แกล้งโง่รับที่ดินตาบอด
"แต่สัญญาแยกบ้านในครั้งนี้ จะต้องเขียนให้กระจ่างแจ้งราวกับแสงตะวันและจันทรา!" หลินหว่านหรูเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงของนางแม้จะเจือความสั่นเครือ ทว่ากลับหนักแน่นจนผู้คนในลานบ้านต้องตั้งใจฟัง "ในเมื่อข้ากตัญญู ยอมรับที่ดินรกร้างตีนเขาอวิ๋นอู้เพื่อลดภาระของบ้านใหญ่แล้ว นับจากวินาทีที่จรดพู่กันลงนาม ถือว่าข้าและซูเสี่ยวเป่าสิ้นสุดวาสนากับตระกูลซูแต่เพียงเท่านี้!"
หม่าซิ่วอิงขมวดคิ้วยุ่ง ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความระแวง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร นังจิ้งจอก?"
"ความหมายของข้าคือ 'การตัดขาด' อย่างสมบูรณ์เจ้าค่ะ" หลินหว่านหรูตอบกลับทันควัน ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย "ที่ดินตีนเขาจำนวนสิบห้าหมู่ จะต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของข้าโดยชอบธรรม ห้ามผู้ใดในตระกูลซูมากล้ำกราย หรืออ้างสิทธิ์ครอบครองในภายหลัง และที่สำคัญที่สุด... ในภายภาคหน้า ไม่ว่าข้ากับลูกจะอดตายอยู่ริมถนน หรือมั่งมีจนเงินทองกองท่วมภูเขา บ้านใหญ่และท่านแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องเงินทอง ข้าวปลาอาหาร หรือผลประโยชน์ใดๆ จากข้าได้อีก สัญญาต้องระบุชัดเจนว่า ตระกูลซูจะไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตของพวกเราแม่ลูกอีกชั่วชีวิต!"
สิ้นคำประกาศิตของนาง ลานบ้านที่เคยมีเสียงซุบซิบพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนที่ซูต้าเจียงจะลอบสบตากับมารดาของตน แววตาของบุรุษผู้ละโมบเปล่งประกายเย้ยหยันและลิงโลดอยู่ลึกๆ
ในใจของซูต้าเจียงกำลังหัวเราะเยาะสะใภ้รองผู้นี้อย่างบ้าคลั่ง *'นังโง่เอ๊ย! ที่ดินตีนเขาอวิ๋นอู้มีแต่หินกรวดก้อนเท่าหัวคน ขุดลงไปไม่ถึงคืบก็เจอแต่ชั้นหินแข็งกระด้าง ปลูกหัวไชเท้ายังแคระแกร็น อย่าว่าแต่จะปลูกข้าวเลย! คิดว่าได้ที่ดินสิบห้าหมู่แล้วจะรวยงั้นหรือ? ฤดูหนาวปีนี้คงได้พาลูกไปกราบกรานขอทานคนอื่นกินเสียมากกว่า!'*
หม่าซิ่วอิงเองก็คิดไม่ต่างกัน หญิงชรามองหลินหว่านหรูราวกับกำลังมองคนสติฟั่นเฟือน นางรีบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ใต้ใบหน้าบูดบึ้ง แสร้งทำเป็นกระแทกไม้เท้าลงพื้น "ได้! ในเมื่อเจ้าปีกกล้าขาแข็งถึงเพียงนี้ ข้าก็จะสนองให้! แต่อย่ามาร้องไห้คร่ำครวญขอเศษข้าวจากข้าในภายหลังก็แล้วกัน ข้าจะให้ต้าเจียงเขียนสัญญาตามที่เจ้าว่ามาเดี๋ยวนี้!"
