ปาฏิหาริย์แห่งการรักษา

คำถามของลู่ทงเฉียบคมราวกับคมดาบที่จ่ออยู่ใต้คาง บรรยากาศภายในร้านที่เคยเริ่มผ่อนคลายพลันกดดันขึ้นในทันที แววตาที่เขามองมายังเยี่ยหว่านชิงนั้นเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ไม่อาจปิดบัง

เยี่ยหว่านชิงในชุดคุณชายผู้ลึกลับเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่อ่านไม่ออก นางไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง แต่กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจ

“ท่านอยากเดินได้อีกครั้งหรือไม่?”

คำถามสั้นๆ แต่ทรงพลังยิ่งกว่าคำตอบใดๆ มันกระแทกเข้ากลางใจของลู่ทงอย่างจัง ความสงสัยทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวังที่ส่องประกายเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้ง

“ข้าน้อย... ข้าน้อยอยากพ่ะย่ะค่ะ!” ลู่ทงตอบเสียงสั่น เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ขอเพียงคุณชายรักษาขาของข้าได้ ต่อให้ต้องตาย ข้าน้อยก็ไม่เสียดายชีวิต!”

“ดี” เยี่ยหว่านชิงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ตามข้ามา”

นางเดินนำไปยังผนังด้านหลังของร้านซึ่งดูเหมือนเป็นเพียงกำแพงไม้ธรรมดา ทว่าเมื่อนางกดลงบนลายไม้ที่ซ่อนอยู่จุดหนึ่ง ผนังทั้งบานก็เคลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดลึกลงไปในความมืด

ลู่ทงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาอยู่ที่นี่มานานหลายปี แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามีห้องลับซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงนี้!

“นี่คือสถานที่ทำงานที่แท้จริงของข้า” เยี่ยหว่านชิงกล่าวขณะจุดตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่ข้างทางเดิน “เรื่องราวที่ท่านเห็นและได้ยินในนี้ จะต้องตายไปพร้อมกับท่าน”

“ข้าน้อยลู่ทงขอเอาชีวิตเป็นประกัน!” เขากล่าวอย่างหนักแน่น พยุงร่างเดินกะเผลกตามนางเข้าไปโดยไม่ลังเล

ห้องลับด้านในนั้นกว้างขวางและสะอาดสะอ้านผิดกับสภาพภายนอกของร้านอย่างสิ้นเชิง ตรงกลางห้องมีเตียงไม้แข็งแรงตัวหนึ่งตั้งอยู่ ข้างกันนั้นมีโต๊ะยาวที่วางเรียงรายไปด้วยข้าวของบางอย่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวสะอาด

“ถอดกางเกงของท่านออก แล้วขึ้นไปนอนบนเตียง” เยี่ยหว่านชิงสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับแม่ทัพออกคำสั่งในสนามรบ

ลู่ทงชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย เขายันกายขึ้นไปบนเตียงไม้ หัวใจเต้นระรัวด้วยความประหม่าและความคาดหวังระคนกัน

เยี่ยหว่านชิงเดินไปหยิบตะเกียงมาวางไว้ใกล้ๆ จากนั้นนางก็หันหลังให้เขาชั่วครู่หนึ่ง แสร้งทำเป็นจัดเตรียมของบนโต๊ะ แต่แท้จริงแล้วนางกำลังใช้จังหวะนั้นดึงของจากมิติโรงพยาบาลออกมาอย่างรวดเร็ว

เข็มฉีดยาบรรจุยาสลบถูกถ่ายลงในถ้วยชาเล็กๆ เข็มและด้ายเย็บแผลชนิดพิเศษ มีดผ่าตัดขนาดต่างๆ ที่คมกริบราวกับใบมีดโกน ทั้งหมดถูกนำออกมาวางเรียงรายใต้ผ้าคลุมอย่างเงียบเชียบ พร้อมด้วยขวดยาฆ่าเชื้อที่นางเตรียมมาโดยเฉพาะ

“กลิ่นอะไร... หอมประหลาดนัก” ลู่ทงพึมพำเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ระเหยออกมา

“ยาฆ่าเชื้อ” เยี่ยหว่านชิงตอบสั้นๆ ก่อนจะยื่นถ้วยชาใบเล็กให้เขา “ดื่มนี่เสีย มันจะช่วยระงับความเจ็บปวด”

