แผนการเข้าอำเภอชิงอวิ๋น
เมื่อม่านราตรีคลี่คลาย แสงอรุณรุ่งแรกสาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษเข้ามา ซูหนิงก็ฝืนยันเรือนกายอันอ่อนระทวยลุกขึ้นนั่งบนเตียงคังแข็งกระด้าง แผนการที่นางวางไว้เมื่อคืนยังคงแจ่มชัดในมโนสำนึก วันนี้ นางต้องไปอำเภอชิงอวิ๋นให้จงได้
นางจงใจไม่หวีผม ปล่อยให้มันดูกระเซิงยุ่งเหยิง ดวงหน้าซีดเผือดที่ปราศจากการแต่งแต้ม ยิ่งขับเน้นร่องรอยความอ่อนเพลียที่นางแสร้งทำขึ้น การแสดงต้องเล่นให้สมบทบาทที่สุด
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในบ้าน ซูหนิงก็รีบล็อกประตูห้องจากด้านใน นางหลับตาลงรวบรวมสมาธิ พริบตาต่อมา โลกทั้งใบก็แปรเปลี่ยน จากห้องนอนคับแคบอับชื้น กลายเป็นโกดังซูเปอร์มาร์เก็ตค้าส่งอันโอ่โถงสว่างไสว
นี่คือความลับสุดยอดของนาง คือหลักประกันในการเอาชีวิตรอดในยุคสมัยอันแร้นแค้นนี้!
ซูหนิงไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า นางเดินลิ่วไปยังโซนธัญพืช สายตาคมกวาดมองหาสินค้าเป้าหมาย "ข้าวสารมะลิหอมคัดพิเศษ... น้ำตาลทรายแดงไม่ขัดสี..." นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะตัดสินใจหยิบข้าวสารชั้นเลิศออกมาหนึ่งกระสอบเล็กและน้ำตาลทรายแดงอีกหนึ่งถุงใหญ่
ทว่านางหาได้นำของออกไปทั้งอย่างนั้นไม่ ความรอบคอบสั่งให้นางต้องทำลายหลักฐานทุกอย่างจากโลกอนาคต ซูหนิงจัดการเทข้าวสารและน้ำตาลทรายแดงลงในถุงผ้าเก่าคร่ำคร่าสองใบที่นางเตรียมไว้จากในห้อง ส่วนบรรจุภัณฑ์พลาสติกสมัยใหม่นั้น นางโยนมันกลับเข้าไปในส่วนลึกของมิติ รอวันทำลายทิ้งอย่างถาวร
เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ นางก็ออกจากมิติกลับสู่ห้องนอนที่คุ้นเคยอีกครั้ง ในมือของนางบัดนี้คือถุงผ้าสองใบที่มีน้ำหนักพอสมควร นางซ่อนมันไว้ใต้เตียงอย่างมิดชิด รอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสม
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงบ่นพึมพำอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากนอกลานบ้าน หม่าชุ่ยฮวา แม่สามีของนางกลับมาแล้ว
ซูหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า นางแง้มประตูออกไปพร้อมกับใบหน้าซีดขาวและท่าทางโซซัดโซเซ "ท่านแม่...ข้า...ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีเลยเจ้าค่ะ"
หม่าชุ่ยฮวาที่กำลังจะอ้าปากด่าทอที่นางไม่ยอมออกไปทำงาน ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของสะใภ้รอง แต่ความขี้เหนียวก็ยังมีอำนาจเหนือความกังวล "ไม่ดีอะไรกัน! สำออยอีกแล้วใช่หรือไม่ คิดจะอู้งานอีกกี่วัน!"
"ข้าปวดหัว...ตัวร้อน...เหมือนจะสิ้นใจให้ได้" ซูหนิงแสร้งทำเป็นไอโขลกสองสามครั้ง "ข้าอยากจะไปหาหมอที่สถานีอนามัยในอำเภอเจ้าค่ะ"
คำว่า "อำเภอ" และ "หาหมอ" ทำให้ดวงตาของหม่าชุ่ยฮวาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก "ไปอำเภอ? เจ้าเสียสติไปแล้วรึ! แค่ป่วยเล็กน้อยเหตุใดต้องไปไกลถึงเพียงนั้น แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าหมอค่ายา!"
"ข้าป่วยหนักนะเจ้าคะท่านแม่" ซูหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หากท่านแม่ไม่ให้ข้าไป...แล้วข้าเป็นอะไรไปที่นี่ ท่านจะตอบพี่ลู่ว่าอย่างไร?"
