ชำระล้างพิษร้าย
ความคิดนั้นวาบขึ้นมาราวกับสายฟ้าฟาดกลางความมืดมิด หลิ่วอีหนิงไม่ลังเลอีกต่อไป นางรีบสำรวจกระท่อมซอมซ่อของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนำท่อนไม้ที่พอหาได้มาขัดประตูไว้อย่างแน่นหนา แม้จะรู้ดีว่ามันไม่อาจต้านทานผู้บุกรุกได้จริงจัง แต่นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่นางสามารถทำได้ในตอนนี้
เมื่อแน่ใจว่าตนเองอยู่ในที่ลับตาคนแล้ว นางจึงทรุดกายนั่งลงบนพื้นดินเย็นเฉียบ พลางหยิบปิ่นปักผมหยกแกะสลักรูปดอกหลันฮวาออกมาจากอกเสื้อ ปิ่นอันเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อสู่มิติฟาร์มโอสถสวรรค์ ปลายนิ้วเรียวของนางลูบไล้ไปตามเนื้อหยกเย็นชืดอย่างแผ่วเบา ก่อนจะรวบรวมสมาธิทั้งหมด เพ่งจิตไปยังพื้นที่ลี้ลับแห่งนั้น
วูบหนึ่ง! ทัศนียภาพรอบกายพลันบิดเบี้ยว โลกภายนอกเลือนหายไปในพริบตา และแทนที่ด้วยดินแดนอันน่าอัศจรรย์ กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของดินและพฤกษาโชยแตะจมูก อากาศที่นี่สดชื่นกว่าที่ใดในใต้หล้า
หลิ่วอีหนิงปรากฏกายขึ้นกลางมิติส่วนตัวของนางอีกครั้ง แปลงดินวิเศษสีนิลยังคงว่างเปล่ารอการหว่านไถ กระท่อมเก็บของตั้งตระหง่านอย่างเงียบงัน แต่เป้าหมายของนางในวันนี้มิใช่สิ่งเหล่านั้น สายตาของนางจับจ้องไปยัง ‘บ่อน้ำพุชำระล้าง’ ที่ตั้งอยู่ใจกลางมิติเพียงแห่งเดียว
น้ำในบ่อใสดุจแก้วผลึก สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่เบื้องล่าง ไอหมอกบางเบาลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ มอบความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์จนแทบจับต้องได้
นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ที่แห่งนี้คือความหวังเดียวของนางในยามนี้ หลิ่วอีหนิงย่อตัวลงริมบ่อน้ำพุ ภาพสะท้อนในน้ำเผยให้เห็นเด็กสาวผอมแห้ง ใบหน้าซีกซ้ายมีรอยแผลเป็นสีแดงคล้ำน่าเกลียดน่ากลัวพาดผ่าน ทำลายความงามดั้งเดิมจนหมดสิ้น นี่คือผลงานชิ้นโบแดงของซูหว่านเอ๋อร์ แม่เลี้ยงใจอำมหิตของนาง
ความแค้นและความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เพียงชั่วครู่ก็ถูกข่มลงด้วยความมุ่งมั่น นางจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับอดีตอีกต่อไป!
หลิ่วอีหนิงใช้สองมือวักน้ำขึ้นมาอย่างไม่ลังเล ความเย็นสดชื่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างกาย ปลุกเร้าทุกอณูเซลล์ให้ตื่นตัว นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตัดสินใจดื่มน้ำในอุ้งมือเข้าไปอึกใหญ่
ทันทีที่น้ำพุวิเศษไหลผ่านลำคอ นางรู้สึกราวกับมีสายธารแห่งพลังงานอันบริสุทธิ์กำลังชะล้างร่างกายจากภายในสู่ภายนอก มันไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณ ขับไล่ความอ่อนล้าและความเจ็บป่วยที่สะสมมานานปีให้สลายไปสิ้น
ชั่วครู่ต่อมา นางก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วสรรพางค์กาย เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมและผิวหนัง แต่เหงื่อที่ไหลออกมานั้นกลับมีสีดำขุ่นและส่งกลิ่นเหม็นอับน่ารังเกียจ สิ่งสกปรกและพิษร้ายที่ตกค้างอยู่ในร่างมานานหลายปีกำลังถูกขับออกมา!
