรค์ยังไม่ทอดทิ้งนาง!
นางออกจากห้วงมิติกลับสู่ความเป็นจริง ลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตนเองยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ความรู้สึกสิ้นหวังได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว บัดนี้ในแววตาของนางมีเพียงประกายแห่งความหวังและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
“คุณหนู...คุณหนูเป็นอะไรไปเพคะ” ชุนเถาถามเสียงสั่นเครือ เมื่อเห็นนายหญิงของตนยืนนิ่งไปนาน
“ชุนเถา” เยี่ยหว่านชิงหันกลับมาจับไหล่สาวใช้ “มองข้าให้ดี”
สิ้นเสียงของนาง พลันเสื้อกันหนาวขนเป็ดสีเข้มตัวหนาก็ปรากฏขึ้นในมือของนางราวกับ变戏法 (มายากล) ชุนเถาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“สะ...เสื้อนี่...มาจากไหนเพคะ!”
“อย่าเพิ่งถามมาก สวมมันซะ” เยี่ยหว่านชิงไม่รอช้า นางนำเสื้อคลุมร่างที่สั่นเทาของชุนเถาไว้ ความอบอุ่นที่ขาดหายไปตลอดคืนเริ่มแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของสาวใช้
แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอ อาการไข้ของชุนเถายังคงรุนแรง นางเริ่มหายใจหอบถี่และเพ้อออกมาไม่ได้ศัพท์
เยี่ยหว่านชิงรู้ดีว่าต้องรีบจัดการก่อนที่อาการจะทรุดหนักไปกว่านี้ นางประคองชุนเถาให้นอนลงบนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะหันไปอีกทางแล้วเพ่งจิตอีกครา
ครั้งนี้สิ่งที่ปรากฏในมือของนางคือกล่องปฐมพยาบาลขนาดเล็ก ภายในมีสำลีชุบแอลกอฮอล์ เข็มฉีดยา และขวดยาใสบรรจุของเหลวที่เขียนฉลากเป็นตัวอักษรที่คนยุคนี้ไม่อาจเข้าใจ
นางเปิดจุกขวดยา ใช้เข็มดูดยาออกมาจนหมดอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นจึงจับแขนของชุนเถาไว้มั่น พับแขนเสื้อที่เปรอะเปื้อนขึ้น
“คุณ...คุณหนูจะทำอะไรเพคะ” ชุนเถาที่กึ่งหลับกึ่งตื่นถามเสียงแผ่วเบา
“ข้าจะช่วยเจ้าเอง ทนหน่อยนะ” นางกระซิบก่อนจะใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดผิวบริเวณต้นแขน แล้วกดปลายเข็มแหลมเล็กลงไป...
ความรู้สึกเย็นเล็กน้อยแล่นผ่านผิว ก่อนที่ตัวยาจะถูกส่งเข้าไปในร่างของชุนเถาอย่างรวดเร็ว เยี่ยหว่านชิงดึงเข็มออกและใช้สำลีกดไว้ครู่หนึ่ง ทุกขั้นตอนราบรื่นและชำนาญราวกับเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน
นางเฝ้ามองอาการของชุนเถาอย่างใกล้ชิด เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ ลมหายใจที่เคยหอบถี่ของชุนเถาก็เริ่มสม่ำเสมอขึ้น ใบหน้าที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ค่อยๆ กลับสู่ภาวะปกติ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามหน้าผาก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไข้กำลังลดลง
เยี่ยหว่านชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ยาจากโลกอนาคตได้ผลชะงัดนัก!
นางมองร่างของสาวใช้คนสนิทที่หลับสนิทอยู่ภายใต้เสื้อกันหนาวตัวหนา แล้วหันกลับมามองมือของตนเอง แววตาฉายประกายซับซ้อน
เซียวจิ่งเซวียน...ซูเยว่ซิน...พวกเจ้าคิดว่าการผลักข้ามายังสถานที่แห่งนี้จะบีบคั้นข้าให้ตายได้กระนั้นหรือ? พวกเจ้าคิดผิดแล้ว! ที่นี่ไม่ใช่ขุมนรกสำหรับข้า แต่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ต่างหาก!
ด้วยสมบัติล้ำค่าที่อยู่ในมิติวิเศษนี้ ไม่เพียงแต่ข้าจะเอาชีวิตรอดได้ แต่ข้าจะใช้มันเพื่อสร้างอำนาจและสะสมบารมีขึ้นมาใหม่ วันใดที่ข้าได้กลับออกไปอีกครั้ง...จวนหนิงอ๋องแห่งนี้จะต้องสั่นสะเทือน!
ขณะที่เยี่ยหว่านชิงกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง เสียงฝีเท้าเสียดสีกับใบไม้แห้งก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเรือนที่ปิดตาย
ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้ง ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... ก่อนที่เสียงแหลมสูงอันน่ารังเกียจของสตรีมีอายุผู้หนึ่งจะดังลอดเข้ามา
“พระชายา... ไม่ทราบว่าคืนแรกในเรือนเหมันต์ร่วงโรยแห่งนี้... ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่หรือไม่เพคะ?”
เป็นเสียงของแม่นมหวัง คนสนิทของซูเยว่ซิน! แววตาของเยี่ยหว่านชิงพลันแข็งกร้าวขึ้นทันที มาได้จังหวะเหมาะเจาะเสียจริง! ดูท่าว่าบทเรียนแรกที่นางจะใช้สั่งสอนบ่าวไพร่ที่กล้าเหยียบย่ำนาง คงจะต้องเริ่มต้นขึ้นแล้ว