มิติลับ 'สวนเสี้ยวธารา'
กลิ่นอายความสดชื่นของไอดินและเสียงน้ำไหลรินที่แว่วเข้ามาในโสตประสาท ค่อยๆ ดึงสติสัมปชัญญะของหลินหว่านหรูที่หลุดลอยให้กลับคืนมาอย่างช้าๆ
ร่างบางที่สมควรจะทรุดฮวบลงบนพื้นดินเย็นเฉียบของกระท่อมร้าง กลับร่วงหล่นลงบนผืนหญ้านุ่มละมุนราวกับพรมกำมะหยี่ชั้นดี หลินหว่านหรูกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับการมองเห็น ภาพความมืดมิดและลมหนาวเหน็บที่พัดลอดช่องหน้าต่างหายไปจนหมดสิ้น เบื้องหน้าของนางในยามนี้คือท้องฟ้าสีครามกระจ่างใสไร้เมฆหมอก แสงสว่างนวลตาที่สาดส่องลงมามิได้ร้อนแรงแสบผิว ทว่ากลับให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายอย่างประหลาด
นางยันกายลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความตื่นตะลึงงัน พื้นที่แห่งนี้เป็นเอกเทศและกว้างขวางประมาณหนึ่งหมู่ เบื้องหน้าคือแปลงดินขนาดใหญ่ที่ถูกจัดแบ่งไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าสิ่งที่ทำให้นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้เชี่ยวชาญการประเมินหน้าดินอย่างนางต้องเบิกตากว้าง มิใช่ขนาดของพื้นที่ แต่เป็น 'คุณภาพ' ของดินต่างหาก
มันคือผืนดินสีดำสนิท!
หลินหว่านหรูก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ย่อกายลงแล้วใช้มือสอดตักก้อนดินขึ้นมาพิจารณา เนื้อดินร่วนซุยทว่ากักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สีดำขลับบ่งบอกถึงปริมาณแร่ธาตุและอินทรียวัตถุที่อัดแน่นอยู่ภายในอย่างมหาศาล ในชาติก่อน หากต้องการเนรมิตภูมิทัศน์ให้โครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับหรู ดินหน้าดินที่มีคุณภาพเช่นนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการกว้านซื้อและขนส่ง แต่นี่... กลับมีผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าดินชั้นเลิศใดๆ ที่นางเคยพานพบมาในชีวิต ทอดตัวอยู่เบื้องหน้ากว้างขวางถึงหนึ่งหมู่เต็ม!
เพียงแค่มองด้วยตาเปล่า สัญชาตญาณก็ร่ำร้องบอกนางว่า ไม่ว่าจะนำเมล็ดพันธุ์พืชผักหรือสมุนไพรชนิดใดมาเพาะปลูกลงบนผืนดินแห่งนี้ พวกมันย่อมต้องเจริญงอกงามอย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตที่ล้ำเลิศเกินจินตนาการเป็นแน่แท้
ขณะที่กำลังตื่นเต้นกับผืนดินวิเศษ เสียง 'จ๋อม... จ๋อม...' ที่ได้ยินตั้งแต่แรกก็ดึงดูดความสนใจของนางให้หันไปมอง ถัดจากแปลงดินดำสนิทบริเวณใจกลางมิติ มีแอ่งน้ำขนาดเล็กที่ก่อตัวขึ้นจากโขดหินหยกสีขาวบริสุทธิ์ทอประกายระยิบระยับ สายน้ำใสกระจ่างผุดพรายขึ้นมาจากใจกลางแอ่งราวกับน้ำพุธรรมชาติที่ไม่มีวันเหือดแห้ง เหนือผิวน้ำมีไอหมอกสีขาวขุ่นจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง บ่งบอกถึงความบริสุทธิ์และพลังปราณแห่งธรรมชาติที่อัดแน่นอยู่ภายใน
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางรอนแรม การเผชิญหน้าปะทะคารมกับแม่สามีและบ้านใหญ่ตระกูลซู ผนวกกับการต้องออกแรงปัดกวาดเช็ดถูตระเตรียมที่พัก ซัดโถมเข้ามาจนลำคอของนางแห้งผากเป็นผุยผง หลินหว่านหรูก้าวเท้าเข้าไปใกล้น้ำพุนั้นอย่างลืมตัว ราวกับถูกมนต์สะกดจากความบริสุทธิ์ของสายน้ำ นางคุกเข่าลงข้างขอบสระหยกขาว ใช้สองมือกอบตักของเหลวใสกระจ่างขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้วดื่มกินลงไป
พริบตาที่หยาดน้ำพุวิญญาณหยดแรกไหลล่วงลงสู่ลำคอ รสชาติหวานล้ำและเย็นชื่นใจยิ่งกว่าน้ำค้างกลางหาวก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันมิใช่น้ำธรรมดา ทว่าคล้ายดั่งมีกระแสปราณอุ่นๆ สายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจร ชำระล้างความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันจนมลายสิ้นไปในอึดใจเดียว
ทว่าความอัศจรรย์ยังมิหยุดอยู่เพียงแค่นั้น!
