ปรับปรุงหน้าดินด้วยความรู้อสังหาฯ
แสงสีแดงฉานที่กะพริบเตือนในคลองจักษุทำให้ลมหายใจของหลินหว่านหรูสะดุดกึก ภาพโครงข่ายตารางเส้นแสงที่จำลองภูมิประเทศซ้อนทับอยู่บนผืนดินเบื้องหน้า เผยให้เห็นเงามืดทะมึนขนาดใหญ่ที่ทอดตัวซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวดินลงไปเพียงสามฉื่อ
"เสี่ยวจี้ วิเคราะห์วัตถุปริศนานั่นเดี๋ยวนี้ มันคืออะไรกันแน่?" หญิงสาวส่งกระแสความคิดถามระบบปัญญาประดิษฐ์ด้วยความระแวดระวัง หากใต้ที่ดินที่นางเพิ่งได้กรรมสิทธิ์มามีสิ่งอันตรายซุกซ่อนอยู่ แผนการพลิกฟื้นผืนดินทั้งหมดคงต้องพังทลายลงไม่เป็นท่า
[กำลังทำการสแกนเชิงลึก... ตรวจพบโครงสร้างศิลาแลงและดินอัดแน่นความหนาแน่นสูง สันนิษฐานว่าเป็นฐานรากของสิ่งปลูกสร้างโบราณที่ถูกทิ้งร้างและทับถมมานานนับร้อยปี โครงสร้างนี้ขัดขวางการชอนไชของรากพืชและปิดกั้นการไหลเวียนของความชื้น ทำให้หน้าดินชั้นบนแห้งผากและกลายเป็นดินกรวด]
เมื่อได้ยินคำอธิบายจากระบบผู้ช่วย มุมปากของอดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สาวก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ความกังวลมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยแววตาอันเปล่งประกายของนักพัฒนาที่ดินผู้มองเห็นขุมทองในกองเศษหิน
ในยุคก่อนที่นางจะทะลุมิติมา การประมูลซื้อที่ดินเขตอุตสาหกรรมเก่าหรือพื้นที่ที่มีฐานรากเดิมฝังอยู่ ถือเป็นเรื่องปกติของวงการอสังหาริมทรัพย์ คนทั่วไปอาจมองว่าที่ดินตีนเขาผืนนี้คือที่ดินต้องคำสาป ปลูกสิ่งใดก็ไม่งอกเงยเพราะดินแข็งดั่งหินผา แต่สำหรับหลินหว่านหรูผู้เจนจัดในการวางผังเมืองและปรับภูมิทัศน์ นี่คือความท้าทายที่น่าสนุกยิ่งนัก
"ในเมื่อใต้ดินมีฐานรากแข็งกั้นอยู่ เช่นนั้นก็ไม่ต้องฝืนปลูกพืชที่หยั่งรากลึก แต่เราจะใช้ชั้นหินโบราณนี้เป็นเสมือนถาดรองรับน้ำ แล้วปรับปรุงหน้าดินชั้นบนเสียใหม่"
หลินหว่านหรูพึมพำกับตนเอง นางกวาดสายตามองจุดสีฟ้าสว่างที่ระบบแสดงให้เห็นว่ามีตาน้ำใต้ดินซ่อนอยู่ลึกลงไป แม้ตอนนี้จะยังไม่มีกำลังพอที่จะขุดบ่อบาดาล แต่นางสามารถวางแผนผังการใช้น้ำล่วงหน้าได้
หญิงสาวเดินไปหยิบจอบสลักหักพังที่พิงอยู่ข้างกระท่อม ซูเสี่ยวเป่าที่เพิ่งตื่นนอนเดินขยี้ตาเดินตามออกมามารดา แต่หลินหว่านหรูลูบหัวบุตรชายอย่างอ่อนโยนแล้วสั่งให้เขานั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไม้ ก่อนที่นางจะก้าวเดินลงสู่แปลงที่ดินรกร้าง
"เสี่ยวจี้ ฉายภาพแผนผังการปรับหน้าดิน อ้างอิงจากหลักการสร้างหมู่บ้านจัดสรร แบ่งโซนพื้นที่รับน้ำ พื้นที่เพาะปลูก และเส้นทางสัญจรภายในแปลง"
[รับทราบโฮสต์ กำลังคำนวณความลาดชันและทิศทางการไหลของน้ำ... สร้างเส้นนำทางเสร็จสิ้น]
