ดวงตาประเมินโอสถ

แสงอรุณรุ่งแรกสาดส่องลอดผ่านรอยแตกของผนังกระท่อม ปลุกหลิ่วอีหนิงให้ตื่นจากภวังค์แห่งความหวัง ไออุ่นจางๆ จากปิ่นปักผมในมือยังคงอยู่ เป็นเครื่องยืนยันว่ามิติฟาร์มโอสถสวรรค์นั้นไม่ใช่เพียงความฝัน แต่เป็นความจริงที่นางสามารถไขว่คว้าได้

ทว่าความจริงอีกประการหนึ่งก็กำลังส่งเสียงประท้วงอย่างรุนแรง...เสียงท้องของนางที่ร้องดังโครกคราก ความหิวโหยที่กัดกินอยู่ภายในราวกับฝูงมดปลุกให้นางต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของโลกภายนอก

นางพยุงร่างที่อ่อนระโหยขึ้นอย่างยากลำบาก กระดูกทั่วทั้งร่างลั่นกรอบแกรบจากการนอนบนพื้นแข็งๆ ตลอดคืน ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปจริงๆ

“ต้องหาอะไรกินก่อน...” นางพึมพำกับตนเอง ก่อนจะเดินไปผลักบานประตูไม้ที่ใกล้จะพังเต็มทีออกไป

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ใจที่เพิ่งพองฟูห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย ทิวทัศน์ของภูเขาคู่เหยานั้นรกร้างและแห้งแล้งยิ่งกว่าที่นางจินตนาการไว้เสียอีก ภูเขาทั้งลูกมีแต่หินสีเทาแดง ดินแห้งแตกระแหง มีเพียงพงหญ้าคาและวัชพืชแกร็นๆ ขึ้นอยู่ประปราย แทบไม่เห็นสีเขียวของพืชพันธุ์ที่สมบูรณ์เลยแม้แต่น้อย

หลิ่วอีหนิงสูดลมหายใจที่เจือด้วยกลิ่นฝุ่นดินแห้งๆ เข้าเต็มปอด แม้จะสิ้นหวังกับสภาพแวดล้อม แต่ประกายในดวงตาของนางกลับไม่ได้มอดดับลง นางก้าวเท้าออกจากกระท่อม เริ่มต้นสำรวจพื้นที่รอบๆ อย่างละเอียด

นางเดินไปหยุดอยู่ข้างกอวัชพืชที่ขึ้นรกที่สุด ด้วยความเคยชินจากชาติก่อนที่เป็นนักพฤกษศาสตร์ นางจึงเพ่งมองมันอย่างพิจารณาเพื่อจำแนกสายพันธุ์ ทว่าในวินาทีที่นางจ้องมองไปยังใบหญ้าแหลมคมนั้นเอง พลันบังเกิดภาพอันน่าอัศจรรย์ขึ้น!

เบื้องหน้ากอหญ้า ปรากฏกรอบหน้าต่างโปร่งแสงขนาดเล็กขึ้นกลางอากาศ ภายในมีตัวอักษรเรียงเป็นแถวอย่างชัดเจน

**[หญ้าหนามใบจักร]**

**[สภาพ: เติบโตเต็มที่]**

**[คุณสมบัติ: เส้นใยเหนียว สามารถใช้ทำเชือกคุณภาพต่ำได้ ไร้ค่าทางโอสถ]**

หลิ่วอีหนิงผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ นางขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กรอบหน้าต่างนั้นก็ยังคงลอยเด่นอยู่อย่างนั้น มันจะหายไปก็ต่อเมื่อนางละสายตาจากกอหญ้า แล้วก็จะปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อนางจ้องมองมัน

“นี่มัน...อะไรกัน?” หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างสุดขีด นางลองหันไปมองต้นไม้แคระแกร็นอีกต้นที่อยู่ใกล้ๆ

**[ต้นพุทราป่า]**

**[สภาพ: ขาดน้ำรุนแรง ใกล้ตาย]**

**[คุณสมบัติ: ผลมีรสเปรี้ยวฝาด ให้พลังงานต่ำมาก]**

ใช่แล้ว! ไม่ผิดแน่! นี่คือความสามารถใหม่! ความสามารถที่ติดตัวนางมาพร้อมกับการทะลุมิติ!

ความยินดีระลอกใหญ่ซัดสาดเข้าสู่จิตใจของนางอีกครั้ง ราวกับสวรรค์ยังเมตตาไม่พอที่มอบมิติฟาร์มโอสถให้ ยังประทาน ‘ดวงตาประเมินโอสถ’ นี้ให้นางอีก! ด้วยความสามารถนี้ การเอาชีวิตรอดในแดนกันดารแห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป!

นางทดลองมองไปรอบๆ อย่างกระตือรือร้น ทุกครั้งที่สายตาจับจ้องไปยังพืชชนิดใดก็ตาม จะมีหน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้นมาเสมอ ทำให้นางสามารถแยกแยะพืชมีพิษ พืชที่กินได้ และพืชที่มีสรรพคุณทางยาออกจากกันได้อย่างง่ายดาย

เมื่อทดลองกับพืชจนพอใจแล้ว ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว...ถ้ามองพืชได้ แล้วดินเล่า?

หลิ่วอีหนิงก้มลงมองพื้นดินที่แห้งผากใต้ฝ่าเท้า นางเพ่งสมาธิไปที่ผืนดินเบื้องหน้า...และแล้วกรอบหน้าต่างข้อมูลก็ปรากฏขึ้นจริงๆ!