หลินหว่านหรูเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงความคันยิบๆ บริเวณปลายนิ้วชี้ซ้ายที่เพิ่งถูกหนามเถาวัลย์บาดจนเลือดออก เมื่อก้มลงมอง นางก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง บาดแผลที่เคยมีโลหิตซึมไหล บัดนี้กำลังสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนมองไม่เห็นแม้แต่รอยแผลเป็น ยิ่งไปกว่านั้น รอยฟกช้ำดำเขียวตามแขนขาและร่างกายที่เกิดจากการถูกหม่าซิ่วอิงทุบตีรังแกและใช้งานหนักมาตลอดหลายปีในฐานะสะใภ้รอง ค่อยๆ จางหายไปราวกับหิมะที่ถูกแสงตะวันแผดเผา
ผิวพรรณที่เคยหยาบกร้านซีดเซียวจากความอดอยาก กลับมาเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลอมชมพูระเรื่อ เรี่ยวแรงที่เคยถดถอยกลับมาเปี่ยมล้นราวกับได้เกิดใหม่ในร่างเดิม!
[ติ๊ง! ตรวจพบพื้นที่มิติลับส่วนบุคคล ระบบทำการเชื่อมต่อและวิเคราะห์โครงสร้างเสร็จสิ้น]
น้ำเสียงใสกระจ่างของระบบผู้ช่วยเสี่ยวจี้ดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[ยินดีต้อนรับโฮสต์เข้าสู่มิติลับ 'สวนเสี้ยวธารา' พื้นที่ขนาดหนึ่งหมู่ ดินดำวิเศษระดับสูงสุด และน้ำพุวิญญาณบริสุทธิ์ สถานะ: เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์]
"สวนเสี้ยวธารา... อย่างนั้นหรือ" หลินหว่านหรูพึมพำ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างไม่อาจระงับ ในดวงตาหงส์ทอประกายแห่งความมุ่งมั่นและเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
ในฐานะสตรีผู้เคยครอบครองอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ นางย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่ตนเองกำลังยืนอยู่มิใช่เพียงมิติวิเศษ แต่มันคือ 'ขุมทรัพย์' ที่จะใช้พลิกกระดานชะตาชีวิต! พวกตระกูลซูหน้าโง่เหล่านั้นรวมหัวกันบีบคั้น หลอกให้นางสละที่ดินทำกินชั้นดีเพื่อแลกกับที่ดินรกร้างตีนเขาที่ปลูกสิ่งใดไม่ขึ้น พวกมันคงคิดว่านางและบุตรชายจะต้องอดตายภายในไม่กี่เดือน ทว่าพวกมันหารู้ไม่ว่า ภายในกำไลหยกเก่าคร่ำคร่าที่พวกมันมองข้าม กลับซุกซ่อนผืนดินเพาะปลูกที่ล้ำเลิศที่สุดในแผ่นดินเอาไว้!
"ด้วยดินดำวิเศษและน้ำพุแห่งนี้ ต่อให้ข้าเก็บตัวอยู่ในกระท่อมตาบอดนั่น ข้าก็สามารถเพาะปลูกสมุนไพรล้ำค่า สร้างทุนรอนก้อนใหญ่ได้อย่างเงียบเชียบ รอจนทางการตัดถนนเส้นใหม่ผ่านหน้าบ้านเมื่อใด เมื่อนั้นแหละ... ตระกูลซูจะได้รู้จักคำว่าเสียใจจนกระอักเลือด!"
หลินหว่านหรูสูดลมหายใจเข้าลึก หมายมั่นปั้นมืออยู่ในใจ นางเตรียมจะตั้งจิตออกจากมิติเพื่อกลับไปดูซูเสี่ยวเป่าที่นอนหลับอยู่ด้านนอก ทว่าในจังหวะที่กำลังจะหันหลังกลับ สายตาของนางพลันสะดุดเข้ากับเงาทะมื่นของสิ่งก่อสร้างบางอย่าง ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังม่านหมอกบางเบาบริเวณท้ายสวนมิติ
มันคือกระท่อมฟางหลังใหญ่ที่ดูเก่าแก่ ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายลึกลับประหลาดออกมา บานประตูไม้เผยอเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นความมืดมิดภายใน หลินหว่านหรูก้าวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่าเมื่อเข้าใกล้ระยะห่างเพียงสามก้าว นางก็ต้องหยุดชะงัก ใบไม้แห้งใบหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ด้านข้าง กลับลอยหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศตรงหน้าประตูบานนั้นพอดี... ราวกับว่าพื้นที่ภายในกระท่อมฟางหลังนั้น กาลเวลาได้ถูกแช่แข็งเอาไว้ชั่วนิรันดร์!
ขณะที่นางกำลังจะยื่นมือออกไปสัมผัสความว่างเปล่าที่หยุดนิ่งนั้นเอง...
"โครม!!"
เสียงของแข็งกระแทกเข้ากับบานประตูไม้อย่างรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหว ทะลุผ่านมิติเข้ามาจนสะเทือนถึงโสตประสาท ตามมาด้วยเสียงร้องอุทานด้วยความหวาดผวาของซูเสี่ยวเป่าที่ตื่นตระหนกสุดขีด!
"ท่านแม่! ช่วยด้วย! มีคนจะพังประตูเข้ามา!"
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เสบียงมื้อแรกและโกดังหยุดเวลา]**