เส้นแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นเป็นตารางหมากรุก ครอบคลุมพื้นที่รกร้างทั้งหมด หลินหว่านหรูสูดลมหายใจเข้าลึก กระชับด้ามจอบในมือแน่น แล้วเริ่มลงมือขุดดินตามเส้นนำทางที่ระบบขีดไว้ให้
แทนที่จะพยายามใช้จอบสับลงไปตรงๆ เพื่อพลิกหน้าดินอย่างที่ชาวนาทั่วไปกระทำ ซึ่งมีแต่จะทำให้จอบบิ่นเพราะกระทบกับหินแข็ง หลินหว่านหรูเลือกที่จะขุด 'ร่องน้ำ' ตามแนวยาวของความลาดชัน เพื่อสร้างระบบระบายน้ำและแบ่งสัดส่วนแปลงดินให้ชัดเจน เหมือนการตีเส้นถนนหลักและถนนรองก่อนเริ่มสร้างบ้านจัดสรร
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงจอบกระทบหินดังสะท้อนไปทั่วบริเวณตีนเขา หลินหว่านหรูใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวด นางใช้จอบงัดก้อนหินกรวดและหินศิลาแลงก้อนใหญ่ออกมาจากร่องดิน แล้วนำหินเหล่านั้นไปวางเรียงซ้อนกันตามแนวขอบแปลงดินที่ระบบคำนวณไว้ การทำเช่นนี้นอกจากจะช่วยแยกหินออกจากดินที่จะใช้เพาะปลูกแล้ว หินที่เรียงกันยังทำหน้าที่เป็นกำแพงกันดินพังทลาย คล้ายกับศิลปะการจัดสวนในภูมิสถาปัตย์ยุคใหม่
ดวงตะวันเริ่มลอยสูงขึ้น ชาวบ้านชิงซีหลายคนที่สะพายตะกร้าและแบกจอบเตรียมตัวขึ้นเขาไปหาของป่าหรือทำไร่ เดินผ่านบริเวณที่ดินรกร้างของหลินหว่านหรู เมื่อพวกเขาทอดสายตามองไป ต่างก็ต้องหยุดชะงักและชี้ชวนกันดูด้วยความขบขัน
"พวกเจ้าดูสะใภ้รองตระกูลซูสิ นางบ้าไปแล้วหรือไร? แทนที่จะไปถางหญ้าหรือพรวนดิน ดันมานั่งขุดร่องงัดก้อนหินเล่นราวกับเด็กก่อกองทราย" ท่านป้าหวัง หญิงชราปากร้ายประจำหมู่บ้านแค่นเสียงหัวเราะ
"โดนแม่สามีไล่ออกจากบ้าน คงจะเสียสติไปแล้วกระมัง ที่ดินตีนเขานี่ต่อให้ขุดจนมือแตกสลาย ก็ปลูกผักกาดไม่ได้สักต้น ข้าล่ะสงสารก็แต่เด็กน้อยเสี่ยวเป่า ที่ต้องมาอดตายตามมารดาฟั่นเฟือน" ชายฉกรรจ์อีกคนกล่าวเสริมพร้อมส่ายหน้าอย่างระอาใจ
เสียงนินทาดังแว่วมาถึงหูของหลินหว่านหรู แต่นางกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองหรือตอบโต้ หญิงสาวเพียงเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้า แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานตามแผนผังของเสี่ยวจี้ต่อไป
'หัวเราะเยาะไปเถิด' หลินหว่านหรูคิดในใจ 'พวกเจ้ามันก็แค่มองเห็นผืนดินแห้งแล้งในวันนี้ แต่หาได้มีวิสัยทัศน์มองเห็นอนาคตไม่'
การชิงไหวชิงพริบที่ดีที่สุด ไม่ใช่การต่อปากต่อคำให้เปลืองน้ำลาย แต่คือการแสร้งทำเป็นโง่งม ปล่อยให้ศัตรูและผู้คนรอบข้างตายใจ หากพวกชาวบ้านคิดว่านางเสียสติและกำลังทำเรื่องไร้สาระ ย่อมไม่มีใครมาเหลียวแลหรือสนใจจับผิดที่ดินของนาง เมื่อถึงเวลาที่ทางการประกาศตัดถนนเส้นหลักสายใหม่ผ่านหน้าดินผืนนี้ และนางแอบใช้มิติวิเศษปลูกสมุนไพรจนร่ำรวย ถึงเวลานั้น ค่อยรอดูว่าใครกันแน่ที่จะต้องหลั่งน้ำตาด้วยความอิจฉาริษยา!
