ตอนที่ 2
***บทที่ 2: ระบบห้างสรรพสินค้าเกษตรอัจฉริยะ***
สิ้นสุดเสียงนับถอยหลัง สติสัมปชัญญะของหลินหว่านเซี่ยที่กำลังจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด พลันถูกดึงกระชากอย่างแรงราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ร่างกายที่เคยหนักอึ้งและปวดร้าวจากความหิวโหยกลับเบาหวิว
เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทัศนียภาพรอบกายมิใช่กระท่อมดินซอมซ่ออันมืดมิดและหนาวเหน็บอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นโถงกว้างใหญ่ไพศาลที่สว่างไสว พื้นปูด้วยกระเบื้องสีขาวสะอาดตาสะท้อนแสงแวววาว เบื้องหน้าของนางคือชั้นวางสินค้าที่ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา จัดแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งเมล็ดพันธุ์พืชแปลกตา อุปกรณ์การเกษตรที่ดูประณีตล้ำยุค ปุ๋ยหลากชนิด ไปจนถึงเครื่องมือทุ่นแรงที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีในยุคปัจจุบัน
นี่มัน… คล้ายกับซูเปอร์มาร์เก็ตในเกมจำลองการทำฟาร์มที่นางเคยเล่นอย่างบ้าคลั่งก่อนจะทะลุมิติมาไม่มีผิดเพี้ยน!
"ยินดีต้อนรับสู่ 'ระบบห้างสรรพสินค้าเกษตรอัจฉริยะ' ขอรับ โฮสต์ผู้แสนจะบอบบางและใกล้จะไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้เต็มที"
เสียงยียวนกวนประสาทดังขึ้นจากเบื้องหน้า หลินหว่านเซี่ยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองตามเสียง และพบกับก้อนแป้งสีขาวกลมดิ๊กขนาดเท่าฝ่ามือ กำลังลอยตุ๊บป่องอยู่กลางอากาศ มันมีดวงตากลมโตและปากเล็กๆ ที่กำลังขยับพูดเจื้อยแจ้ว
"เจ้าคือสิ่งใด?" นางถามด้วยความประหลาดใจ
"ข้าคือปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยของท่าน นามว่า 'เปาจื่อ' ขอรับ" ก้อนแป้งสีขาวหมุนตัวกลางอากาศหนึ่งรอบ แสร้งทำท่าทางถอนหายใจ "สภาพท่านดูไม่ได้เลยนะขอรับ เป็นถึงโฮสต์ที่ถูกเลือก แต่กลับปล่อยให้ตัวเองหิวจนหน้ามืดหมดสติ ถ้าระบบไม่ดึงจิตวิญญาณของท่านเข้ามาทำการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ป่านนี้ท่านคงกลายเป็นผีเฝ้าชายแดนไปแล้ว ช่างน่าอนาถใจยิ่งนัก หมูในฟาร์มยังกินอิ่มกว่าท่านเลยขอรับ"
แม้จะอยู่ในสภาวะงุนงง แต่สัญชาตญาณความปากแจ๋วของหลินหว่านเซี่ยก็ยังทำงาน นางหรี่ตามองเจ้าก้อนแป้งจอมกวน "ถ้าไม่อยากให้ข้าตาย แล้วเจ้ามีของกินประทังชีวิตให้ข้าหรือไม่เล่า? ข้าเห็นของกินวางอยู่บนชั้นเต็มไปหมด ขอยืมมากินก่อนสักชิ้นได้หรือไม่"
"ระบบของเรามีกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดนะขอรับ สินค้าทุกชิ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ต้องใช้ 'แต้มความสำเร็จทางการเกษตร' ในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น ซึ่งแต้มเหล่านี้จะได้มาจากการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว และขายผลผลิตของท่าน" เปาจื่ออธิบายพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น (แม้จะไม่มีจมูกให้เห็นชัดเจนก็ตาม) "ตอนนี้แต้มของโฮสต์คือศูนย์ขอรับ... ว่างเปล่าเหมือนกระเพาะของท่านในตอนนี้นั่นแหละ"
"เจ้า...!" หลินหว่านเซี่ยขบกรามแน่น
"แต่เอาเถิด เห็นแก่ที่ท่านกำลังจะขาดใจตาย ข้าจะมอบของขวัญต้อนรับสำหรับมือใหม่ให้ก็แล้วกัน ถือเป็นการต่อลมหายใจเฮือกสุดท้าย"
เปาจื่อกระพริบตาหนึ่งครั้ง พลันปรากฏแสงสีทองสองสายพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของหลินหว่านเซี่ย สายแรกพุ่งเข้าสู่ดวงตาของนาง ก่อให้เกิดความรู้สึกเย็นวาบและสว่างไสวขึ้นชั่วขณะ ส่วนสายที่สองตกลงบนฝ่ามือ ปรากฏเป็นขวดหยกสีขาวขนาดจิ๋วที่เย็นเฉียบ
"นั่นคือทักษะ 'ดวงตาประเมินดิน' สกิลติดตัวที่จะทำให้ท่านมองเห็นสถานะของดิน พืชพันธุ์ และแหล่งน้ำได้ในรูปแบบหน้าต่างข้อมูล มันจะช่วยให้ท่านพลิกฟื้นแผ่นดินทรายที่เสื่อมโทรมแห่งนี้ได้" เปาจื่ออธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย "ส่วนขวดหยกในมือท่าน คือ 'น้ำพุวิญญาณ' หยดแรก แม้จะมีเพียงหยดเดียว แต่มันอัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์แห่งฟ้าดิน สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช และช่วยฟื้นฟูร่างกายที่บอบช้ำ ขาดสารอาหารได้อย่างชะงัดนัก จงใช้มันให้ดีล่ะโฮสต์ เพราะหากท่านตาย ระบบก็ต้องปิดตัวลงเช่นกัน"
"ดวงตาประเมินดิน... และน้ำพุวิญญาณ..." หลินหว่านเซี่ยกำขวดหยกในมือแน่น ความหวังอันเรืองรองจุดประกายขึ้นในดวงตา นางมีเครื่องมือที่จะพลิกชะตากรรมของครอบครัวแล้ว!
