สมุนไพรบนเขาอวิ๋นอู้

เสียงคำรามกึกก้องที่สะท้อนกึกก้องลงมาจากยอดเขา ทำเอาฝูงนกในป่าแตกตื่นบินว่อนบดบังแสงตะวัน!

หลินหว่านหรูเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะตามสัญชาตญาณระวังภัย ซูเสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ผวาเฮือก ร่างเล็กจ้อยรีบวิ่งเข้ามากอดขาของมารดาแน่น ร่างกายสั่นเทาประดุจลูกนกตากฝน ทว่าเพียงไม่กี่อึดใจ เสียงเตือนสีแดงฉานในหัวของหญิงสาวก็พลันเปลี่ยนเป็นหน้าจอจำลองสีฟ้าครามอันสงบเยือกเย็น พร้อมกับเสียงรายงานของระบบเสี่ยวจี้ที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ

[แจ้งเตือน: ตรวจพบคลื่นเสียงจากสัตว์ป่าขนาดใหญ่ การประเมินระยะทาง... ห่างออกไปสิบลี้บริเวณยอดเขาสูงชันด้านในสุด ทิศทางการเคลื่อนที่ไม่ได้มุ่งหน้ามายังพื้นที่เชิงเขา ระดับความตระหนก: ปลอดภัย สามารถทำกิจกรรมบริเวณชายป่าได้ตามปกติ]

เมื่อได้ยินคำยืนยันจากระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ หลินหว่านหรูจึงลอบผ่อนลมหายใจยาว นางย่อตัวลงลูบศีรษะเล็กๆ ของบุตรชายด้วยความอ่อนโยน แววตาเต็มไปด้วยความหนักแน่น "เสี่ยวเป่า ไม่ต้องกลัว เสียงนั้นอยู่ไกลมาก สัตว์ป่าเหล่านั้นไม่ลงมาถึงตีนเขาหรอก ทว่าตอนนี้เสบียงของเราหมดแล้ว มารดาจำเป็นต้องขึ้นไปที่ชายป่าเพื่อหาของกินประทังชีวิตและหาลู่ทางทำเงิน เจ้าจงเข้าไปรอในกระท่อม ลงกลอนประตูให้แน่นหนา หากไม่ใช่เสียงของมารดา ห้ามเปิดประตูรับผู้ใดเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?"

เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองมารดา แม้แววตาจะยังมีความหวาดหวั่น แต่ความหิวโหยและความเชื่อใจที่มีต่อสตรีตรงหน้าทำให้เขาพยักหน้าอย่างว่าง่าย "ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านแม่ ข้าจะรอท่านกลับมา จะไม่ส่งเสียงดังแม้แต่ครึ่งคำ"

หลังจากส่งบุตรชายเข้ากระท่อมและตรวจตราความแน่นหนาของบานประตูไม้เก่าๆ จนแน่ใจ หลินหว่านหรูก็คว้าตะกร้าสานใบเก่าและเสียมขุดดินขนาดเล็กที่ได้มาจากการแยกบ้าน เดินมุ่งหน้าไปยังแนวป่าทึบของภูเขาอวิ๋นอู้ทันที

ยิ่งก้าวล่วงเข้าสู่เขตชายป่า ทัศนียภาพรอบด้านก็ยิ่งแปรเปลี่ยน จากที่ดินรกร้างแห้งผาก กลับกลายเป็นพื้นที่ชื้นแฉะที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวขุ่น ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตระหง่านแผ่กิ่งก้านบดบังแสงตะวัน แสงสลัวรำไรสาดส่องลงมาตกกระทบตะไคร่น้ำสีเขียวเข้มบนโขดหิน หลินหว่านหรูก้าวเดินอย่างระมัดระวัง นางไม่ได้เดินสะเปะสะปะเยี่ยงชาวบ้านทั่วไป ทว่าในครรลองสายตาของนาง ปรากฏเส้นนำทางสีทองเรืองแสงที่ระบบเสี่ยวจี้จำลองขึ้นเพื่อนำทางไปยังจุดที่พบความผันผวนของพลังงานชีวภาพ

[ระบบกำลังนำทาง... ระยะห่างจากเป้าหมาย สามสิบก้าว... ยี่สิบก้าว...]

หญิงสาวลัดเลาะผ่านพุ่มหนามและเถาวัลย์ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าหน้าผาหินเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง ซอกหินบริเวณนี้แห้งแล้งอย่างประหลาด แตกต่างจากความชื้นแฉะของผืนป่ารอบนอก ทว่าตามรอยแยกของโขดหินกลับมีต้นหญ้าประหลาดชูช่อขึ้นมาอย่างท้าทาย ใบของมันเรียวยาวคล้ายใบไผ่ ทว่าพื้นผิวกลับถูกปกคลุมด้วยขนสีเงินยวงละเอียดระยิบระยับราวกับเกล็ดปลา เมื่อต้องแสงแดดรำไรที่ส่องลอดลงมา มันก็ทอประกายงดงามยิ่งนัก

[ติ๊ง! ยืนยันเป้าหมาย: 'หญ้าเกล็ดเงิน' พืชสมุนไพรระดับทั่วไป สรรพคุณโดดเด่นด้านการสมานแผลสดและห้ามเลือดอย่างฉับพลัน เป็นที่ต้องการอย่างสูงของโรงหมอและร้านขายยาทุกแห่งในเมือง]

ดวงตาของหลินหว่านหรูเปล่งประกายเจิดจ้า สมองอันชาญฉลาดของอดีตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และผู้พัฒนาที่ดินเริ่มคำนวณต้นทุนและผลกำไรอย่างรวดเร็ว นางก้มลงพิจารณาสภาพแวดล้อมที่หญ้าเกล็ดเงินเติบโตอยู่ มันหยั่งรากลึกลงไปในซอกหินที่แทบไม่มีดินและน้ำ แสดงให้เห็นถึงความทนทานต่อความแห้งแล้งอย่างถึงที่สุด