"ช้าก่อน..." หลินหว่านหรูเอ่ยขัดขึ้นมาอีกครั้ง
"อะไรของเจ้าอีก! หรือว่าเปลี่ยนใจแล้ว?" ซูต้าเจียงตวาดเสียงแข็ง เริ่มมีโทสะเพราะกลัวว่าเนื้อชิ้นโตจะหลุดจากปาก
หญิงสาวแย้มรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แฝงความนัยลึกล้ำเกินกว่าที่ชาวบ้านธรรมดาจะเข้าใจได้ ในห้วงความคิดของนาง ภาพโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนจากระบบ 'เสี่ยวจี้' เพิ่งแสดงผลการประเมินความเสี่ยงเสร็จสิ้น การใช้เพียงวาจาหรือสัญญาที่ร่างกันเองในจวน ย่อมมีช่องโหว่ให้คนหน้าด้านอย่างตระกูลซูพลิกลิ้นได้เสมอ หากในอีกสองปีข้างหน้า ทางการเริ่มตัดถนนเส้นหลักผ่านที่ดินผืนนั้นเมื่อใด มูลค่าของมันจะพุ่งทะยานยิ่งกว่าทองคำ ถึงตอนนั้นคนพวกนี้ต้องหน้าด้านมาฉีกสัญญาแย่งชิงที่ดินคืนเป็นแน่
นางคือนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้า เรื่องการเจรจาและการปิดรอยรั่วทางกฎหมายคือสัญชาตญาณที่ฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด!
"เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ จะให้ร่างสัญญาปิดประตูกระทำกันเองได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ หากวันหน้ามีคนครหาว่าท่านแม่รังแกสะใภ้หม้าย ท่านแม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด" หลินหว่านหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความคมกริบ "ข้าจึงบังอาจ เชิญบุคคลที่น่าเชื่อถือที่สุดในหมู่บ้านชิงซีมาเป็นสักขีพยาน... เพื่อความบริสุทธิ์ใจของบ้านใหญ่เองอย่างไรเล่า"
ทันใดนั้นเอง เสียงหอบหายใจเล็กๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน
"ท่านแม่! ข้าพาท่านลุงผู้ใหญ่บ้านมาแล้วขอรับ!"
ร่างเล็กของซูเสี่ยวเป่าวิ่งเตาะแตะเข้ามา ใบหน้ามอมแมมของเด็กน้อยเต็มไปด้วยเหงื่อ ทว่าดวงตากลมโตกลับทอประกายเด็ดเดี่ยว เขาวิ่งเข้ามาจับชายกระโปรงของมารดาไว้แน่น ด้านหลังของเด็กชาย คือชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดผ้าฝ้ายสีเทาเรียบง่าย ทว่ามีกลิ่นอายความน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมา เขาคือ 'จ้าวเถี่ย' ผู้ใหญ่บ้านแห่งหมู่บ้านชิงซี
หม่าซิ่วอิงและซูต้าเจียงเบิกตากว้าง สีหน้าพลันซีดเผือดลงเล็กน้อย พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ในช่วงที่กำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด เด็กชายตัวน้อยผู้นี้ได้หายตัวไปจากลานบ้านตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้!
หลินหว่านหรูลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน นึกชมเชยในความฉลาดหลักแหลมของเขา ก่อนหน้านี้ตอนที่นางแสร้งก้มหน้าร้องไห้ นางได้ลอบกระซิบข้างหูเสี่ยวเป่า พร้อมยัดเงินอีแปะที่ซ่อนไว้ให้เขาไปตามผู้ใหญ่บ้านมาโดยไม่ต้องสนใจสิ่งใด แผนการยืมมือผู้อื่นมากดดันศัตรูนี้ ดำเนินไปอย่างแนบเนียนไร้ที่ติ
"ผู้ใหญ่บ้านจ้าว... ท่านมาได้อย่างไรกัน" ซูต้าเจียงรีบปั้นหน้ายิ้มประจบ ก้าวออกไปต้อนรับ
จ้าวเถี่ยปรายตามองซูต้าเจียงด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะกวาดตามองชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ และหยุดสายตาลงที่หลินหว่านหรูซึ่งมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้า ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจยาว เขาย่อมรู้ซึ้งถึงนิสัยตระหนี่ถี่เหนียวและโหดร้ายของหม่าซิ่วอิงเป็นอย่างดี
"เด็กคนนี้ไปเคาะประตูบ้านข้า บอกว่าตระกูลซูกำลังจะแยกบ้าน และต้องการให้ข้ามาเป็นพยาน" จ้าวเถี่ยเอ่ยเสียงเข้ม พลางจ้องหน้าหม่าซิ่วอิง "แม่เฒ่าซู สามีของสะใภ้รองเพิ่งด่วนจากไปไม่นาน กระดูกยังไม่ทันเย็น เจ้าก็จะไล่นางและหลานชายแท้ๆ ออกจากบ้านแล้วงั้นหรือ? ช่างใจดำเกินไปหรือไม่!"
หม่าซิ่วอิงสะดุ้งสุดตัว รีบแก้ตัวเสียงหลง "ท่านผู้ใหญ่บ้านเข้าใจผิดแล้ว! เป็นสะใภ้รองต่างหากที่ยืนกรานจะแยกบ้านเอง ข้าเมตตานาง ถึงขนาดยกที่ดินตั้งสิบห้าหมู่ที่ตีนเขาอวิ๋นอู้ให้เชียวนะ! ท่านลองถามนางดูสิ!"
จ้าวเถี่ยหันมองหลินหว่านหรูอย่างประหลาดใจ "ที่ดินรกร้างนั่นน่ะหรือ? สะใภ้รอง เจ้าจะรับมันไว้จริงหรือ? ที่ตรงนั้นปลูกหญ้ายังยาก เจ้าเป็นเพียงสตรี จะเอาตัวรอดได้อย่างไร ทำไมไม่เรียกร้องนาขั้นบันไดเล่า?"
หลินหว่านหรูคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนอบน้อม ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มมาดร้ายที่มุมปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาของผู้เสียสละ "ท่านผู้ใหญ่บ้านเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงสตรีหม้าย ไร้เรี่ยวแรงจะต่อกรผู้ใด บ้านใหญ่มีคนมากปากท้องมาก ข้าย่อมไม่กล้าแย่งชิงนาขั้นบันไดอันอุดมสมบูรณ์ ข้ายินดีรับที่ดินรกร้างผืนนั้น เพื่อตอบแทนบุญคุณตระกูลซู... ขอเพียงแค่ท่านผู้ใหญ่บ้านช่วยเป็นธุระ เป็นพยานในการทำ 'สัญญาตัดขาด' อย่างเป็นทางการ เพื่อมิให้ใครต้องมาบาดหมางกันในวันข้างหน้า ข้าและเสี่ยวเป่าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ"
จ้าวเถี่ยมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกเวทนาผสมชื่นชมในความเด็ดเดี่ยว เขากระแทกเสียงหนักแน่น "ดี! ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแน่วแน่ ข้าจ้าวเถี่ยก็จะเป็นพยานให้! ซูต้าเจียง ไปเอาพู่กันกับกระดาษมา ข้าจะร่างสัญญาแยกบ้านให้พวกเจ้าเอง!"
"ไม่ต้องลำบากท่านผู้ใหญ่บ้านหรอกเจ้าค่ะ" หลินหว่านหรูลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีแห่งความอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น แทนที่ด้วยความเยือกเย็นและแหลมคมราวกับพยัคฆ์ที่เพิ่งกางกรงเล็บ "ในเมื่อท่านผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานแล้ว ข้าขอเป็นผู้ร่างสัญญาแยกบ้านฉบับนี้ด้วยตนเองเจ้าค่ะ"
คำกล่าวของนางทำเอาทุกคนในลานบ้านตกตะลึง สตรีชนบทที่วันๆ เอาแต่ทำไร่ไถนา จะมีความรู้เรื่องการร่างสัญญาอันสลับซับซ้อนได้อย่างไร? ทว่าพวกเขาหาตระหนักไม่ว่า บัดนี้เหยื่ออันโอชะที่พวกเขากำลังหมายตานั้น ได้กลายสภาพเป็นนายพรานที่กำลังจะปิดกรงขังพวกเขาไว้ด้วยข้อกฎหมายที่ไร้ช่องโหว่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านชิงซี!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สัญญาแยกบ้านที่รัดกุม]**