"หมดเวลาการเชื่อมต่อฉุกเฉินแล้ว ขอให้โฮสต์โชคดีกับการเอาชีวิตรอดนะขอรับ!"
เปาจื่อยิ้มกว้าง ก่อนที่ภาพโถงห้างสรรพสินค้าอันสว่างไสวจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสง หลินหว่านเซี่ยรู้สึกเหมือนถูกดึงให้ร่วงหล่นลงมาจากที่สูง ก่อนที่ประสาทสัมผัสทั้งหมดจะกลับคืนสู่ร่างเนื้ออีกครั้ง
"เซี่ยเอ๋อร์... เซี่ยเอ๋อร์ของแม่ เจ้าอย่าเป็นอะไรไปนะ..." เสียงสะอื้นไห้ของเสิ่นหว่านอิ๋งดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท สัมผัสหยาบกร้านทว่าอบอุ่นของมือมารดากำลังลูบไล้บนใบหน้าของนาง
หลินหว่านเซี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงสลัวจากช่องหลังคาที่รั่วซึมส่องกระทบใบหน้าซูบผอมของมารดาและบิดาที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่ข้างเตียงไม้ไผ่เก่าๆ นางพยายามขยับตัว แต่ความอ่อนเพลียยังคงเกาะกุมแน่น
ที่หน้าประตูหลุดรุ่ย ร่างสูงโปร่งของหลินอวี่เฉินกำลังยืนอยู่ เขาใช้มือสั่นเทายันกรอบประตูไว้เพื่อพยุงตัว ชายหนุ่มเพิ่งคว้าตะกร้าไม้ไผ่ใบเก่าที่ขาดวิ่นขึ้นมาสะพายหลัง ใบหน้าของเขาซีดเซียวไม่แพ้นาง ริมฝีปากแห้งผากแตกเป็นขุย ทว่าแววตากลับแฝงความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ดูแลน้องเล็กให้ดี" หลินอวี่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า แต่พยายามกดให้หนักแน่น "ข้าจะไปที่ตีนเขาชางหลาง ต้องมีรากไม้ หรือผักป่าหลงเหลืออยู่บ้าง ข้าจะไม่ยอมให้เซี่ยเอ๋อร์ต้องอดตาย... ต่อให้ต้องขุดดินลึกแค่ไหน ข้าก็จะหาของกินกลับมาให้จงได้"
"พี่ใหญ่... อย่าไป..." หลินหว่านเซี่ยเค้นเสียงรั้ง เขาเองก็หิวโหยมาหลายวันไม่ต่างจากนาง หากฝืนเดินขึ้นเขาในสภาพเช่นนี้ มีหวังได้สิ้นใจอยู่กลางป่าเป็นแน่
ทว่าหลินอวี่เฉินเพียงหันมายิ้มฝืนๆ ให้น้องสาว ก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวออกจากกระท่อม
ในเสี้ยววินาทีนั้น หลินหว่านเซี่ยเพ่งมองแผ่นหลังของพี่ชายด้วยความร้อนใจ พลันดวงตาของนางเกิดอาการร้อนผ่าวราวกับมีพลังงานบางอย่างถูกกระตุ้น ทักษะ 'ดวงตาประเมินดิน' ทำงานโดยอัตโนมัติ!
ภาพเบื้องหน้าของนางเปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่มองเห็นสภาพพื้นดินทรายสีเหลืองซีดนอกหน้าต่างที่ปรากฏข้อความโปร่งแสงลอยอยู่เหนือผิวดินว่า *[ดินทรายเสื่อมโทรม: ขาดน้ำ 90%, แร่ธาตุเป็นศูนย์, ไม่สามารถเพาะปลูกได้]* เท่านั้น แต่นางยังเห็นละอองแสงสีแดงกะพริบเตือนรอบตัวของพี่ชาย พร้อมกับตัวอักษรที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ
*[สถานะร่างกาย: ขาดสารอาหารขั้นวิกฤต, พลังงานในร่างกายเหลือ 5%, เสี่ยงต่อการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันภายใน 1 เค่อหากออกแรงหนัก]*
หากพี่ใหญ่ก้าวเท้าออกไปหาอาหารในป่าตอนนี้ เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน!
"พี่ใหญ่ หยุดเถอะ!" หลินหว่านเซี่ยรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ตะโกนลั่นกระท่อมจนบิดามารดาสะดุ้งสุดตัว นางกำมือแน่น สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบของขวดหยกจิ๋วที่ซ่อนเร้นอยู่ในมิติช่องว่างแห่งจิตวิญญาณ นางจ้องมองแผ่นหลังของพี่ชายที่ชะงักงัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหันมามองเป็นตาเดียว
"ข้ามีวิธี... ข้ามีวิธีที่จะทำให้พวกเรามีชีวิตรอด โดยที่ท่านไม่ต้องไปเสี่ยงตายบนเขา!"
ขณะที่นางเอ่ย หยดน้ำพุวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในขวดหยกในห้วงจิต ก็เริ่มทอแสงสีเขียวมรกตเรืองรองราวกับรับรู้ถึงเจตนารมณ์อันแรงกล้าของนาง!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ดวงตาประเมินดินและน้ำซุปต่อชีวิต]**