ตอนที่ 31
## ตอนที่ 31: ท่านอาว์ใหญ่กล้ำกลืน
ยามนี้ข้าวยากหมากแพง สิ่งของหายากยิ่งนัก แม้มีขายก็เกินกำลังทรัพย์ที่หยุนต้าป๋อผู้เป็นเสมียนจะซื้อหาได้ โธ่เอ๋ย!
กระนั้น หยุนต้าป๋อก็มิได้นิ่งนอนใจ ซื้อผ้าผืนงามให้ท่านย่า และมอบเงินให้อีกสองตำลึง
ของกำนัลมิใช่น้อย หากเป็นกาลก่อนคงนับว่าสมหน้า ทว่าผ้าและเงินตราเหล่านั้นกลับถูกท่านย่าเก็บงำไว้แต่เพียงผู้เดียว บ้านของหยุนเหล่าเอ้อร์มิได้รับเศษเสี้ยวใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เมื่อมิได้ผลประโยชน์ใดๆ สีหน้าของคนในบ้านจึงราวกับคนละมิติ มองพี่ใหญ่ด้วยสายตาขุ่นเคือง ทั้งทุบหม้อข้าว โยนถ้วยชาม ปากก็พร่ำบ่นถึงเรื่องเสบียงในบ้านที่มีไม่พออยู่แล้ว ยังจะมีคนมาผลาญกินฟรีๆ อีกเล่า!
วาจาเหล่านั้นทำให้หยุนต้าป๋อหน้าแดงก่ำ แทบจะหันหลังให้บ้านของน้องชายในทันที ตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่เขาทำหน้าที่เสมียน นายจ้างต่างให้เกียรติเขาอย่างยิ่ง หยุนต้าป๋อถือว่าเป็นผู้มีหน้ามีตาคนหนึ่ง เมื่อใดเล่าที่เขาเคยต้องทนรับความอัปยศเช่นนี้?
โชคดีที่หลี่ซื่อภรรยาจำได้ว่าเหอซื่อเคยเอ่ยถึงการมาพักอาศัยที่บ้านของนางในช่วงปีใหม่ การที่บ้านของหยุนเหล่าเอ้อร์ไม่น่าอยู่ก็เป็นสิ่งที่นางปรารถนาอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมาขุ่นเคืองใจกับคนพวกนี้
นางจึงจูงมือบุตรชายและบุตรสาว พาสามีออกจากบ้านของหยุนเหล่าเอ้อร์ หลีกเลี่ยงการปะทะคารม
ท่านย่าหยุนได้รับเงินก็ปลาบปลื้มในใจ แต่ใจยังคงเอนเอียงไปทางบุตรชายคนที่สอง เมื่อเห็นบุตรชายคนโตโกรธเคือง นางก็มิกล้าเอ่ยสิ่งใด เกรงว่าหากบุตรชายคนโตจากไป บุตรชายคนที่สองจะสร้างความลำบากให้นางอีก นางจึงติดตามบุตรสะใภ้ใหญ่และหลานๆ ออกจากประตูไป
เฉินซื่อ ภรรยาของหยุนเหล่าเอ้อร์ เห็นท่านย่าเดินออกจากบ้าน นางจึงร้องตะโกนตามหลัง "ท่านพ่อ! วันนี้ท่านแม่มิได้ทานอาหารที่บ้าน ลดปริมาณอาหารลงเสียหน่อยเถิด!"
เดิมทีท่านย่าหยุนเพียงต้องการจะเตือนบุตรชายคนโตมิให้โกรธเคือง บ้านเรานั้นยากจนจริงๆ จะโทษบ้านเหล่าเอ้อร์ก็มิได้ อนิจจา!
แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินซื่อ นางก็มิกล้าหันกลับไปบอกว่าตนเองจะกลับมากินข้าว ที่ผ่านมานางมักจะไปบ้านของเหล่าซานอยู่เสมอเมื่อรู้ว่ามีของดีๆ ให้กิน มิหนำซ้ำยังหอบหิ้วกลับมาอีกด้วย
พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว การที่พี่ใหญ่มาเยือนถึงเรือนเช่นนี้ ตามวิสัยของเหล่าซานและเหอซื่อแล้ว พวกเขาจะต้องทำอาหารดีๆ แน่นอน
นางได้ยินมาว่าบ้านเหล่าซานซื้อเนื้อมามากมาย นางเองก็มิได้ลิ้มรสเนื้อมานานแล้ว เฮอะ!
