น้ำพุวิเศษแห่งชีวิต

ภายหลังจากที่หลินหว่านชิวถูกดูดเข้ามาในห้วงมิติพิศวง นางยังคงยืนนิ่งงันอยู่เป็นนานสองนาน หัวใจที่เคยแห้งแล้งราวกับผืนดินในหมู่บ้านหินคราม บัดนี้กลับเต้นระรัวด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นราวกับได้รับน้ำทิพย์ชโลมใจ

นี่คือของขวัญจากสวรรค์ คือเส้นทางรอดเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกมอบให้แก่นางและบุตรชายในยามที่ถูกผลักไสสู่ปลายทางอันมืดมนที่สุด

หลินหว่านชิวในฐานะนักวิจัยพืชสมุนไพร สูดลมหายใจลึก กลิ่นไอดินอันอุดมสมบูรณ์ที่หาไม่ได้จากภายนอกลอยเข้าปะทะนาสิกอย่างจัง มันคือกลิ่นของดินดำชั้นเลิศที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่พืชพรรณต่างปรารถนา นางก้มลงใช้ปลายนิ้วสัมผัสผืนดินนั้น ความรู้สึกเย็นชื้นและร่วนซุยส่งผ่านมายืนยันความคิดของนาง ที่นี่คือดินแดนสวรรค์สำหรับเกษตรกรรมอย่างแท้จริง

สายตาของนางกวาดมองไปรอบๆ พื้นที่ประมาณหนึ่งไร่ถูกโอบล้อมด้วยม่านหมอกสีขาวขุ่น ทำให้มองไม่เห็นว่าสุดขอบเขตของมิตินี้อยู่ที่ใด บรรยากาศโดยรอบอบอุ่นและสงบเงียบราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งลง ณ สถานที่แห่งนี้

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของนางมากที่สุดคือบ่อน้ำพุขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใจกลางผืนดิน น้ำใสสะอาดผุดขึ้นมาจากเบื้องล่างอย่างเชื่องช้าแต่ไม่ขาดสาย บนผิวน้ำปรากฏประกายแสงสีรุ้งจางๆ คล้ายมีพลังงานลึกลับบางอย่างแฝงเร้นอยู่

นางเดินเข้าไปใกล้บ่อน้ำพุอย่างเชื่องช้า หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกคราเมื่อย่อกายลงพินิจดูใกล้ๆ น้ำในบ่อใสกระจ่างจนมองเห็นก้อนกรวดเล็กๆ ที่ก้นบ่อได้อย่างชัดเจน ไอเย็นระเหยขึ้นมากระทบใบหน้าให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการเผชิญหน้ากับตระกูลเสิ่นมาตลอดทั้งวันดูเหมือนจะบรรเทาลงเพียงแค่ได้สูดไอเย็นนี้

'น้ำนี่...จะดื่มได้หรือไม่' ความคิดของนักวิทยาศาสตร์ในตัวนางผุดขึ้นมา

ในยุคสมัยที่ขาดแคลนเช่นนี้ แม้แต่น้ำสะอาดยังถือเป็นของมีค่า การมีแหล่งน้ำไม่จำกัดเช่นนี้ก็นับเป็นโชคดีมหาศาลแล้ว แต่สัญชาตญาณกลับร่ำร้องบอกนางว่าน้ำพุนี้ไม่ธรรมดา

หลินหว่านชิวตัดสินใจทดลอง นางค่อยๆ วักน้ำขึ้นมาเต็มอุ้งมือ ความเย็นชื่นใจแผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือ นางจ้องมองน้ำในมือก่อนจะตัดสินใจนำมันมาจิบเล็กน้อย

ทันทีที่หยาดน้ำใสไหลผ่านลำคอ รสชาติหวานละมุนอย่างเป็นธรรมชาติก็แผ่กระจายไปทั่วโพรงปาก ไม่เหมือนน้ำบ่อทั่วไปที่มีรสกร่อยหรือกลิ่นดิน แต่นี่คือรสชาติของความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

วินาทีต่อมา สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น!

กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งพลันแล่นปราดจากช่องท้อง แผ่ขยายไปทั่วทุกอณูของร่างกายอย่างรวดเร็ว ความหิวโหยที่กัดกินกระเพาะมาเนิ่นนานพลันสลายหายไป ความอ่อนเพลียที่เกาะกุมร่างกายนางมาตลอดหลายวันราวกับถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เรี่ยวแรงที่เคยหดหายไปกลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างกายที่เคยรู้สึกหนักอึ้งกลับเบาสบายราวกับขนนก

หลินหว่านชิวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "นี่มัน...น้ำพุแห่งชีวิต!"

นางแทบไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น พลังงานที่เอ่อล้นขึ้นมาในร่างนี้ไม่ใช่แค่การคิดไปเอง แต่มันคือความจริงที่สัมผัสได้! นี่ไม่ใช่เพียงน้ำที่ช่วยดับกระหาย แต่เป็นน้ำวิเศษที่สามารถฟื้นฟูพลังกายและบำรุงร่างกายได้อย่างน่ามหัศจรรย์!

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของนาง หากน้ำนี้มีผลต่อนางถึงเพียงนี้ แล้วถ้าหากนำไปรดพืชเล่า? มันจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มคุณภาพของผลผลิตได้หรือไม่?

เพียงแค่คิดถึงความเป็นไปได้เหล่านั้น หัวใจของหลินหว่านชิวก็พองโตด้วยความหวังอันเจิดจ้า ที่ดินตีนเขาหินครามที่ทุกคนรังเกียจอาจปลูกธัญพืชไม่ได้ผล แต่สำหรับนางผู้มีความรู้ด้านสมุนไพร ดินกรดปนหินเช่นนั้นคือสวรรค์ของการปลูกสมุนไพรล้ำค่าบางชนิด หากได้น้ำพุวิเศษนี้เข้าไปช่วยอีกแรง...ภาพของสวนสมุนไพรที่ให้ผลผลิตมูลค่ามหาศาลก็ปรากฏขึ้นในมโนภาพของนางอย่างชัดเจน

แต่แล้วนางก็พลันนึกถึงบุตรชายขึ้นมาได้ "เสี่ยวซู่!"

นางรีบตั้งสมาธิรวบรวมจิตใจ 'ออกไป!' สิ้นความคิดนั้น ร่างของนางก็รู้สึกราวกับถูกดึงกลับอีกครั้ง ทิวทัศน์ของดินแดนสวรรค์เลือนหายไปในพริบตา และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางก็กลับมานั่งอยู่ในมุมกระท่อมผุพังที่มืดมิดและหนาวเหน็บดังเดิม

เสียงลมหนาวหวีดหวิวลอดผ่านรูโหว่ของผนังดินเข้ามาเสียดแทงผิวกาย ความแตกต่างระหว่างโลกภายนอกและมิติส่วนตัวนั้นราวกับสวรรค์และขุมนรก

นางหันไปมองร่างเล็กๆ ของเสิ่นเสี่ยวซู่ที่นอนขดตัวอยู่บนกองฟางแห้ง เด็กน้อยหลับสนิท แต่ใบหน้าซีดเซียวและริมฝีปากที่แห้งผากนั้นบ่งบอกถึงภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ร่างกายผ่ายผอมจนน่าสงสารทำให้หัวใจผู้เป็นแม่บีบรัดอย่างเจ็บปวด

บัดนี้เมื่อนางมีสมบัติล้ำค่าอยู่ในมือแล้ว จะปล่อยให้ลูกชายต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปได้อย่างไร!

หลินหว่านชิวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบที่สุด นางหยิบถ้วยกระเบื้องบิ่นใบเดียวที่ติดตัวมาจากบ้านตระกูลเสิ่นออกมา จากนั้นจึงหลับตาทำสมาธิอีกครั้ง ลองนึกปรารถนาในใจ 'ขอน้ำจากบ่อน้ำพุนั่น...มาใส่ในถ้วยนี้'

ราวกับมีปาฏิหาริย์! เมื่อนางลืมตาขึ้น น้ำใสสะอาดก็ปรากฏขึ้นในถ้วยกระเบื้องเกือบครึ่งถ้วย! นางสามารถนำสิ่งของจากในมิติออกมาได้!

หลินหว่านชิวดีใจจนแทบอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ นางมองไปที่กาน้ำเก่าๆ ที่มีน้ำติดก้นกาน้ำอยู่เพียงเล็กน้อยซึ่งนางตักมาจากบ่อน้ำรวมของหมู่บ้านก่อนจะเดินมาที่นี่ นางตัดสินใจรินน้ำธรรมดาผสมลงไปในถ้วยเพื่อเจือจางน้ำวิเศษ เพราะไม่แน่ใจว่าร่างกายของเด็กน้อยจะทนรับพลังงานบริสุทธิ์เข้มข้นได้หรือไม่ การเริ่มต้นอย่างระมัดระวังย่อมดีที่สุด

นางประคองถ้วยน้ำอย่างทะนุถนอมแล้วนั่งลงข้างๆ บุตรชาย ค่อยๆ ช้อนศีรษะเล็กๆ ของเขาขึ้นมาวางบนตักอย่างนุ่มนวล "เสี่ยวซู่...เสี่ยวซู่ ตื่นมาดื่มน้ำก่อนลูก"

เสิ่นเสี่ยวซู่ขยับตัวอย่างงัวเงีย เปลือกตาบางสั่นระริกก่อนจะค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างอ่อนแรง "ท่านแม่...ข้าหิวน้ำ..." เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน

"ดื่มนี่สิลูก ดื่มช้าๆ นะ" หลินหว่านชิวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยทำมา นางค่อยๆ ป้อนน้ำจากขอบถ้วยให้ลูกชายอย่างระมัดระวัง

เด็กน้อยกระหายน้ำมากจึงรีบอ้าปากรับอย่างว่าง่าย หยาดน้ำเย็นชื่นใจไหลผ่านลำคอแห้งผากลงไป ทันใดนั้น ดวงตาที่เคยไร้แววของเสิ่นเสี่ยวซู่ก็เบิกขึ้นเล็กน้อย เขาไม่เคยดื่มน้ำที่รสชาติดีเช่นนี้มาก่อน มันหวานละมุนชื่นใจอย่างประหลาด และเมื่อน้ำไหลลงสู่ท้อง ความรู้สึกอุ่นสบายก็ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความหนาวเหน็บที่ต้องทนทายาดมาตลอดทางดูเหมือนจะลดน้อยลง

เสิ่นเสี่ยวซู่ดื่มน้ำในถ้วยจนหมดหยดสุดท้าย เขาเลียริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัว พลังงานสายเล็กๆ ก่อเกิดขึ้นในร่างกายที่เคยอ่อนล้า ความรู้สึกสดชื่นที่ไม่เคยสัมผัสมานานทำให้เด็กน้อยมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของผู้เป็นมารดา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง บัดนี้เริ่มทอประกายแห่งความหวังขึ้นมาจางๆ แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดน้ำธรรมดาจึงทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ถึงเพียงนี้ แต่เขารู้สึกได้ว่าท่านแม่ของเขากำลังเปลี่ยนไป ท่านแม่ไม่ได้อ่อนแอและเอาแต่ร้องไห้อีกแล้ว ท่านแม่สามารถปกป้องเขาได้

"ท่านแม่...น้ำอร่อยมากขอรับ"

คำพูดใสซื่อของบุตรชายทำให้หลินหว่านชิวยิ้มออกมาทั้งน้ำตา นางลูบศีรษะเล็กๆ ของเขาเบาๆ "นอนต่อเถอะนะ พรุ่งนี้แม่จะหาของอร่อยๆ ให้เจ้ากิน"

นี่คือคำสัญญาจากใจจริง บัดนี้เมื่อมีมิติสวรรค์อยู่ในมือแล้ว นางจะไม่ยอมให้ลูกชายต้องหิวโหยอีกต่อไป!

หลังจากจัดแจงให้เสี่ยวซู่นอนหลับต่ออย่างอบอุ่นขึ้นแล้ว หลินหว่านชิวก็เตรียมจะหลับตาเพื่อเข้าไปสำรวจมิติอีกครั้ง นางยังมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้อีกมาก

พลันนั้น...เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่เหยียบย่ำใบไม้แห้งก็ดังขึ้นจากด้านนอกกระท่อม!

หลินหว่านชิวสะดุ้งสุดตัว! รอยยิ้มแห่งความหวังบนใบหน้าแข็งค้างกลายเป็นความระแวดระวังในทันที ใครกันที่มายังกระท่อมร้างตีนเขาในยามวิกาลเช่นนี้