"ยอดเยี่ยม..." หญิงสาวพึมพำด้วยรอยยิ้มกว้าง "ที่ดินรกร้างตีนเขาที่ตาเฒ่าซูและแม่เฒ่าหม่ายัดเยียดมาให้ข้า เต็มไปด้วยกรวดหินและหน้าดินที่แห้งผาก หากนำพืชผลทั่วไปอย่างข้าวหรือผักกาดไปปลูกย่อมไม่ต่างจากการโยนเมล็ดพันธุ์ทิ้งน้ำ แต่สำหรับหญ้าเกล็ดเงิน... สภาพแวดล้อมเลวร้ายเช่นนั้นกลับเป็นสวรรค์ของพวกมัน! หากข้าใช้หญ้าเกล็ดเงินเป็น 'พืชเบิกนำ' ปรับหน้าดินและสร้างรายได้ก้อนแรก มันจะกลายเป็นทุนรอนให้ข้ากว้านซื้อที่ดินทำเลทองในอนาคตได้อย่างแน่นอน!"

ไม่รอช้า หลินหว่านหรูใช้เสียมขนาดเล็กค่อยๆ แซะบริเวณรอบซอกหินอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้รากฝอยของสมุนไพรบอบช้ำ นางสกัดเอาหญ้าเกล็ดเงินกอใหญ่จำนวนเจ็ดแปดต้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ทว่าแทนที่จะโยนพวกมันทั้งหมดลงในตะกร้าสาน หญิงสาวกลับหยุดคิดชั่วครู่

นางมีพื้นที่มิติลับ 'สวนเสี้ยวธารา' ซุกซ่อนอยู่ในกำไลหยก หากต้องการปลูกสมุนไพรเหล่านี้ในปริมาณมหาศาลบนที่ดินรกร้าง นางจำต้องมีต้นกล้าที่แข็งแรงและมีจำนวนมากพอ การใช้มิติวิเศษเพื่อเร่งการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์จึงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด

หลินหว่านหรูเพ่งสมาธิไปที่กำไลหยกบนข้อมือ ริมฝีปากบางขยับร่ายคำสั่งในใจ เพียงพริบตา ต้นกล้าหญ้าเกล็ดเงินจำนวนห้าต้นที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดก็อันตรธานหายไปจากมือของนาง

ภายในมิติลับ 'สวนเสี้ยวธารา' จิตสำนึกของนางมองเห็นภาพจำลองของแปลงดินสีดำขลับที่อุดมสมบูรณ์ หญิงสาวควบคุมพลังจิตให้ขุดหลุมเล็กๆ บนหน้าดินวิเศษนั้น และนำต้นกล้าหญ้าเกล็ดเงินทั้งห้าต้นลงปลูกอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นนางก็ตักน้ำจาก 'น้ำพุวิญญาณ' เพียงเล็กน้อย ผสมเจือจางกับน้ำธรรมดาในสัดส่วนที่พอเหมาะ แล้วรดลงไปบนผิวดินรอบโคนต้น เพื่อทดสอบดูว่าดินวิเศษและน้ำพุแห่งนี้จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจชนิดแรกของนางเช่นไร

หลังจากจัดการธุระในมิติเสร็จสิ้น หญิงสาวก็เก็บหญ้าเกล็ดเงินที่เหลือลงตะกร้า ก่อนจะใช้ระบบเสี่ยวจี้สแกนหาอาหารประทังชีวิต นางโชคดีพบมันเทศป่าหัวอวบอ้วนและเห็ดนางนวลภูเขาที่กินได้อยู่ไม่ไกลนัก จึงรีบขุดและเก็บพวกมันจนเต็มตะกร้า

"เท่านี้ก็มีอาหารตกถึงท้องเสี่ยวเป่าแล้ว แถมยังมีสมุนไพรทำทุนอีก กลับกันเถอะ" หลินหว่านหรูปาดเหงื่อบนหน้าผาก เตรียมตัวจะหันหลังกลับลงเขา

ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะก้าวเท้าออกจากดงหมอกนั้นเอง...

[ติ๊ง! คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบความผันผวนของพลังงานชีวภาพระดับวิกฤตภายในมิติลับ! ต้นกล้าหญ้าเกล็ดเงินกำลังเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อดินวิเศษอย่างรุนแรง!]

เสียงของเสี่ยวจี้ดังแผดขึ้นในหัวกะทันหัน พร้อมกับไฟเตือนสีแดงที่กะพริบถี่รัวบนหน้าจอจำลอง หลินหว่านหรูชะงักงัน ยังไม่ทันที่นางจะตั้งสติเข้าไปตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงในมิติ หูของนางก็พลันได้ยินเสียง *สวบสาบ* คล้ายมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังแหวกพุ่มไม้ตรงดิ่งเข้ามาทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงขู่ฟ่อในลำคอที่เย็นเยียบจนขนลุกซู่!

หมอกสีขาวรอบกายพลันม้วนตัวบิดเบี้ยว หลินหว่านหรูกำเสียมในมือแน่น หัวใจเต้นระรัวดั่งรัวกลอง ภัยคุกคามเบื้องหน้ายังไม่ทันคลี่คลาย ความเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึงในมิติวิเศษก็จ่อคิวรออยู่ นางไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องสับเท้าวิ่งฝ่าม่านหมอกกลับไปยังกระท่อมให้เร็วที่สุด!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความมหัศจรรย์ของมิติวิเศษ]**