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงยามอู่ (11.00 - 12.59 น.) ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่ได้รับการฟื้นฟูจากน้ำพุวิญญาณในมิติลับเมื่อคืน ผืนดินรกร้างขนาดหนึ่งหมู่ด้านหน้ากระท่อม ก็ถูกหลินหว่านหรูเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง
จากลานหินรกร้าง บัดนี้กลายเป็นแปลงดินสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ถูกยกขอบสูงด้วยก้อนหินเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ มีร่องน้ำลึกขนาบข้างทุกแปลง แม้ดินจะยังแห้งแล้ง แต่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเพาะปลูกและการกักเก็บน้ำได้ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานการพัฒนาที่ดิน
หลินหว่านหรูทิ้งจอบลงบนพื้นอย่างหมดแรง นางหอบหายใจหนักหน่วง พลางทอดสายตามองผลงานชิ้นแรกของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ หน้าดินถูกปรับแต่งแล้ว รอเพียงแค่มีเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้ามาลงปลูก และใช้น้ำพุวิญญาณเจือจางมารดเพื่อปรับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของเนื้อดิน
โครก...
เสียงท้องร้องดังมาจากร่างเล็กๆ ที่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้ ซูเสี่ยวเป่ารีบยกมือขึ้นกุมท้องตนเอง ใบหน้ามอมแมมก้มต่ำลงเพราะกลัวมารดาจะตำหนิ หลินหว่านหรูใจหายวาบ นางรีบเดินเข้าไปในกระท่อมเพื่อสำรวจเสบียงอาหารที่เหลือติดตัวมาจากการแยกบ้าน
เมื่อเปิดถุงผ้าดู นางก็ต้องกัดริมฝีปากแน่น ข้าวฟ่างหยาบๆ เหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น ไม่เพียงพอแม้แต่จะต้มข้าวต้มใสๆ ให้เด็กชายกินประทังหิวได้ครบวัน นางมีพื้นที่มิติวิเศษ มีที่ดินที่ปรับปรุงแล้ว แต่กลับไม่มีทั้งเมล็ดพันธุ์สมุนไพรที่จะใช้ทำทุน และไม่มีอาหารตกถึงท้อง
หญิงสาวเดินออกมาที่หน้ากระท่อม ทอดสายตามองข้ามทุ่งรกร้างไปยังแนวป่าทึบของ 'ภูเขาอวิ๋นอู้' ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ยอดเขาถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวขุ่นดูลี้ลับ ในเมื่อไม่มีเงินซื้อเสบียง หนทางเดียวคือต้องขึ้นเขาไปหาของป่าประทังชีวิต และอาจโชคดีได้พบพืชสมุนไพรป่าเพื่อนำมาขยายพันธุ์ในมิติวิเศษ
[ติ๊ง! ระบบตรวจพบความผันผวนของพลังงานชีวภาพที่โดดเด่นบริเวณเชิงเขาอวิ๋นอู้...]
เสียงของเสี่ยวจี้ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับจุดแสงสีทองสว่างวาบขึ้นบนแผนที่จำลองบริเวณชายป่า ทว่ายังไม่ทันที่หลินหว่านหรูจะยิ้มรับความหวังใหม่ เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกลับดังกีดร้องแทรกขึ้นมาอย่างรุนแรงจนนางปวดร้าวไปทั้งศีรษะ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สะท้อนกึกก้องลงมาจากยอดเขา ทำเอาฝูงนกในป่าแตกตื่นบินว่อนบดบังแสงตะวัน!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สมุนไพรบนเขาอวิ๋นอู้]**