กลับสู่ตระกูลเสิ่น
ธุลีดินสีเหลืองฟุ้งตลบใต้ฝ่าเท้าที่แห้งแตก เสิ่นหว่านเจียวจูงมือบุตรทั้งสองข้างกาย พาร่างที่อ่อนล้าก้าวเข้าสู่เขตหมู่บ้านหลิวคู่ในที่สุด แสงอาทิตย์ยามบ่ายยังคงแผดเผาไร้ความปรานี แต่เทียบไม่ได้เลยกับความร้อนรุ่มในใจของนาง
สภาพของหมู่บ้านหลิวคู่แทบไม่ต่างจากหมู่บ้านตระกูลหลินที่นางจากมา แผ่นดินแตกระแหงเป็นลายเกล็ดมังกร ต้นหลิวริมทางที่เคยเขียวชอุ่มบัดนี้เหลือเพียงกิ่งก้านแห้งโกร๋นชี้ขึ้นฟ้าราวกับมือของปีศาจที่กำลังร้องขอความเมตตาจากสวรรค์ บรรยากาศแห่งความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
"ท่านแม่ ข้าเหนื่อยเหลือเกินเจ้าค่ะ" หลินเสี่ยวหยากระซิบเสียงแผ่ว ใบหน้าน้อยๆ ซบลงกับแขนของมารดา แม้จะได้รับน้ำวิเศษและสารอาหารจากมิติมาแล้ว แต่การเดินทางอันยาวไกลก็ยังคงสูบเรี่ยวแรงของเด็กหญิงไปจนเกือบหมด
"ท่านพี่ ข้าช่วยท่านแม่แบกห่อผ้าเองขอรับ" หลินเสี่ยวเป่าเอ่ยขึ้นอย่างแข็งขัน เด็กชายพยายามยืดอกแสดงความเข้มแข็ง แม้ว่าหน้าผากเล็กๆ จะชุ่มไปด้วยเหงื่อก็ตาม
เสิ่นหว่านเจียวลูบศีรษะบุตรทั้งสองเบาๆ แววตาฉายความรักใคร่ระคนสงสาร "อีกไม่ไกลแล้วลูกรัก บ้านท่านตาท่านยายอยู่ข้างหน้านี่เอง"
นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังกลุ่มบ้านดินที่ตั้งอยู่ไม่ไกล หัวใจพลันบีบรัดอย่างรุนแรง นี่คือบ้านที่นางเติบโตมา แต่การกลับมาครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นางไม่รู้เลยว่าบิดามารดาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือหากยังอยู่ พวกเขาจะต้อนรับนางกับลูกๆ หรือผลักไสไล่ส่งเหมือนกับตระกูลหลิน
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูรั้วผุพังของบ้านตระกูลเสิ่น เสิ่นหว่านเจียวสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วตะโกนออกไป "ท่านพ่อ! ท่านแม่! ข้า... หว่านเจียวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!"
เสียงของนางแหบพร่าแต่ดังกังวานพอที่จะทะลุผ่านความเงียบงันเข้าไปในตัวบ้าน ชั่วอึดใจต่อมา ประตูไม้เก่าแก่ก็ถูกกระชากเปิดออก ร่างของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าซื่อตรงและสตรีที่เคยงดงามทว่าบัดนี้ซูบผอมปรากฏขึ้น ทั้งสองคือเสิ่นต้าซานและซูฮุ่ยเหนียง บิดามารดาของนางเอง
"หว่านเจียว! นั่นเจ้า... เจ้าจริงๆ หรือลูก!" ซูฮุ่ยเหนียงร้องออกมาเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลทะลักจากดวงตาที่โหลลึก นางถลาเข้ามาคว้าตัวบุตรสาวไว้ราวกับกลัวว่านี่จะเป็นเพียงภาพฝัน "เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นเช่นนี้... ผอมเหลือเกิน... แล้วนี่... หลานตาหลานยาย..."
เสิ่นต้าซานยืนนิ่งงัน ร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปยังบุตรสาวและหลานทั้งสองด้วยความเจ็บปวดระคนโล่งใจ เขากำหมัดแน่น พยายามสะกดกั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ "กลับมาก็ดีแล้ว... กลับมาก็ดีแล้ว..."
