ตอนที่ 7
***บทที่ 7: ทองก้อนแรกจากผักหยก***
สิ้นเสียงประกาศกร้าวของเยี่ยเสี่ยวหม่าน บรรยากาศรอบแผงพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องไปยังมีดเล่มเล็กในมือนางด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงระคนสงสัย แม่ค้าแผงข้างๆ แค่นเสียงในลำคออย่างดูแคลน "หึ คิดจะเล่นละครตบตาอันใดอีก?"
เยี่ยเสี่ยวหม่านไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง นางเพียงหันไปหยิบหัวไชเท้าหยกขาวที่อวบอิ่มที่สุดขึ้นมาหนึ่งหัว ผิวของมันขาวนวลเกลี้ยงเกลาไร้ตำหนิ ภายใต้แสงตะวันยามสายยิ่งดูราวกับหยกเนื้อดีที่ถูกเจียระไนมาอย่างประณีต
"นางจะทำอะไร?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากฝูงชนที่เริ่มกลับมามุงดูอีกครั้ง
เยี่ยเสี่ยวหม่านวางหัวไชเท้าลงบนเขียงไม้เล็กๆ ที่เตรียมมา มือซ้ายประคองไว้อย่างมั่นคง ก่อนจะตวัดมีดในมือขวาด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
คมมีดบางเฉียบกรีดผ่านเนื้อหัวไชเท้าสดใหม่ เกิดเป็นแผ่นบางใสราวกับกระดาษ แต่ละแผ่นสะท้อนแสงแวววาว เผยให้เห็นเนื้อในที่ชุ่มฉ่ำและมีลายเส้นละเอียดอ่อนดุจใยแมงมุม ความชำนาญในการใช้มีดของนางทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต่างลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
"ดูนั่นสิ! เนื้อในของมันใสราวกับแก้วผลึก!" ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เยี่ยเสี่ยวหม่านใช้ปลายมีดบรรจงเกี่ยวแผ่นหัวไชเท้าขึ้นมาหนึ่งชิ้น ยื่นส่งให้ชายชราท่าทางใจดีที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด "ท่านลุง ลองชิมดูสักชิ้นเถิดเจ้าค่ะ ไม่คิดเงิน"
ชายชราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาจริงใจและมั่นคงของเด็กสาว เขาก็ตัดสินใจรับมาใส่ปากเคี้ยวช้าๆ
ทันทีที่ฟันกระทบกับเนื้อไชเท้า ความเปลี่ยนแปลงก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา! ดวงตาที่ฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด เสียงเคี้ยวที่ดัง ‘กร๊อบ’ บ่งบอกถึงความสดกรอบที่หาได้ยากยิ่ง
"หวาน! หวานยิ่งนัก!" ชายชรากล่าวเสียงดังฟังชัด "ข้าอายุมากจนปูนนี้ ไม่เคยได้ลิ้มรสหัวไชเท้าที่หวานกรอบปานนี้มาก่อนเลย! มันไม่เหมือนหัวไชเท้า แต่เหมือนผลไม้สวรรค์มากกว่า!"
คำยืนยันจากปากลูกค้าคนแรกเปรียบดังสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจฝูงชน ความลังเลสงสัยมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากลอง
"แม่นางน้อย ขอข้าชิมบ้าง!"
"ทางนี้ด้วย! ข้าขอชิมสักชิ้น!"
เยี่ยเสี่ยวหม่านยังคงสงบนิ่ง นางฝานหัวไชเท้าออกเป็นแผ่นบางๆ แจกจ่ายให้ผู้คนที่ยื่นมือเข้ามาอย่างทั่วถึง เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นระงมจากทั่วทุกสารทิศ
"สวรรค์! หวานจริงๆ ด้วย!"
"ไม่เพียงหวาน แต่ยังกรอบและชุ่มฉ่ำอย่างน่าเหลือเชื่อ! ไม่มีรสเผ็ดฝาดแม้แต่น้อย!"
"นี่มันหัวไชเท้าอะไรกัน เหตุใดจึงโอชารสถึงเพียงนี้!"
ความหวานละมุนที่ซึมซาบจากน้ำพุวิญญาณในมิติพฤกษาสวรรค์ได้แสดงอานุภาพของมันออกมาอย่างเต็มที่ มันคือคุณภาพที่หัวไชเท้าธรรมดาไม่อาจเทียบเทียมได้เลย
เมื่อการชิมสิ้นสุดลง สงครามการแย่งชิงก็บังเกิด!
"แม่นางน้อย ข้าเอาสองหัว!" สตรีผู้หนึ่งตะโกนพร้อมกับยื่นเงินส่งให้
"ข้าเอาสามหัว! ลูกๆ ข้าต้องชอบแน่!"
"หลีกทางให้ข้าก่อน! ข้ามาก่อนนะ! ข้าเอาห้าหัวเลย!"
ฝูงชนที่เคยยืนมองอย่างเคลือบแคลง บัดนี้กลับเบียดเสียดกันเข้ามาจนแทบไม่มีที่ยืน เยี่ยจื่อเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ
"จื่อเฉิน ช่วยพี่เก็บเงินแล้วส่งของให้ลูกค้าเร็วเข้า!" เยี่ยเสี่ยวหม่านสั่งเสียงเฉียบขาด
เด็กชายได้สติ รีบพยักหน้ารับแล้วทำตามอย่างแข็งขัน สองพี่น้องทำงานร่วมกันอย่างคล่องแคล่วว่องไว คนหนึ่งรับเงิน อีกคนหนึ่งส่งของ หัวไชเท้าหยกขาวสิบกว่าหัวในตะกร้าถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป!
