มิติแห่งความลับและการรักษาเบื้องต้น

ความมืดมิดภายในห้องเก็บฟืนเย็นเยียบและหนักอึ้งราวกับผืนผ้าห่มที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำค้างยามค่ำคืน เสียงลงดาลประตูดังสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำ ตามด้วยความเงียบสงัดที่กัดกินหัวใจ หลิน หว่านชิวพิงแผ่นหลังที่ระบมเข้ากับผนังดินเย็นเฉียบ ลมหายใจแต่ละครั้งล้วนเจือปนด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่าง

ความหิวโหยเริ่มแผลงฤทธิ์รุนแรงขึ้นทุกขณะ มันบิดม้วนอยู่ในช่องท้องราวกับอสรพิษร้าย กัดกินพละกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิดจนแทบจะมลายสิ้น สติของนางเริ่มเลื่อนลอย ภาพความทรงจำในฐานะหัวหน้าพยาบาลผู้มากประสบการณ์ซ้อนทับกับชะตากรรมอันน่าอดสูของเจ้าของร่างเดิม ความอ่อนล้าและความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่จนเปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง

ท่ามกลางความมืดมิดที่ใกล้จะกลืนกินสติสัมปชัญญะของนางจนหมดสิ้นนั้นเอง พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นในห้วงความคิด!

มันไม่ใช่แสงจากภายนอก แต่เป็นประกายเรืองรองที่จุดติดขึ้นจากภายในจิตใจที่กำลังจะดับวูบ ในเสี้ยววินาทีนั้น หลิน หว่านชิวรู้สึกราวกับร่างกายถูกดูดเข้าไปในอีกห้วงมิติหนึ่ง ความรู้สึกเจ็บปวดและความหิวโหยพลันเลือนหายไปชั่วขณะ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางไม่ได้อยู่ในห้องเก็บฟืนอันอับชื้นอีกต่อไป

เบื้องหน้าของนางคือภาพที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย! ด้านหนึ่งคือชั้นวางยาที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในห้องจ่ายยาของโรงพยาบาลที่นางเคยทำงาน แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสะท้อนกับขวดยาและกล่องเวชภัณฑ์นานาชนิด ส่วนอีกด้านหนึ่งคือชั้นวางสินค้าขนาดย่อมของซูเปอร์มาร์เก็ต มีทั้งข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และที่สำคัญ...ชั้นวางขนมปังกับเครื่องปรุงรส!

“นี่มัน...มิติส่วนตัว?” หลิน หว่านชิวพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่คือของขวัญปลอบใจจากสวรรค์สำหรับการทะลุมิติมาเผชิญเคราะห์กรรมครั้งนี้หรือ?

นางลองยื่นมือที่สั่นเทาออกไปข้างหน้า หวังจะหยิบน้ำตาลทรายขาวละเอียดที่บรรจุอยู่ในโถแก้วใส ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับความเย็นของโถแก้ว ร่างของนางก็กลับสู่ความจริงอันโหดร้ายในห้องเก็บฟืนอีกครั้ง แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ในมือของนางบัดนี้ปรากฏโถแก้วใบนั้นขึ้นมาจริงๆ!

หัวใจของหลิน หว่านชิวเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น นางไม่รอช้า รีบเปิดฝาโถแล้วใช้นิ้วปาดน้ำตาลทรายเข้าปาก ความหวานล้ำแล่นปราดไปทั่วโพรงปาก ปลุกเร้าพลังงานที่เหือดแห้งให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางจึงเรียกแผ่นปังเนื้อนุ่มออกมาสองสามแผ่นจากมิติแล้วรีบยัดเข้าปากเคี้ยวอย่างตะกรุมตะกราม แม้จะฝืดคอไปบ้าง แต่สำหรับคนที่อดอยากมาทั้งวัน นี่คืออาหารทิพย์โดยแท้

ขณะที่กำลังจะเรียกอาหารออกมาเพิ่ม สัญชาตญาณบางอย่างก็ฉุกให้นางหยุดชะงัก หลิน หว่านชิวหลับตาลงอีกครั้ง เพ่งสมาธิไปยังมิติแห่งนั้น นางเห็นชั้นวางที่เคยมีโถน้ำตาลและห่อขนมปัง บัดนี้กลับว่างเปล่า... ของที่นำออกมาแล้ว จะไม่ปรากฏขึ้นมาใหม่!