แต่เนื่องจากเรื่องของเหมยเหนียงและสี่เหนียงในช่วงก่อนหน้านี้ นางจึงเข้าข้างบ้านเหล่าเอ้อร์มาโดยตลอด แต่ก็ยังรู้ว่าตนเองทำให้เหมยเหนียงต้องน้อยใจ นางจึงมิกล้าไปหาเหมยเหนียงเสียที บัดนี้จึงถือโอกาสนี้ไปดูว่ามีอะไรอร่อยๆ บ้าง เผื่อจะได้นำกลับไปให้ชิวเอ๋อร์ หลานชายคนโต เด็กกำลังโต กินแต่ผักคงน่าสงสารยิ่งนัก
ด้วยความคิดเช่นนี้ ท่านย่าจึงติดตามหยุนต้าป๋อและครอบครัวไปยังบ้านของเหมยเหนียง
บ้านของเหมยเหนียงกำลังเตรียมของสำหรับวันปีใหม่ พวกเขาก็ได้ยินมาว่าท่านอาว์ใหญ่กลับมาที่หมู่บ้านแล้ว
เนื่องจากมิอยากเผชิญหน้ากับคนในบ้านของเหล่าเอ้อร์ พวกเขาจึงมิได้ไปเยี่ยมเยียน แต่ก็มิคาดคิดว่าบ้านของท่านอาว์ใหญ่จะมาถึงเร็วเช่นนี้ แถมยังมีท่านย่าที่เดินตามมาอย่างทุลักทุเลอีกด้วย
เมื่อเห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของท่านอาว์ใหญ่ และสีหน้าขมวดคิ้วของหลี่ซื่อ อีกทั้งบุตรชายและบุตรสาวที่ส่ายหน้าถอนหายใจ ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาต้องได้รับความขุ่นเคืองมาจากบ้านของเหล่าเอ้อร์เป็นแน่
เหอซื่อและหยุนเหล่าซานพาเหมยเหนียงออกไปต้อนรับ หยุนเหล่าซานเนื่องจากท่านย่ามักจะเข้าข้างบ้านของพี่ชายคนที่สองในเรื่องของบัณฑิตซิ่วไฉ อีกทั้งนิสัยของเขาก็คือขี้เกียจคร้าน หากมิใช่เพราะของกินของใช้ เขาคงมิมาเหยียบเรือนของพวกเขาเป็นแน่ เขาจึงมิได้มีวาจาดีๆ กับผู้เป็นมารดา
เขาจึงเอ่ยทักทายบ้านของพี่ชายคนโตเสียยกใหญ่ มิได้สนใจท่านย่าเลยแม้แต่น้อย
ท่านย่าก็รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำมาตลอดหลายปีนั้นเกินเลยไป แต่หากต้องเลือก นางก็ยังคงเลือกที่จะเอาใจใส่บ้านของเหล่าเอ้อร์ที่ให้กำเนิดหลานชายแก่นางมากกว่า
ส่วนบ้านของพี่ใหญ่เล่า อยู่ห่างไกลกัน ความผูกพันจึงมิอาจเทียบได้กับบ้านของเหล่าเอ้อร์
อีกทั้งคนในบ้านของพี่ใหญ่ก็ร่ำเรียนมาบ้าง การกระทำทุกอย่างจึงเป็นไปตามครรลองคลองธรรม พูดง่ายๆ ก็คือหัวโบราณ มิเหมือนบ้านของเหล่าเอ้อร์ที่รู้จักเอาอกเอาใจ แม้จะมีบุตรชายที่สามารถเป็นหลักเป็นแหล่งได้แล้ว แต่ในใจของนางก็ยังคงเห็นว่าดีกว่าบ้านของเหล่าซานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น