การอ้างถึงลู่เจิ้งซวินทำให้หม่าชุ่ยฮวาชะงักไปอีกครา นางรักและภาคภูมิใจในตัวบุตรชายคนรองผู้นี้ที่สุด การทำให้เขาไม่พอใจคือสิ่งที่นางไม่อยากให้เกิดขึ้น
ขณะที่แม่สามีกำลังลังเล ซูหนิงก็เดินกลับเข้าห้องไปหยิบถุงผ้าสองใบนั้นออกมา "นี่คือของที่ข้าจะเอาไปเป็นค่ารักษาพยาบาลเจ้าค่ะ"
หม่าชุ่ยฮวาขมวดคิ้วมุ่น มองถุงผ้าด้วยสายตาเคลือบแคลง "นั่นมันอะไรกัน! เจ้าไปขโมยของบ้านมาอีกแล้วใช่หรือไม่!" นางหมายจะยื่นมือไปกระชาก แต่ซูหนิงกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
"นี่เป็นของส่วนตัวของข้า!" ซูหนิงประกาศกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่าเกรงขาม "ท่านแม่ ท่านอย่าได้บังคับข้า"
"บังคับแล้วจะทำไม! นังลูกสะใภ้สารเลว! วันนี้ข้าจะต้องสั่งสอนเจ้า!" หม่าชุ่ยฮวาเตรียมจะแผลงฤทธิ์อย่างเต็มที่
ทว่าซูหนิงกลับยิ้มเย็นออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน วาจาที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นเฉียบคมราวกระบี่ "ก็ได้เจ้าค่ะ...หากท่านแม่ยังคงขัดขวาง ข้าก็จะไปที่หน่วยขนส่งของพี่ลู่"
หม่าชุ่ยฮวาหยุดกึกราวกับถูกสาป
"ข้าจะไปที่นั่น...ไปบอกให้หัวหน้าและสหายของเขาทุกคนได้รู้ ว่าสะใภ้รองบ้านลู่ป่วยจนแทบสิ้นใจ แต่แม่สามีกลับใจดำอำมหิต ไม่ยอมให้ไปรักษาแม้กระทั่งสถานีอนามัย!" ซูหนิงมองลึกเข้าไปในดวงตาของแม่สามี "ข้าอยากจะรู้นักว่าหลังจากนั้น...พี่ลู่จะยังมีหน้าไปพบปะผู้คนในหน่วยงานของเขาได้อีกหรือไม่!"
นี่คือการโจมตีจุดตาย! หม่าชุ่ยฮวาสามารถทนให้คนในหมู่บ้านนินทาได้ แต่นางไม่อาจทนให้ชื่อเสียงและหน้าที่การงานของบุตรชายคนโปรดต้องมัวหมองได้เด็ดขาด ใบหน้าของนางสลับสีระหว่างเขียวกับขาว กำหมัดแน่นจนสั่นเทา แต่กลับไม่อาจเอ่ยวาจาใดออกมาได้อีก
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด!
บรืนนน... บรืนนน!
เสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังที่ดังกระหึ่มมาจากทางเข้าหมู่บ้านทำให้ทุกคนต้องหันไปมอง รถบรรทุกยี่ห้อเจี่ยฟางคันใหญ่โตค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านตระกูลลู่ ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดทำงานสีน้ำเงินเข้มจะกระโดดลงมาจากห้องคนขับ
ลู่เจิ้งซวินกลับมาแล้ว!
เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นภรรยาและมารดาของตนกำลังยืนประจันหน้ากันด้วยบรรยากาศมาคุ ซ้ำสภาพของซูหนิงยังดูราวกับคนป่วยหนัก "เกิดอะไรขึ้น?" น้ำเสียงของเขาเย็นชาและห่างเหินเช่นเคย
หม่าชุ่ยฮวาอ้าปากจะฟ้อง แต่ซูหนิงกลับชิงพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง "พี่ลู่...ข้า...ข้าป่วยหนัก อยากจะไปหาหมอในอำเภอ แต่ท่านแม่..."
ลู่เจิ้งซวินปรายตามองซูหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางมารดา สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถามที่กดดันจนหม่าชุ่ยฮวาไม่กล้าสบตา ในที่สุดนางก็ทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีอย่างขัดใจ
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาต้องรีบนำรถกลับไปที่หน่วยขนส่ง ไม่อาจเสียเวลาอยู่ที่นี่ได้นาน "จะไปก็รีบขึ้นรถ ข้าจะไปส่งที่สถานีอนามัย"
นี่เป็นคำอนุญาตที่เย็นชาที่สุดเท่าที่ซูหนิงเคยได้ยิน แต่สำหรับนางในตอนนี้ มันคือชัยชนะอันหอมหวาน!
ซูหนิงไม่รอช้า นางหันไปยิ้มเยาะให้แม่สามีที่ยืนหน้าซีดเผือด ก่อนจะรีบกอดถุงผ้าสองใบนั้นแน่นแล้วเดินตรงไปยังรถบรรทุก โดยไม่สนใจสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรำคาญและเคลือบแคลงสงสัยของลู่เจิ้งซวินแม้แต่น้อย
บานประตูรถบรรทุกปิดลง ตัดขาดนางออกจากบ้านตระกูลลู่ชั่วคราว เบื้องหน้าคือเส้นทางสู่อำเภอชิงอวิ๋น ที่ซึ่งอิสรภาพและเงินทุนก้อนแรกกำลังรอนางอยู่ แต่ข้างกาย...กลับมีบุรุษผู้เป็นสามีในนามที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปีนั่งอยู่ บรรยากาศภายในรถอึดอัดและเงียบงันจนน่าหวาดหวั่น การเดินทางครั้งนี้...จะง่ายดายอย่างที่คิดจริงหรือ?