“ของมีวันหมดสิ้น ต้องหามาเติมเองสินะ” นางสรุปกับตนเอง นี่คือข้อจำกัดสำคัญที่นางต้องจดจำไว้ให้ขึ้นใจ มิตินี้คือไพ่ตายในการเอาชีวิตรอด แต่ก็ต้องใช้อย่างประหยัดและชาญฉลาดที่สุด

ขณะที่นางกำลังซ่อนโถน้ำตาลที่เหลือครึ่งหนึ่งไว้ใต้กองฟาง หูของนางพลันได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาเคลื่อนเข้ามาใกล้ประตูห้องฟืนจากด้านนอก เสียงนั้นย่องเบาราวกับกลัวว่าใครจะได้ยิน หลิน หว่าวชิวชะงักงันในทันที สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่นในหัว มีคนแอบมาสอดแนม!

นางรีบเอนกายพิงผนัง ทิ้งตัวลงนอนในท่าเดิม แกล้งทำเป็นหมดสติสิ้นไร้เรี่ยวแรง ดวงตาหรี่ปรือลงเกือบสนิท มองผ่านช่องว่างแคบๆ ไปยังบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่า

เงาตะคุ่มของใครบางคนทาบทับลงบนรอยแยกของประตู หวัง ชุนฮวา พี่สะใภ้ใหญ่ของตระกูลซ่งนั่นเอง นางแอบย่องมาเงี่ยหูฟังอยู่หน้าห้อง จ้องมองผ่านรูเล็กๆ หวังจะเห็นภาพสะใภ้รองนอนสิ้นใจอย่างน่าสมเพช เมื่อไม่เห็นความเคลื่อนไหวและไม่ได้ยินเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา มุมปากของนางก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันอย่างพึงพอใจ

“หึ คงใกล้ตายแล้วกระมัง” นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะย่องกลับเข้าไปในบ้านด้วยความสบายใจ

หลิน หว่านชิวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเงาของหวัง ชุนฮวาหายไปแล้ว นังอสรพิษตัวนี้คงอยากให้นางตายเร็วๆ จะได้หมดเสี้ยนหนาม เมื่อได้พลังงานจากอาหารแล้ว ความคิดของนางก็เริ่มแล่นเป็นระบบระเบียบอีกครั้ง เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การเอาคืนคนพวกนี้ แต่คือการพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับ ‘สามี’ ของนาง...ซ่ง จิ่งเฉิน

นางเป็นดาวกวาดล้างที่ทำให้สามีตายในคืนแต่งงานอย่างนั้นหรือ? ในฐานะพยาบาล นางไม่เชื่อเรื่องโชคลางเหลวไหลพรรค์นี้เด็ดขาด เขาอาจจะยังไม่ตายก็ได้!

ความคิดนี้จุดประกายความหวังขึ้นในใจ หลิน หว่านชิวลุกขึ้นสำรวจห้องเก็บฟืนอีกครั้งอย่างละเอียด นางพบว่าแผ่นไม้ที่ผนังด้านหลังผุพังอยู่แผ่นหนึ่ง สามารถขยับเขยื้อนได้ หากออกแรงอีกสักหน่อยคงพอจะแงะออกให้เกิดเป็นช่องว่างสำหรับคนรูปร่างผอมบางเช่นนางรอดผ่านไปได้

นางใช้เศษไม้ที่พอจะมีแรงงัด ค่อยๆ แซะแผ่นไม้นั้นออกอย่างเงียบเชียบที่สุด เมื่อเกิดเป็นช่องพอให้ลอดตัวได้ นางก็สูดลมหายใจลึกแล้วค่อยๆ แทรกตัวผ่านออกไปสู่ความมืดภายนอก โชคดีที่ห้องเก็บฟืนตั้งอยู่ด้านหลังของตัวบ้าน ทำให้การเคลื่อนไหวของนางไม่เป็นที่สังเกต

