กับดักรับแขกไม่ได้รับเชิญ
เสียงทุ้มต่ำและหยาบกระด้างที่ดังขึ้นหน้าประตูเปรียบดั่งก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำสงบนิ่ง ฉีกกระชากความเงียบสงัดของยามเช้าให้ขาดสะบั้น นัยน์ตาของหลินหว่านชิวพลันหรี่ลงเล็กน้อย แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นในพริบตา
น้ำเสียงนี้... นางจำได้แม่นยำ
เสิ่นเจี้ยนกั๋ว พี่ชายคนโตของสามี!
เขาเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนที่หวังชุนฮวาภาคภูมิใจที่สุด เพราะร่างกายกำยำแข็งแรง ทำงานในไร่นาได้แต้มงานสูงสุดในบรรดาพี่น้องเสมอมา นิสัยของเขาก็ถอดแบบมาจากมารดาไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจ และชอบใช้กำลังข่มเหงผู้อื่น ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เสิ่นเจี้ยนกั๋วผู้นี้มักจะหาเรื่องรังแกสองแม่ลูกอยู่เป็นนิจ
การที่เขาปรากฏตัวที่นี่ในยามนี้ ย่อมไม่พ้นต้องมีคนบงการอยู่เบื้องหลัง และคนผู้นั้นจะเป็นใครไปได้อีกเล่า หากมิใช่หวังชุนฮวา
หลินหว่านชิวกระชับร่างเล็กของเสี่ยวซู่เข้ามาไว้ในอ้อมแขน พลางส่งสายตาปรามให้บุตรชายเงียบเสียง นางมิได้ลุกขึ้นไปเปิดประตูในทันที แต่กลับยืนนิ่งสงบราวกับภูผา ปล่อยให้เสียงทุบประตูอันเกรี้ยวกราดดังสะท้อนอยู่ในกระท่อมซอมซ่อ
"หลินหว่านชิว! หูหนวกหรืออย่างไร! ข้าบอกให้เปิดประตู! คิดจะทำตัวเป็นเต่าในกระดองรึ!"
เสียงตะคอกดังขึ้นอีกครา คราวนี้เจือปนด้วยความเดือดดาลอย่างชัดเจน ตามมาด้วยเสียง "ตึง!" หนักๆ ที่บานประตูไม้ผุพังจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมา
เห็นได้ชัดว่าความอดทนของผู้มาเยือนได้สิ้นสุดลงแล้ว
หลินหว่านชิวยังคงไม่ขยับเขยื้อน นางกำลังประเมินสถานการณ์ด้วยความเยือกเย็น การมาของเสิ่นเจี้ยนกั๋วต้องเกี่ยวข้องกับควันไฟจากการต้มมันเทศเมื่อครู่เป็นแน่ ดูท่าว่าตระกูลเสิ่นจะยังไม่ยอมปล่อยให้นางและลูกได้อยู่อย่างสงบสุขง่ายๆ
"พี่ใหญ่ ท่านมาทำอะไรที่นี่แต่เช้าตรู่?" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง "ที่นี่เป็นบ้านของข้าแล้ว หากท่านไม่มีธุระอันใด ก็โปรดกลับไปเสียเถิด"
คำพูดของนางราวกับราดน้ำมันลงบนกองไฟ!
"บ้านของเจ้า? ฮึ! แค่กระท่อมผีสิงผุๆ พังๆ นี่น่ะรึ? อย่ามาทำอวดดีหน่อยเลย!" เสิ่นเจี้ยนกั๋วตะคอกกลับอย่างหัวเสีย "ข้าได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากที่นี่ เจ้าแอบซุกซ่อนของกินอะไรไว้! เอาออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำพูด เขาก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีกต่อไป ชายหนุ่มรวบรวมกำลังทั้งหมดแล้วใช้ไหล่กระแทกเข้าใส่บานประตูอย่างเต็มแรง!
*เปรี้ยง!*
บานประตูที่ผุกร่อนเกินทนรับแรงกระแทกไหวอีกต่อไป สลักไม้เก่าแก่แตกหักดังลั่น ร่างสูงใหญ่ของเสิ่นเจี้ยนกั๋วถลาเข้ามาในกระท่อมราวกับวัวกระทิงคลั่ง นัยน์ตาละโมบของเขากวาดมองไปทั่วห้องอันว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว หวังจะพบเจอเสบียงอาหารที่ซุกซ่อนไว้
ทว่า... ภายในกระท่อมกลับไม่มีสิ่งใดเลยนอกเสียจากกองฟางเก่าๆ กับเตาอิฐที่มอดดับไปแล้ว มีเพียงสองแม่ลูกที่ยืนกอดกันกลมอยู่มุมห้องด้วยท่าทีสงบนิ่งผิดปกติ
ความผิดหวังฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหยาบกร้านของเสิ่นเจี้ยนกั๋ว "ของกินเล่า! อยู่ที่ไหน? อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้าแอบต้มอะไรกิน!"
หลินหว่านชิวจ้องมองชายผู้มีศักดิ์เป็นพี่สามีด้วยสายตาว่างเปล่า "พี่ใหญ่ ท่านบุกรุกเข้ามาในบ้านของข้า ทั้งยังทำลายข้าวของเสียหาย ข้าควรเป็นฝ่ายถามท่านมากกว่าว่าต้องการสิ่งใดกันแน่?"