**[ดินชั้นผิว ภูเขาคู่เหยา]**

**[สภาพ: แห้งแล้งขั้นวิกฤต ความชื้น 5%]**

**[แร่ธาตุ: ขาดไนโตรเจนและฟอสฟอรัสอย่างรุนแรง ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชทั่วไป]**

**[หมายเหตุ: ตรวจพบแร่ธาตุวิญญาณซ่อนเร้นในชั้นดินลึก (3 ฉื่อ*) เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของสมุนไพรจิตวิญญาณบางชนิด]**

*(หมายเหตุ: 1 ฉื่อ = ประมาณ 1/3 เมตร)*

ดวงตาของหลิ่วอีหนิงเบิกกว้างขึ้นทันที ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นมานี้ไขปริศนาทุกอย่าง! ที่แท้ภูเขาคู่เหยาที่ทุกคนดูแคลนว่าไร้ค่า แท้จริงแล้วกลับซุกซ่อนขุมทรัพย์ล้ำค่าเอาไว้ใต้ผืนดินที่แห้งแล้งนี่เอง! แร่ธาตุวิญญาณ...นั่นย่อมหมายถึงสมุนไพรที่ปลูกได้จะมีคุณภาพสูงกว่าสมุนไพรธรรมดาทั่วไป!

แต่นางจะขุดลึกลงไปสามฉื่อได้อย่างไรโดยไม่เป็นที่น่าสงสัย? หากมีคนจากตระกูลหลิ่ว โดยเฉพาะหวังมามา ย้อนกลับมาดูเยาะเย้ยนาง แล้วพบว่านางกำลังขุดดินอย่างผิดปกติ ย่อมต้องเกิดปัญหาตามมาเป็นแน่

“ต้องสร้างฉากบังหน้า” นางตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

นางจะแสร้งทำเป็นพยายามพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งนี้อย่างสิ้นหวังเหมือนชาวบ้านทั่วไป การถางหญ้า เตรียมแปลงเพาะปลูกเล็กๆ น้อยๆ บนดินชั้นผิวที่ไร้ค่านี้ จะเป็นฉากกำบังที่ดีที่สุดสำหรับแผนการในอนาคตของนาง

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลิ่วอีหนิงก็ไม่รอช้า นางกลับเข้าไปในกระท่อมและค้นหาเครื่องมือที่พอจะใช้งานได้ โชคดีที่มุมหนึ่งมีจอบเก่าขึ้นสนิมและเคียวด้ามไม้ผุๆ วางทิ้งไว้อยู่ แม้สภาพจะย่ำแย่ แต่นับว่ายังดีกว่าใช้มือเปล่า

นางถือจอบเดินกลับออกมายังลานดินหน้ากระท่อม เริ่มต้นลงมือถางหญ้าและขุดพรวนดินที่แข็งราวกับหินในทันที

แคร่ก! ฉึก!

เสียงจอบกระทบกับดินแข็งและหินดังก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบสงบ แสงแดดเริ่มแผดจ้าขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นบนหน้าผากและแผ่นหลังของนางอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่อ่อนแอนี้ทำงานหนักเพียงไม่นานก็เริ่มส่งสัญญาณประท้วง กล้ามเนื้อทุกส่วนปวดร้าว มือที่บอบบางของนางแดงเถือกและพองช้ำจากการจับด้ามจอบที่หยาบกระด้าง

นางหยุดพัก หอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลางเหลือบมองผืนดินที่เพิ่งขุดไปได้เพียงหย่อมเล็กๆ เท่านั้น งานนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่คิดนัก

และแล้ว...เสียงที่น่ารำคาญใจก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง...ดังกว่าเดิมเสียด้วย

โครกกกกก...

ท้องของนางประท้วงอย่างรุนแรง ความหิวทำให้ตาลายจนแทบจะยืนไม่ไหว นางตระหนักได้ว่าแผนการระยะยาวนั้นสำคัญ แต่การเอาชีวิตรอดในวันนี้สำคัญกว่า หากนางมัวแต่ทำงานจนหิวตายไปเสียก่อน มิติฟาร์มโอสถหรือแร่ธาตุวิญญาณใดๆ ก็ล้วนไร้ความหมาย

นางวางจอบลง พลางใช้ ‘ดวงตาประเมินโอสถ’ กวาดมองไปรอบบริเวณอย่างมีความหวังอีกครั้ง ต้นพุทราป่าให้พลังงานต่ำเกินไป หญ้าหนามใบจักรก็กินไม่ได้...มีอะไรอีกบ้าง? มีอะไรที่พอจะประทังชีวิตนางได้บ้างในตอนนี้?

สายตาของนางพลันไปสะดุดกับพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่มีหนามแหลมคมน่ากลัวขึ้นอยู่ไม่ไกลนัก มันดูไม่น่าจะมีประโยชน์อันใด ทว่าสัญชาตญาณบางอย่างกระตุ้นให้นางลองเพ่งมองมันดู

ทันทีที่นางจ้องมองไป กรอบหน้าต่างข้อมูลก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แต่ข้อความในครั้งนี้ทำให้นางต้องหยุดนิ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวังและความหวาดระแวง

**[เถาวัลย์รากพิษ]**

**[สภาพ: เติบโตเต็มที่]**

**[คุณสมบัติ: ลำต้นและใบมีพิษอ่อนๆ ทำให้เกิดอาการคันเมื่อสัมผัส รากมีพิษร้ายแรง ห้ามรับประทานโดยตรงเด็ดขาด]**

**[หมายเหตุพิเศษ: ใจกลางของรากแก้ว สะสมแก่นพลังงานบริสุทธิ์จากดิน สามารถสกัดออกมารับประทานได้ ช่วยฟื้นฟูพลังกายได้อย่างรวดเร็ว]**