หลิ่วอีหนิงกัดฟันอดทนต่อความรู้สึกไม่สบายตัวนี้ นางรู้ดีว่านี่คือกระบวนการ ‘ชำระล้าง’ ที่จำเป็น ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะทั่วร่างเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเบาสบายที่กำลังจะตามมา
เมื่อการขับพิษระลอกแรกสิ้นสุดลง นางจึงวักน้ำขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เพื่อล้างหน้าชำระตา นางค่อยๆ บรรจงลูบไล้น้ำพุเย็นบริสุทธิ์ลงบนรอยแผลเป็นบนใบหน้าอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกคันยุบยิบที่เคยรู้สึกก่อนหน้านี้พลันรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ แต่มันไม่ใช่ความคันจากการอักเสบ หากแต่เป็นความคันอันเกิดจากเนื้อเยื่อที่กำลังได้รับการเยียวยาและฟื้นฟู!
นางฝืนทนไม่เกา ปล่อยให้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าที่ของมันต่อไป หลังจากผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป ความรู้สึกคันระลอกใหญ่จึงค่อยๆ ทุเลาลง
ร่างกายที่เคยอ่อนแอราวกับจะปลิดปลิวไปกับสายลม บัดนี้กลับเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกหนักอึ้งในอกและอาการปวดเมื่อยตามข้อต่างๆ หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
หลิ่วอีหนิงก้มลงมองภาพสะท้อนของตนในบ่อน้ำพุอีกครั้ง ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ รอยแผลเป็นน่าเกลียดยังคงอยู่ แต่มันไม่ได้มีสีแดงคล้ำน่ากลัวเช่นเดิมอีกแล้ว บัดนี้มันกลับจางลงเป็นสีชมพูอ่อน แลดูน่ากลัวน้อยลงไปมากโข!
แม้จะเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่มันก็เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับนาง! น้ำตาหยดหนึ่งเอ่อล้นขึ้นมาคลอที่หน่วยตา แต่หาใช่หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ระทมไม่ หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความปิติยินดีและความหวัง
บ่อน้ำพุชำระล้างนี้สามารถถอนพิษ ‘บุปผาไหม้ผิว’ ได้จริงๆ!
หลังจากสงบสติอารมณ์ลงได้ หลิ่วอีหนิงก็เริ่มมองการณ์ไกลขึ้น การมีร่างกายที่แข็งแรงและใบหน้าที่กำลังจะกลับมางดงามนั้นยังไม่เพียงพอ ปัญหาเฉพาะหน้าที่ใหญ่ที่สุดของนางในตอนนี้คือความอดอยากและยากจน นางจะปล่อยให้ตนเองตกอยู่ในสภาพไร้ที่พึ่งเช่นนี้ต่อไปไม่ได้
สายตาของนางกวาดมองไปยังแปลงดินวิเศษที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาผืนนั้น ดินสีนิลอุดมสมบูรณ์เหล่านี้คือขุมทรัพย์ที่แท้จริง หนึ่งวันในโลกภายนอกเท่ากับหนึ่งเดือนในมิติแห่งนี้ สมุนไพรใดๆ ที่ปลูกในนี้ล้วนเติบโตเร็วกว่าและมีสรรพคุณสูงกว่าปกติถึงสิบเท่า!
หากนางสามารถหาสมุนไพรมีค่ามาปลูกในนี้ได้ ต่อให้เป็นเพียงต้นกล้าใกล้ตาย ขอเพียงรดด้วยน้ำจากบ่อน้ำพุชำระล้าง ก็ย่อมสามารถพลิกฟื้นให้กลับมางอกงามได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น การหาเงินเพื่อตั้งตัวก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป
ความคิดเรื่องการบุกป่าขึ้นเขาคู่เหยาเพื่อหาสมุนไพรจึงผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง คราวก่อนนางยังอ่อนแอและขาดการเตรียมพร้อม แต่บัดนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว นางมีทั้งพละกำลังที่ฟื้นฟูคืนมา และ ‘ดวงตาประเมินโอสถ’ ที่จะช่วยให้นางแยกแยะพืชพันธุ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลิ่วอีหนิงจึงเตรียมตัวออกจากมิติเพื่อเริ่มต้นแผนการของนางในทันที แต่ในขณะที่นางกำลังจะเพ่งจิตเพื่อกลับสู่โลกภายนอกนั้นเอง...
พลันเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงขึ้นมาบริเวณรอยแผลเป็นบนใบหน้าอย่างฉับพลัน! ตามมาด้วยอาการคันยิบในระดับที่มิอาจทานทนได้ มันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหลายสิบเท่า ราวกับมีบางสิ่งกำลังฟื้นตื่นและพยายามดิ้นรนกัดกินอยู่ใต้ผิวหนังของนางอย่างบ้าคลั่ง