ค่ำคืนในชนบทเงียบสงัด มีเพียงเสียงหรีดหริ่งเรไรและแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมา หลิน หว่านชิวอาศัยความมืดเป็นเกราะกำบัง ย่องไปยังเรือนหลักอย่างแผ่วเบาราวกับวิญญาณ นางหาห้องของซ่ง จิ่งเฉินจนพบ ประตูห้องไม่ได้ลงกลอนไว้ เพียงแค่แง้มอยู่เล็กน้อย

นางแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง กลิ่นอับชื้นของยาหม้อสมุนไพรและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะจมูก บนเตียงคังอันเรียบง่าย มีร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนสงบนิ่งราวกับรูปสลัก แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างกระดาษส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่ซีดเผือดไร้สีเลือดของเขา...ซ่ง จิ่งเฉิน

หลิน หว่านชิวกลั้นลมหายใจ ยื่นนิ้วไปอังที่ปลายจมูกของเขา...ยังพอมีลมหายใจรวยริน! จากนั้นจึงใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะลงบนเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอ...ชีพจรเต้นอ่อนมาก แต่ยังคงเต้นอยู่!

เขายังไม่ตาย!

นางรีบสำรวจบาดแผลที่ศีรษะ พบรอยช้ำบวมขนาดใหญ่และบาดแผลแตกที่ถูกทำความสะอาดอย่างลวกๆ นางใช้นิ้วคลำบริเวณรอบๆ อย่างแผ่วเบา พร้อมกับสังเกตลักษณะการหายใจและปฏิกิริยาตอบสนองที่ไร้การเคลื่อนไหว ในฐานะพยาบาลผู้ช่ำชอง นางวินิจฉัยอาการได้ในทันที...นี่คือภาวะเลือดคั่งในสมองอย่างรุนแรง (Cerebral Hematoma) แรงกดทับจากก้อนเลือดกำลังทำลายเซลล์สมองของเขา หากปล่อยไว้เช่นนี้ แม้ไม่ตายก็ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดชีวิต!

ต้องรีบลดความดันในสมองและป้องกันการติดเชื้อโดยด่วน!

นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว หลิน หว่านชิวถอยกลับไปมุมมืดของห้อง เพ่งจิตเข้าสู่มิติอีกครั้ง ครั้งนี้นางไม่ได้มองหาอาหาร แต่ตรงไปยังชั้นวางยาของโรงพยาบาล นางหยิบชุดให้น้ำเกลือขนาดเล็ก น้ำเกลือหนึ่งถุง สำลีชุบแอลกอฮอล์ และที่สำคัญที่สุดคือยาแก้อักเสบและลดบวมในสมองชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดหนึ่งหลอดเล็ก

นางกลับมาที่ข้างเตียงอีกครั้ง ทุกการกระทำล้วนอยู่ในความมืดสนิท อาศัยเพียงความทรงจำจากสัมผัสและทักษะที่ฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วน นางใช้สำลีเช็ดทำความสะอาดบริเวณหลังมือของซ่ง จิ่งเฉินอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงค่อยๆ สอดเข็มน้ำเกลือเข้าไปในเส้นเลือดอย่างแม่นยำและนุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก

นางหักหลอดยาแล้วฉีดตัวยาสำคัญเข้าไปในสายน้ำเกลือ ก่อนจะปรับอัตราการหยดให้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วซ่อนถุงน้ำเกลือและสายระโยงระยางไว้ใต้ผ้าห่มผืนหนาอย่างแนบเนียน

ภารกิจเสี่ยงตายขั้นแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี หลิน หว่านชิวถอนหายใจอย่างโล่งอก นางต้องรีบกลับไปที่ห้องเก็บฟืนก่อนฟ้าสาง นางค่อยๆ ย่องออกจากห้องอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่า...ขณะที่นางกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องของซ่ง จิ่งเฉินนั่นเอง...

แคร่ก...

เสียงไม้ลั่นแผ่วๆ ดังมาจากอีกฟากหนึ่งของลานบ้าน ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นกว่าของหวัง ชุนฮวา กำลังเดินย่ำอยู่ในความมืด!

หลิน หว่านชิวตัวแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม...มีคนตื่นขึ้นมากลางดึกงั้นหรือ