ตอนที่ 23

## ตอนที่ 23 ปลูกมันฝรั่ง

ยามเมื่อบัณฑิตน้อยกับมารดามาเยือน เรือนเล็กก็ปั่นป่วนอลหม่านยิ่งนัก กระทั่งอาหารเย็นยังล่าช้ากว่ากาลก่อน ทั้งยังถูกฮือซื่อเหนี่ยวรั้งไว้ สนทนาเสียยืดยาว หัวใจของหยุนเหมยเหนียงจึงลอยละลิ่วไปยังมิติเสียแล้ว

"โธ่เอ๋ย! ไม่รู้ว่าข้าวโพดที่ข้าเพิ่งปลูกไปจะเป็นเช่นไรบ้างหนอ แล้วปลาเล็กปลาน้อยในลำธารเล่า ยังอยู่ดีหรือไม่หนา ข้ายังมิได้ทันได้ยลเสียด้วยซ้ำ"

นางจ้องมองแหวนหยกในมือ พลันแสงสีเขียววาบผ่าน เมื่อสิ้นแสงร่างของหยุนเหมยเหนียงก็อันตรธานไปจากห้อง

ชั่วขณะต่อมา หยุนเหมยเหนียงก็ปรากฏกายในมิติกรีนดรีม นางก้มลงเก็บเปลือกมันฝรั่งที่ร่วงหล่นบนพื้น ทุกชิ้นล้วนมีหน่ออ่อนงอกออกมาหนึ่งหน่อ หรือหลายหน่อ

เมื่อครู่ตอนที่ฮือซื่อทำอาหารเย็น นางเห็นว่ามันฝรั่งมีหน่อเล็กๆ งอกออกมา จึงนึกขึ้นได้จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมว่า มันฝรั่งต้องใช้หน่อในการปลูกถึงจะเติบโตได้ นางจึงเสนอตัวช่วยฮือซื่อปอกเปลือกมันฝรั่ง

ฮือซื่อเห็นว่าร่างกายของนางแข็งแรงขึ้นมากแล้ว จึงมิได้คะยั้นคะยอให้นางพักผ่อนอีกต่อไป นางจึงฉวยโอกาสที่ฮือซื่อมิได้สังเกต แอบปอกหน่อมันฝรั่งขนาดใหญ่ลงไปมากมาย เก็บไว้ในมิติทั้งหมด

ทว่าปีนี้เกิดภัยแล้ง ใกล้จะถึงปีใหม่แล้วก็ยังไม่มีหิมะตกลงมา อากาศแห้งแล้งเกินไป มันฝรั่งจึงเหี่ยวเฉา หน่อก็งอกงามได้ไม่ดีนัก หยุนเหมยเหนียงปอกมันฝรั่งไปถึงหกลูก แต่กลับขุดหน่อได้เพียงสิบกว่าหน่อที่ผอมแห้ง ทว่าสำหรับนางแล้วแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว นางมิได้คิดจะปลูกมันฝรั่งให้เต็มพื้นที่ในมิติ

นางเริ่มจากการขุดหลุมข้างแปลงข้าวโพดสองแปลงที่ปลูกไว้ก่อนหน้า วางหน่อมันฝรั่งโดยให้หน่อชี้ขึ้นด้านบน แล้วจึงไปตักน้ำจากลำธารมารด

ก่อนหน้านี้เกรงว่าหากนำข้าวโพดออกมามากเกินไปจะทำให้ฮือซื่อและหยุนเหล่าซานสงสัย หยุนเหมยเหนียงจึงนำออกมาเพียงสิบฝัก แกะเมล็ดออกมาอย่างประหยัด ปลูกได้เพียงสองแปลงเท่านั้น ที่เหลือก็คงต้องรอให้ข้าวโพดและมันฝรั่งงอก หวังว่าผืนดินแห่งนี้จะไม่ทำให้นางผิดหวัง

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น หยุนเหมยเหนียงก็นั่งลงริมลำธาร มองดูปลา มิได้รีบร้อนออกจากมิติ นางกำลังคิดว่า หากมีโอกาส นางจะหาซื้อเตียงมาตั้งไว้ในมิติ จากนี้ไปจะได้มานอนหลับพักผ่อนในมิติ

ยามเหมันต์อันหนาวเหน็บ ภายนอกนั้นแห้งแล้งและเย็นยะเยือกยิ่งนัก ในบ้านก็มิได้อบอุ่นมากนัก เครื่องให้ความอบอุ่นก็มีเพียงเตาไฟดินที่ใส่ขี้เถ้าที่ยังไม่มอดดับดีเท่านั้น ปีที่ผ่านๆ มายังพอทนได้

แต่ปีนี้ตั้งแต่เข้าสู่ฤดูหนาว นอกจากจะไม่มีหิมะตกลงมาแล้ว อากาศยังหนาวเย็นเกินไป เตาไฟดินเล็กๆ จึงไม่เพียงพอ กลางวันยังมีแสงอาทิตย์สาดส่องบ้าง แต่พอตกกลางคืน เมื่อนอนลงบนเตียงก็ราวกับนอนอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง หยุนเหมยเหนียงยามค่ำคืนจึงหลบหนีเข้ามาอยู่ในมิติ

อย่าได้ดูแคลนว่าในมิติไม่มีแสงอาทิตย์ นอกจากพื้นที่ว่างเปล่านี้แล้ว ที่เหลือก็เขียวชอุ่มไปหมด ทั้งยังอบอุ่นราวฤดูใบไม้ผลิ สายลมอ่อนโยนพัดผ่านร่างกาย ช่างสบายยิ่งนัก หาใดเปรียบมิได้ การปูที่นอนบนพื้นในมิติยังดีกว่าทนหนาวอยู่ข้างนอก สิ่งเดียวที่ขาดคือบ้าน

ขณะที่คิดว่าจะหาซื้อเตียงได้จากที่ใด นางก็จ้องมองลงไปในน้ำ โชคดีที่ไม่ทำให้นางผิดหวัง ปลาที่ปล่อยเข้ามาเมื่อก่อนหน้านี้ยังอยู่ครบทุกตัว

หลังจากที่หยุนเหมยเหนียงพิสูจน์ได้ว่าปลาจะไม่ว่ายหนีออกไปนอกมิติ นางจึงเทปลาที่เหลือลงไปในลำธาร ปล่อยให้พวกมันสร้างครอบครัว ขยายพันธุ์ต่อไป

คิดว่าหากมีโอกาสจะจับปลาเข้ามาอีก เผื่อว่าหากอยากกินปลาจะได้ไม่ต้องเสียแรงไปจับที่แม่น้ำอีกต่อไป หากมีมากพอ ก็จะนำออกไปขายแลกเงิน

แต่ปลาที่เลี้ยงไว้ที่นี่จะกินอะไรหนอ ลำธารแห่งนี้มิได้อุดมสมบูรณ์เหมือนแม่น้ำตัวเป่า น้ำที่นี่สะอาดราวกับน้ำบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งใดให้ปลาได้กินเลย

หรือว่านางจะต้องโยนอาหารลงไปเลี้ยงพวกมันเสียกระนั้น?