เสิ่นหว่านเจียวน้ำตาคลอหน่วยเมื่อได้เห็นสภาพของบิดามารดา พวกเขาดูแก่ชราลงไปนับสิบปีในเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ "ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกไม่孝順 ปล่อยให้ท่านต้องเป็นห่วง"
ทว่ายังไม่ทันที่ครอบครัวจะได้พูดคุยอะไรกันมากไปกว่านี้ เสียงแหลมเสียดแก้วหูก็ดังขึ้นจากทางเรือนใหญ่ที่อยู่ติดกัน
"โอ้โฮ! นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คุณหนูรองผู้สูงศักดิ์กลับมานี่เอง! กลับมามือเปล่าแล้วยังจะหอบเอาตัวซวยน้อยๆ มาเพิ่มภาระให้บ้านเราอีกหรืออย่างไร!"
หวังชุยผิง ป้าสะใภ้ใหญ่ ภรรยาของเสิ่นต้ากุ้ย เดินเท้าสะเอวออกมาจากเรือนใหญ่ นางกวาดตามองเสิ่นหว่านเจียวและลูกๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะจับจ้องไปยังห่อผ้าขนาดเขื่องบนหลังของเสิ่นหว่านเจียวด้วยดวงตาเป็นประกายโลภ
"ในเมื่อกลับมาแล้ว ก็นำเสบียงที่ติดตัวมาทั้งหมดไปรวมไว้ที่กองกลางเสียสิ! ตอนนี้บ้านใหญ่เป็นผู้ดูแลทุกอย่าง ของทุกชิ้นต้องผ่านมือพี่ใหญ่ก่อน!" หวังชุยผิงกล่าวพลางเดินตรงเข้ามาหมายจะกระชากห่อผ้าไปจากหลังของนาง
ซูฮุ่ยเหนียงรีบขวางหน้าไว้ "พี่สะใภ้ใหญ่! หว่านเจียวเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน ยังเหนื่อยอ่อนอยู่เลยนะเจ้าคะ!"
"หลีกไป!" หวังชุยผิงผลักซูฮุ่ยเหนียงจนเซถลา "นังเด็กนี่มันออกจากตระกูลไปแล้ว กลับมาก็ต้องทำตามกฎของบ้านนี้! หรือเจ้าคิดว่าเสบียงในยุ้งฉางมันมีไว้เลี้ยงคนนอกรึ!"
เสิ่นต้าซานหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธ "พี่สะใภ้! นี่คือลูกสาวของข้า! นางไม่ใช่คนนอก!"
"ลูกสาวรึ? ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดทิ้ง! ยิ่งเป็นแม่ม่ายตัวซวยพาลูกติดกลับมาเช่นนี้ ยิ่งไม่นับเป็นคนของตระกูลเสิ่น!" หวังชุยผิงเถียงคอเป็นเอ็น มือของนางเอื้อมไปถึงห่อผ้าของเสิ่นหว่านเจียวแล้ว
ทว่าในวินาทีนั้นเอง!
*เพียะ!*
เสียงแหวกอากาศอันรวดเร็วตามด้วยเสียงกระทบที่ดังลั่น! หวังชุยผิงกรีดร้องโหยหวนออกมาสุดเสียง นางกระชากมือกลับมาอย่างรวดเร็ว บนหลังมืออวบอ้วนของนางปรากฏรอยแดงเป็นปื้นยาวอย่างน่ากลัว
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
เสิ่นหว่านเจียวยืนนิ่งสงบ ในมือของนางถือท่อนฟืนที่คว้ามาจากข้างกองไฟเมื่อใดไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็น ดวงตาที่เคยอ่อนโยนของนางบัดนี้เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปี จ้องมองไปยังป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าทว่าแฝงเร้นไว้ด้วยไอสังหาร
"ใครกล้าแตะต้องของของข้าอีกแม้แต่ปลายเล็บ ข้าไม่รับประกันว่าครั้งต่อไปจะเป็นแค่หลังมือ!" น้ำเสียงของนางเรียบเฉยแต่กลับหนักแน่นจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"เจ้า... เจ้ากล้าตีข้า! นังเด็กอกตัญญู! ข้าเป็นผู้อาวุโสของเจ้านะ!" หวังชุยผิงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและเหลือเชื่อ นางไม่เคยคาดคิดว่าหลานสาวที่เคยอ่อนแอและว่านอนสอนง่ายจะกล้าลงมือกับนาง!