ลู่ทงรับมาดื่มโดยไม่ถามไถ่แม้แต่คำเดียว ของเหลวในถ้วยไม่มีรสชาติ แต่หลังจากดื่มลงไปไม่นาน สติของเขาก็เริ่มเลือนราง เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด

เมื่อเห็นว่ายาสลบออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว สีหน้าของเยี่ยหว่านชิงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างที่สุด นางเปิดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นเครื่องมือผ่าตัดสมัยใหม่ที่ส่องประกายวาววับภายใต้แสงตะเกียง นางชำระล้างบาดแผลเก่าที่ขาของลู่ทงด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนจะลงมือปฏิบัติการที่ซับซ้อนเกินกว่าความเข้าใจของคนในยุคนี้จะหยั่งถึง

นางใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดผิวหนังอย่างแม่นยำเพื่อเข้าถึงเส้นเอ็นและกระดูกที่เสียหาย มือของนางนิ่งสนิทราวกับรูปสลัก ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดขาด นางค่อยๆ จัดเรียงเศษกระดูกที่แตกละเอียดเข้าที่ด้วยความชำนาญ ก่อนจะใช้เข็มและด้ายพิเศษเย็บซ่อมแซมเส้นเอ็นที่ขาดสะบั้นไปนานหลายปีทีละเส้น...ทีละเส้น

เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่แน่ชัด ในที่สุดการผ่าตัดอันน่ามหัศจรรย์ก็สิ้นสุดลง เยี่ยหว่านชิงเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนหน้าผาก นางเย็บปิดปากแผลอย่างประณีต ทาด้วยยาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้ง ก่อนจะพันด้วยผ้าพันแผลสะอาดจากมิติอีกชั้นหนึ่ง

จากนั้นนางจึงเก็บเครื่องมือทั้งหมดกลับเข้ามิติ ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ของเทคโนโลยีล้ำยุคไว้ให้เห็น เหลือเพียงกลิ่นสมุนไพรจางๆ ที่นางนำออกมาวางไว้เพื่อกลบเกลื่อนกลิ่นยาแผนปัจจุบัน

ครู่ใหญ่ต่อมา ลู่ทงก็เริ่มได้สติ เขารู้สึกปวดหนึบๆ ที่ขาข้างที่ไร้ความรู้สึกมานานหลายปี แต่แทนที่จะเป็นความเจ็บปวดทรมาน มันกลับเป็นความรู้สึกอุ่นซ่านที่บอกให้รู้ว่า...เลือดกำลังไหลเวียน

เขาพยายามขยับนิ้วเท้า... และแล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิด!

นิ้วเท้าของเขากระดิกได้เล็กน้อย!

แม้จะเป็นเพียงการขยับเพียงน้อยนิด แต่มันคือการเคลื่อนไหวที่เขาโหยหามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา! ความรู้สึกที่ขาข้างนั้นกลับคืนมาแล้ว!

น้ำตาแห่งความตื้นตันใจไหลทะลักออกมาจากดวงตาของชายฉกรรจ์อีกครั้ง เขามองไปยังขาของตนเองที่ถูกพันผ้าไว้อย่างดี ก่อนจะหันไปมองคุณชายลึกลับที่ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเทิดทูนบูชาราวกับมองเทพเจ้า

“ขาของข้า... ขาของข้ามีความรู้สึกแล้ว!” เขากล่าวเสียงเครือ “คุณชาย... ท่านคือเทพเซียนกลับชาติมาเกิดโดยแท้!”

“ข้าไม่ใช่เทพเซียน” เยี่ยหว่านชิงกล่าวเสียงเรียบ “ข้าเป็นเพียงคนที่รักษาสัญญา หลังจากนี้หนึ่งเดือน ท่านจะต้องทำกายภาพบำบัดตามที่ข้าสอนอย่างเคร่งครัด แล้วท่านจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง”

ลู่ทงพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นเพื่อคุกเข่า แต่เยี่ยหว่านชิงกดไหล่เขาไว้

“นอนพักเสีย อย่าเพิ่งขยับ”

“ผู้มีพระคุณ!” ลู่ทงไม่สนใจคำห้าม เขาดึงดันจะลุกขึ้นให้ได้ “คุณชายมอบชีวิตใหม่ให้ข้า จากนี้ไป ชีวิตของลู่ทงเป็นของคุณชาย! ไม่ว่าท่านจะสั่งให้ข้าทำสิ่งใด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะไม่ปริปากถามแม้แต่ครึ่งคำ!”