แม่ค้าแผงข้างๆ ที่เคยปากกล้าท้าทาย บัดนี้ยืนอ้าปากค้าง ตะลึงงันจนพูดไม่ออก นางมองตะกร้าที่ว่างเปล่าของเยี่ยเสี่ยวหม่าน สลับกับแผงผักของตนเองที่ยังมีของเหลืออยู่เกือบเต็ม แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและความอิจฉาริษยาที่ปิดไม่มิด นางคาดไม่ถึงว่าเด็กสาวที่นางดูแคลนจะสามารถขายของประหลาดๆ ได้หมดในพริบตาเช่นนี้
เยี่ยเสี่ยวหม่านไม่สนใจนางแม้แต่น้อย นางกำลังง่วนอยู่กับการนับเงินเหรียญทองแดงในมือ เสียง ‘แกร๊งๆ’ ของมันช่างไพเราะเสนาะหูยิ่งนัก ทั้งหมดหนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะ!
นี่คือเงินก้อนแรกที่นางหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองในโลกใบนี้!
"พี่ใหญ่... เรา...เราทำได้แล้ว!" เยี่ยจื่อเฉินมองกองเงินในมือพี่สาวด้วยดวงตาเป็นประกาย ความตื่นเต้นดีใจฉายชัดบนใบหน้า
"อืม เราทำได้" เยี่ยเสี่ยวหม่านพยักหน้า กำเหรียญทองแดงในมือไว้แน่น ความรู้สึกอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง "ไปกันเถอะ เราต้องไปซื้อของกลับไปให้น้องๆ"
นางเก็บตะกร้าและเขียง จูงมือน้องชายเดินออกจากแผงทันที ทิ้งให้แม่ค้าปากร้ายยืนหน้าเขียวหน้าเหลืองอยู่เบื้องหลัง
เป้าหมายแรกของนางคือร้านขายข้าวสาร เยี่ยเสี่ยวหม่านไม่ลังเลที่จะชี้ไปยังข้าวสารขาวเม็ดงามอย่างดีที่สุด "เถ้าแก่ ข้าวสารขาวชนิดนี้ขอสองชั่งเจ้าค่ะ"
เถ้าแก่ร้านข้าวเหลือบมองเด็กสาวสองคนที่สวมเสื้อผ้าปุปะด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นนางยื่นเงินจ่ายโดยไม่อิดออดก็รีบตักข้าวใส่ถุงส่งให้อย่างรวดเร็ว
จากนั้น ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังแผงขายเนื้อหมู กลิ่นหอมของเนื้อสดลอยมาแตะจมูกทำให้เยี่ยจื่อเฉินเผลอกลืนน้ำลายเสียงดัง
"จะเอาเนื้อส่วนไหนดีแม่นางน้อย" พ่อค้าเนื้อถามด้วยรอยยิ้ม
"ขอเนื้อสามชั้นติดมันส่วนนี้ครึ่งชั่งเจ้าค่ะ" เยี่ยเสี่ยวหม่านเลือกชิ้นที่ดูดีที่สุด มันเป็นของฟุ่มเฟือยที่ครอบครัวของนางไม่เคยได้สัมผัสมานานแสนนานแล้ว
เมื่อได้ข้าวสารและเนื้อหมูแล้ว นางยังพาน้องชายไปยังร้านขายผ้า เลือกซื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีสีอ่อนมาอีกหลายพับ ตั้งใจจะนำกลับไปตัดเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่ที่อบอุ่นกว่าเดิมให้เหล่าพี่น้องทุกคน
เยี่ยจื่อเฉินเดินตามพี่สาวต้อยๆ ในอกเต็มไปด้วยความสุขและความหวัง เขามองข้าวสารขาวในถุง มองเนื้อหมูที่ห่อด้วยใบไผ่อย่างดี และผ้าผืนใหม่ในตะกร้า ทุกอย่างราวกับความฝัน วันนี้เป็นวันแรกนับตั้งแต่บิดามารดาจากไปที่เขารู้สึกว่าอนาคตไม่ได้มืดมนอีกต่อไป
"กลับบ้านกันเถอะ" เยี่ยเสี่ยวหม่านกล่าวพลางลูบศีรษะน้องชายเบาๆ "คืนนี้พี่จะทำหมูตุ๋นน้ำแดงให้พวกเจ้ากิน"
"จริงหรือขอรับพี่ใหญ่!" เด็กชายตาโตด้วยความดีใจ
สองพี่น้องเดินออกจากตลาดด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงบนร่างเล็กๆ ของพวกเขาราวกับจะอวยพรให้เส้นทางข้างหน้าสว่างสดใส
ทว่าขณะที่กำลังจะเลี้ยวออกจากถนนใหญ่ของตลาดนั้นเอง หางตาของเยี่ยเสี่ยวหม่านก็เหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงหัวมุมถนนฝั่งตรงข้าม... เยี่ยกุ้ยฟาง!
ลูกพี่ลูกน้องจากบ้านใหญ่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา สายตาของนางจับจ้องไปที่ห่อเนื้อหมูในมือของเยี่ยเสี่ยวหม่านไม่วางตา ราวกับอสรพิษที่จ้องมองเหยื่อ
รอยยิ้มบนใบหน้าของเยี่ยเสี่ยวหม่านค่อยๆ เลือนหายไป แววตาของนางกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง นางรู้ได้ในทันทีว่าความสุขจากการได้ทองก้อนแรก... กำลังจะถูกทดสอบในไม่ช้า