"ผู้อาวุโส?" เสิ่นหว่านเจียวแค่นเสียงหัวเราะ "ผู้อาวุโสที่จ้องจะรื้อค้นเสบียงประทังชีวิตของหลานที่เพิ่งรอดตายกลับมาน่ะรึ? ท่านป้าใหญ่ ท่านไม่รู้สึกว่าคำว่า 'ผู้อาวุโส' ที่ออกจากปากท่านมันช่างไร้ยางอายเกินไปหน่อยหรือ?"
คำพูดของนางเฉียบคมราวกับมีดที่กรีดลงบนใบหน้าของหวังชุยผิงจนอีกฝ่ายหน้าชาวาบ
"เจ้า...เจ้า..."
"พี่สะใภ้ใหญ่! ท่านทำเกินไปแล้วจริงๆ!" เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มดังขึ้นจากด้านหลัง เสิ่นจื้อรุ่ย น้องชายแท้ๆ ของเสิ่นหว่านเจียวที่เพิ่งกลับมาจากการหาบน้ำ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหาบเปล่าบนบ่า เขาวางหาบลงแล้วรีบวิ่งมายืนขวางอยู่หน้าพี่สาวและหลานๆ เผชิญหน้ากับหวังชุยผิงอย่างไม่เกรงกลัว
"พี่หญิงของข้ากับหลานๆ เพิ่งกลับมา ท่านไม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบสักคำ กลับคิดจะแย่งชิงห่อผ้าของพวกนาง นี่มันโจรป่าหรือญาติผู้ใหญ่กันแน่!" เสิ่นจื้อรุ่ยกล่าวอย่างฉุนเฉียว แววตาเต็มไปด้วยความเดือดดาล เขาผอมเกร็งจากความอดอยาก แต่ร่างกายที่สูงโปร่งก็ยังคงแผ่กลิ่นอายของการปกป้องออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
หวังชุยผิงเมื่อเห็นว่าตนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทั้งยังถูกเด็กหนุ่มตอกหน้ากลับมาเช่นนี้ ก็ทั้งโกรธทั้งอับอายจนใบหน้าบิดเบี้ยว นางชี้หน้าเสิ่นหว่านเจียวและทุกคนในบ้านรองสลับกันไปมา "ดี! ดีมาก! พวกเจ้าบ้านรองสามัคคีกันรังแกข้าสินะ! ข้าจะไปฟ้องพี่ใหญ่! รอให้พี่ใหญ่กลับมาจัดการกับพวกเจ้าได้เลย! ข้าจะดูซิว่าพวกเจ้าจะยังปากแข็งได้อีกนานแค่ไหน!"
นางตะคอกทิ้งท้ายอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะกุมมือที่เจ็บปวดของตนแล้วสะบัดหน้าเดินกระทืบเท้ากลับไปยังเรือนใหญ่ ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม
ซูฮุ่ยเหนียงถอนหายใจยาวด้วยความกังวล "หว่านเจียวลูกแม่ เจ้าไม่น่าทำเช่นนี้เลย... พี่ใหญ่ของพ่อเจ้าน่ะ..."
เสิ่นหว่านเจียวหันกลับมามองมารดาและบิดา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ "ท่านแม่ หากลูกยังอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน ป่านนี้ห่อผ้าผืนนี้คงไม่อยู่แล้ว และพวกเราแม่ลูกก็คงต้องอดตายอยู่ข้างรั้วนี่เอง"
นางมองไปยังทิศทางที่หวังชุยผิงจากไป ริมฝีปากเหยียดเป็นรอยยิ้มเย็นชา การกลับมาครั้งนี้ ไม่ใช่การกลับมาเพื่อขอความเมตตา แต่เป็นการกลับมาเพื่อเอาชีวิตรอด ใครก็ตามที่คิดจะขวางทางนางและลูกๆ ก็ต้องเตรียมใจรับผลที่จะตามมา! สงครามในตระกูลเสิ่น... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น