เมื่อเห็นความภักดีอันแรงกล้าในแววตาของเขา เยี่ยหว่านชิงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ นางรู้ว่าตนเองได้ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้และมีความสามารถมาไว้ในมือแล้ว

“ดีมาก ลุกขึ้นเถอะหลงจู๊ลู่” เยี่ยหว่านชิงเปลี่ยนคำเรียกขาน เป็นการยอมรับสถานะใหม่ของเขาอย่างเป็นทางการ “งานแรกของท่านคือการปรับปรุงหอโอสถแห่งนี้ ข้าต้องการให้มันกลายเป็นร้านยาที่หรูหราและลึกลับที่สุดในเมืองหลวง รับเฉพาะแขกที่จ่ายหนัก และรักษาเฉพาะโรคที่หมออื่นส่ายหน้าหนี”

นางยื่นถุงเงินหนักอึ้งให้เขา “นี่คือทุนรอนสำหรับเริ่มต้น จัดการจ้างช่างฝีมือดีที่สุดมาตกแต่งร้านใหม่ทั้งหมด ด้านหน้าให้คงความเก่าแก่ไว้ แต่ด้านในต้องงดงามและให้ความรู้สึกพิเศษ”

ลู่ทงรับถุงเงินมาด้วยสองมือที่สั่นเทา เขารู้สึกถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมอบหมาย “ขอคุณชายวางใจ ข้าน้อยจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยที่สุด!”

“และอีกเรื่อง” เยี่ยหว่านชิงกล่าวเสริม “ท่านเคยคร่ำหวอดในตลาดมืดมานาน จงใช้เส้นสายทั้งหมดของท่าน จับตาดูความเคลื่อนไหวทุกอย่างในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นข่าวในราชสำนัก เรื่องในจวนขุนนาง หรือแม้แต่ข่าวลือเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ ข้าต้องการรู้ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจวนหนิงอ๋อง”

แววตาของลู่ทงฉายแววเฉียบคมขึ้นมาทันที บัดนี้เขาไม่ใช่ชายขาพิการสิ้นหวังอีกต่อไป แต่เป็นหลงจู๊ผู้กุมอำนาจของหอโอสถเร้นลับ และเป็นหูเป็นตาให้กับนายเหนือหัวผู้ลึกลับ

“ข้าน้อยเข้าใจแล้ว! ตรอกไป่อวิ๋นนี้ไม่มีสิ่งใดรอดพ้นสายตาของข้าไปได้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”

“ยอดเยี่ยม” เยี่ยหว่านชิงกล่าว ก่อนจะหันกายเตรียมจากไป “ข้าจะกลับมาอีกครั้งในสามวันเพื่อดูแผลและสอนวิธีกายภาพบำบัดให้ท่าน ในระหว่างนี้ หากมีเรื่องด่วนให้ส่งสาส์นลับไปที่โรงเตี๊ยม...”

นางบอกชื่อโรงเตี๊ยมและวิธีติดต่อลับให้แก่เขา ซึ่งเป็นจุดนัดพบที่นางสร้างไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย นางก็กำลังจะก้าวออกจากห้องลับ แต่แล้วลู่ทงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณชาย... เมื่อครู่นี้ก่อนที่ข้าจะจ้างคนงาน ข้าได้ยินข่าวลือที่น่ากังวลจากในตลาดมืดพ่ะย่ะค่ะ”

เยี่ยหว่านชิงหยุดชะงัก หันกลับมามอง “ข่าวอะไร?”

ลู่ทงขมวดคิ้ว “มีคนกล่าวว่า... องครักษ์เงาของวังหลวงกำลังตามหา ‘หมอเทวดา’ คนหนึ่งอย่างลับๆ ว่ากันว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบน ดูเหมือนว่าบุคคลสำคัญในวังจะป่วยหนัก... และลักษณะของหมอเทวดาที่พวกเขาตามหา ช่างคล้ายคลึงกับคุณชายเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ”