เสบียงมื้อแรกและโกดังหยุดเวลา
พริบตาที่เสียงกัมปนาทดังสะเทือนเลื่อนลั่น จิตสำนึกของหลินหว่านหรูพลันถูกกระชากกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงในทันที นางลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของกระท่อมร้าง ซูเสี่ยวเป่ากำลังกอดแขนนางแน่น ร่างเล็กสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากบานประตูที่ผุกร่อนบ่งบอกว่ามีบางสิ่งกำลังพยายามกระแทกเข้ามาจากด้านนอก
ในยุคข้าวยากหมากแพงและจิตใจคนยากแท้หยั่งถึง การที่หญิงม่ายและเด็กน้อยมาอาศัยอยู่ในที่ห่างไกลผู้คน ย่อมตกเป็นเป้าหมายของพวกมิจฉาชีพชั้นปลายแถวที่หวังจะมาฉกชิงทรัพย์สินอันน้อยนิด หรือแม้แต่เศษอาหารประทังชีวิต
หลินหว่านหรูไม่ปล่อยให้ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของอดีตนักธุรกิจสาวที่ผ่านการเจรจาต่อรองอันดุเดือดมานับไม่ถ้วนทำให้หัวใจของนางเยือกเย็น นางเอื้อมมือไปคว้าท่อนไม้ฟืนท่อนใหญ่ที่วางอยู่ข้างเตาไฟขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะจงใจเตะหม้อดินเผาใบเก่าให้กลิ้งไปชนผนังจนเกิดเสียงดังโครมคราม
"ท่านลุงจ้าว! ท่านพี่หวัง! พวกท่านเข้ามาทางประตูด้านหลังเลย! จับตาดูให้ดีว่าผู้ใดมันกล้ามารังควานยามวิกาล หากจับตัวได้ข้าจะให้พวกท่านส่งตัวมันไปรับโทษที่ศาลาว่าการอำเภอ!"
เสียงตวาดก้องของนางเจือไปด้วยความดุดันและทรงอำนาจ แฝงอุบายหลอกล่อให้ผู้บุกรุกเข้าใจผิดว่าภายในกระท่อมมีชายฉกรรจ์จากหมู่บ้านดักซุ่มอยู่ ได้ผลชะงัด... เสียงกระแทกประตูหยุดชะงักลงทันที ตามมาด้วยเสียงสบถด่าอย่างหัวเสียเบาๆ และเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนย่ำลงบนกิ่งไม้แห้ง ถอยห่างออกไปทางชายป่าจนเงียบหายไปในความมืด
เมื่อแน่ใจว่าภัยคุกคามล่วงลับไปแล้ว หญิงสาวจึงทิ้งท่อนไม้ในมือลง ก่อนจะรวบตัวบุตรชายตัวน้อยเข้ามากอดแนบอก ลูบแผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
"ไม่เป็นไรแล้วเสี่ยวเป่า แม่ฟาดฟันพวกมันหนีไปหมดแล้ว" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ท่านแม่... ข้ากลัว และข้าก็หิวเหลือเกินขอรับ" เสียงเล็กๆ สั่นเครือ ท้องของเด็กน้อยร้องโครกครากประท้วงอย่างน่าสงสาร
หลินหว่านหรูยิ้มบาง นางล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงเอาห่อผ้าขนาดเล็กที่แอบซุกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดตั้งแต่ตอนที่ถูกบีบบังคับให้เซ็นสัญญาแยกบ้านออกมา ภายในนั้นมีแป้งหยาบอยู่เพียงหยิบมือและมันเทศป่าหัวเล็กๆ ที่เหี่ยวเฉา นี่คือเสบียงก้อนสุดท้ายที่นางใช้ไหวพริบซ่อนเร้นรอดพ้นสายตาดุจแร้งกาของแม่เฒ่าหม่ามาได้
ทว่าก่อนจะเริ่มก่อไฟ นางหวนนึกถึงภาพกระท่อมฟางปริศนาในมิติลับ 'สวนเสี้ยวธารา' ที่ยังค้างคาใจ จิตสำนึกของนางเชื่อมต่อกับระบบผู้ช่วยในหัวทันที
'เสี่ยวจี้ กระท่อมฟางที่ข้าเห็นเมื่อครู่ มันคือสิ่งใดกันแน่?'
[เรียนโฮสต์ กระท่อมฟางหลังนั้นคือ 'โกดังหยุดเวลา' ซึ่งเป็นพื้นที่สุญญากาศทางกาลเวลาภายในมิติวิเศษ กาลเวลาภายในนั้นถูกแช่แข็งไว้ชั่วนิรันดร์ สิ่งของใดก็ตามที่ถูกนำไปเก็บกักไว้ จะไม่มีวันเน่าเสีย บูดพัง หรือสูญเสียอุณหภูมิ ไม่ว่าเวลาภายนอกจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด หากท่านนำน้ำแกงร้อนๆ เข้าไปวางไว้ เมื่อนำออกมาในอีกสิบปีให้หลัง น้ำแกงนั้นก็จะยังคงเดือดพล่านและส่งควันกรุ่นเช่นเดิม]
ดวงตาของหลินหว่านหรูทอประกายวาบราวกับค้นพบขุมทรัพย์ สำหรับชาวนาหรือแม้แต่นักธุรกิจ การกักเก็บเสบียงและสินค้าเกษตรไม่ให้เน่าเสียคือหัวใจสำคัญของการควบคุมกลไกราคาตลาด! โกดังแห่งนี้คือไพ่ตายชั้นยอดที่จะทำให้นางสามารถกักตุนสมุนไพรหรือผลผลิตไว้เก็งกำไรได้โดยไม่ต้องกลัวความเสียหาย
เพื่อทดสอบ นางลองเพ่งจิตส่งมันเทศป่าหัวนั้นเข้าไปในโกดังมิติ แล้วดึงกลับออกมาในพริบตา ทุกอย่างราบรื่นรวดเร็วดั่งใจนึก หญิงสาวลอบยิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเริ่มลงมือเตรียมอาหารมื้อแรกในบ้านหลังใหม่
นางตักน้ำที่เหลืออยู่ก้นบ่อด้านนอกมาล้างมันเทศ แต่ในขั้นตอนการต้ม นางลอบใช้จิตดึงเอา 'น้ำพุวิญญาณ' จากสระมรกตในมิติวิเศษออกมาผสมลงในหม้อดินเผา เมื่อไฟจากเตาเริ่มลุกโชน น้ำในหม้อก็เริ่มเดือดพล่าน ความมหัศจรรย์ของน้ำพุวิญญาณพลันสำแดงฤทธิ์ แม้จะมีเพียงแป้งหยาบและมันเทศเหี่ยวๆ ทว่ากลิ่นหอมกรุ่นที่ระเหยขึ้นมาพร้อมกับไอน้ำ กลับหอมหวานชื่นใจราวกับน้ำแกงตุ๋นยาจีนชั้นเลิศ กลิ่นนั้นทะลวงผ่านโสตประสาทการรับรู้ ชวนให้น้ำลายสอจนแทบจะทนรอไม่ไหว
"หอมจังเลยขอรับท่านแม่!" ซูเสี่ยวเป่าชะโงกหน้ามองหม้อดินเผาด้วยดวงตาเป็นประกาย ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น
เมื่อมันเทศสุกนุ่มและแป้งหยาบละลายเข้ากับน้ำพุวิญญาณจนกลายเป็นน้ำแกงข้นๆ หลินหว่านหรูจึงตักใส่ชามบิ่นๆ เป่าจนคลายความร้อน แล้วป้อนให้บุตรชายทีละคำ ทันทีที่น้ำแกงอุ่นๆ ล่วงเลยลำคอ ซูเสี่ยวเป่าก็เบิกตากว้าง รสชาติของมันช่างหวานล้ำและกลมกล่อมอย่างที่เด็กน้อยไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต เขาซดน้ำแกงจนหมดชามอย่างเอร็ดอร่อย
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือผลลัพธ์หลังมื้ออาหาร เพียงไม่ถึงเค่อที่น้ำพุวิญญาณซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย ใบหน้าที่เคยซีดเซียวอมเหลืองของซูเสี่ยวเป่าพลันปรากฏริ้วสีแดงระเรื่อของเลือดฝาด ลมหายใจที่เคยติดขัดรวยรินกลับมาสม่ำเสมอและมีพลัง ร่างกายผอมโซดูมีเรี่ยวแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เด็กน้อยยิ้มกว้างก่อนจะผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ด้วยความอบอุ่นและอิ่มท้อง
ขณะที่หลินหว่านหรูกำลังเฝ้ามองใบหน้ายามหลับใหลของบุตรชาย เสียงของเสี่ยวจี้ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดอีกครั้ง
[รายงานเพิ่มเติมโฮสต์ ระบบได้ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบของ 'ดินดำวิเศษ' ในสวนเสี้ยวธาราเสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้างของดินชนิดนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุและพลังชีวิตที่เข้มข้นเหนือธรรมชาติ เมื่อผสานเข้ากับน้ำพุวิญญาณ จะสามารถร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตของพืชพรรณทุกชนิดได้อย่างมหาศาล พืชที่ต้องใช้เวลาปลูกหลายเดือน อาจเติบโตเต็มที่ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น]
หัวใจของนักอสังหาริมทรัพย์สาวเต้นแรง นางมองเห็นภาพแผนผังการลงทุนก่อตัวขึ้นในหัวอย่างชัดเจน หากนางสามารถใช้มิติวิเศษนี้เพาะต้นกล้าสมุนไพรหายากให้เติบโตอย่างรวดเร็ว แล้วนำออกมาปลูกบนที่ดินด้านนอกเพื่อตบตาผู้คน ทุนรอนก้อนใหญ่ที่จะใช้กว้านซื้อที่ดินทำเลทองก่อนทางการจะตัดถนน ก็ย่อมอยู่เพียงแค่เอื้อม!
คืนนั้นผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ แสงเงินแสงทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดรอยแตกของหลังคากระท่อม หลินหว่านหรูลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเพื่อไล่ความเมื่อยล้า วันนี้นางมีภารกิจสำคัญ คือการสำรวจและประเมินผืนดินรกร้างตีนเขาที่นางเพิ่งได้กรรมสิทธิ์มาครอง
หญิงสาวก้าวเท้าออกจากประตูบานผุ มองทอดสายตาไปยังผืนดินกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยก้อนหินและวัชพืชแห้งตาย นางสูดหายใจเข้าลึก เตรียมใช้สติปัญญาและวิสัยทัศน์ของนักพัฒนาที่ดินยุคใหม่มาพลิกฟื้นแผ่นดินผืนนี้
"เสี่ยวจี้ เริ่มต้นฟังก์ชันสแกนภูมิประเทศ ประเมินโครงสร้างหน้าดินและแหล่งน้ำใต้ดินทั้งหมดของที่ดินผืนนี้เดี๋ยวนี้"
[รับทราบโฮสต์ กำลังฉายภาพเสมือนจริงของชั้นดิน... ประมวลผลใน 3... 2... 1...]
ภาพโครงข่ายตารางเส้นแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นซ้อนทับกับพื้นดินเบื้องหน้าในคลองจักษุของหลินหว่านหรู ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้พินิจดูรายละเอียดของตาน้ำ แสงสีฟ้าเหล่านั้นพลันกะพริบถี่รัว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต พร้อมกับเสียงเตือนภัยจากระบบที่ดังก้องกังวานในหัว!
[คำเตือนขั้นสูงสุด! ตรวจพบความผิดปกติร้ายแรงใต้ชั้นหินลงไปสามฉื่อ... โครงสร้างหน้าดินบริเวณนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มีบางสิ่งขนาดใหญ่ถูกฝังกลบอำพรางเอาไว้!]
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ปรับปรุงหน้าดินด้วยความรู้อสังหาฯ]**