"หุบปาก!" เสิ่นเจี้ยนกั๋วตวาดลั่น เขาก้าวฉับๆ เข้ามาหมายจะใช้กำลัง แต่เมื่อเห็นแววตาที่ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อยของหลินหว่านชิว เขาก็พลันชะงักฝีเท้าลง ความเย็นชาในดวงตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก สะใภ้รองที่เคยอ่อนแอและขี้ขลาดราวกับลูกไก่ในกำมือ บัดนี้กลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน
"เจ้าต้องซ่อนมันไว้ข้างนอกแน่ๆ!" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วเพื่อจะออกไปรื้อค้นบริเวณรอบกระท่อม ด้วยความหุนหันพลันแล่นและไม่ทันระวังตัว
ทว่าในวินาทีที่เท้าข้างหนึ่งของเขาก้าวพ้นธรณีประตูออกไป...
*แคว่ก!*
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้งพลันยุบตัวลง!
"โอ๊ย!"
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแผดดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเสิ่นเจี้ยนกั๋วที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในท่าที่ผิดรูปผิดร่าง ขาข้างหนึ่งของเขาจมหายลงไปในหลุมตื้นๆ ที่ถูกขุดดักไว้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน
หลินหว่านชิวลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง นี่คือกับดักที่นางคาดการณ์ไว้แล้วและลงมือขุดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน หลังจากซ่อมแซมกระท่อมเสร็จ นางรู้ดีว่าคนจากบ้านใหญ่ต้องหาเรื่องมาวุ่นวายอีกเป็นแน่ จึงได้ขุดหลุมตื้นๆ ลึกเพียงแค่ครึ่งแข้งไว้สองสามแห่งบริเวณรอบกระท่อม แล้วนำกิ่งไม้บางๆ มาพาดปากหลุมก่อนจะใช้ใบไม้แห้งกลบอำพรางไว้จนแนบเนียน
เดิมทีนางเพียงคิดจะใช้มันดักสัตว์เล็กๆ เช่น กระต่ายป่าหรือไก่ป่าเพื่อนำมาเป็นอาหาร แต่ก็ไม่คิดเลยว่า ‘สัตว์ใหญ่’ ตัวแรกที่ติดกับจะเป็นพี่ชายสามีของนางเอง
"อ๊าก! ข้อเท้าข้า! เจ้า...เจ้าสารเลว!" เสิ่นเจี้ยนกั๋วคำรามลั่น เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดที่แล่นแปลบปลาบจากข้อเท้าทำให้เขาต้องทรุดลงไปอีกครั้ง "เจ้าจงใจ! เจ้าขุดหลุมดักข้า!"
เขาชี้หน้าด่าทอนางอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและความเจ็บปวด
หลินหว่านชิวก้าวออกมาจากกระท่อมอย่างเชื่องช้า นางหยุดยืนมองร่างของเขาที่นอนบิดเร่าอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
"พี่ใหญ่ ท่านพูดอะไรของท่าน? ข้ากับลูกไม่มีอะไรจะกินมาหลายวันแล้ว จึงได้ลองขุดหลุมดักสัตว์ป่าดูบ้าง เผื่อจะโชคดีได้กระต่ายสักตัวมาประทังชีวิต ใครจะไปคาดคิดว่าท่านจะบุกรุกเข้ามาถึงที่นี่ แล้วยังซุ่มซ่ามจนก้าวพลาดตกลงไปเอง"
คำพูดของนางแทบทำให้เสิ่นเจี้ยนกั๋วกระอักเลือด!
นางกล่าวหาว่าเขา ‘ซุ่มซ่าม’ งั้นรึ?
"เหลวไหล! เจ้าตั้งใจจะทำร้ายข้าชัดๆ! ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อกับท่านแม่! ข้าจะบอกให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าเจ้าเป็นหญิงใจอำมหิต คิดจะฆ่าพี่สามี!" เขาขู่ฟ่อๆ พยายามใช้บารมีของบิดามารดามาข่มขู่เช่นเคย
"เชิญสิ" หลินหว่านชิวตอบกลับอย่างไม่ทุกข์ร้อน "เชิญท่านไปบอกพวกท่านให้ทั่วเลยว่า ท่านบุกรุกเข้ามาในบ้านของสะใภ้ที่แยกบ้านออกมาแล้วในยามวิกาล หวังจะมาข่มขู่แย่งชิงเสบียงประทังชีวิตของหลานชายแท้ๆ แล้วก็อย่าลืมเล่าด้วยว่าท่านทำลายประตูบ้านของข้าพังเสียหาย และสุดท้ายก็ต้องมาได้รับบาดเจ็บเพราะความรีบร้อนและไม่ดูตาม้าตาเรือของตนเอง"
ทุกถ้อยคำของนางเฉียบคมราวกับมีดที่กรีดลงบนบาดแผล มันแทงใจดำของเสิ่นเจี้ยนกั๋วอย่างจัง เขาจะกล้าพูดความจริงได้อย่างไรว่าตนเองมาที่นี่เพื่อขโมยของ!
"เจ้า...!" ชายหนุ่มจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ ข้อเท้าของเขาบวมเป่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะจนแทบทนไม่ไหว
"ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่ทำกับข้าแบบนี้!" เขาเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา "รอให้ข้ากลับไปได้ก่อนเถอะ... ตระกูลเสิ่นจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!"
หลินหว่านชิวยืนกอดอกมองภาพนั้นนิ่งๆ นางไม่เอ่ยคำใดตอบโต้ ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ และไม่มีแม้แต่แววแห่งความสงสารในดวงตา มีเพียงความสงบเยือกเย็นที่น่าหวาดหวั่นจับใจ เสียงร้องโอดโอยและคำขู่คำรามของเสิ่นเจี้ยนกั๋วดังก้องไปทั่วป่าตีนเขาที่เงียบสงบ ทว่ามันกลับไม่อาจสั่นคลอนจิตใจที่แข็งแกร่งดุจหินผาของนางได้แม้แต่น้อย
นางรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดมาถึงในไม่ช้า...