น้ำใจในยามยาก

ความเจ็บปวดและอาการคันยุบยิบที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่งบนใบหน้า ปลุกสติของหลิ่วอีหนิงให้กลับคืนสู่ความจริงอันโหดร้าย นางหลุดออกจากภวังค์แห่งความหวังในมิติโอสถสวรรค์ในบัดดล

ความรู้สึกราวกับมีมดนับหมื่นนับแสนตัวกำลังไชชอนอยู่ใต้ผิวหนังนั้นทรมานจนแทบคลั่ง มันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหลายสิบเท่า คล้ายกับว่าพิษร้ายกำลังต่อสู้เฮือกสุดท้ายก่อนจะถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น หลิ่วอีหนิงกัดฟันแน่นจนกรามสั่นสะท้าน เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมไปทั่วร่าง นางใช้สติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มี ข่มกลั้นความต้องการที่จะยกมือขึ้นไปเกาใบหน้าอย่างสุดกำลัง

‘ทนไว้! หลิ่วอีหนิง เจ้าต้องทน!’ นางตอกย้ำกับตนเองในใจ ‘นี่คือกระบวนการขับพิษขั้นสุดท้าย หากผ่านพ้นไปได้ ใบหน้าของเจ้าจะกลับมางดงามดังเดิม!’

นางโคจรพลังลมปราณอันน้อยนิดที่เพิ่งฟื้นฟูขึ้นมา พยายามบรรเทาความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่ว แต่ก็เป็นเพียงการบรรเทาที่แสนเบาบาง เวลาผ่านไปราวกับชั่วนิรันดร์ ในที่สุดความรู้สึกเจ็บแปลบและคันยิบก็ค่อยๆ บรรเทาลงจนสงบไปในที่สุด

หลิ่วอีหนิงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างกายอ่อนล้าจากการต่อสู้กับความทรมานเมื่อครู่ เมื่อเพ่งจิตออกจากมิติกลับสู่กระท่อมผุพัง ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินแข็งกระด้าง ความรู้สึกหิวโหยอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เสียงท้องร้องดังโครกครากจนน่าอาย

นางไม่ได้กินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาหลายวันแล้ว พลังกายที่ได้จากน้ำพุชำระล้างถูกใช้ไปกับการต่อสู้กับพิษจนหมดสิ้น บัดนี้ร่างกายของนางกำลังเรียกร้องอาหารเพื่อความอยู่รอดอย่างแท้จริง

หลิ่วอีหนิงฝืนพยุงร่างที่โซเซเดินออกจากกระท่อม แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาจนต้องหยีตา ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่ในท้องของนางกลับว่างเปล่า นางรู้สึกหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม ความหวังที่เคยเปี่ยมล้นเมื่อครู่เริ่มถูกความหิวโหยกัดกินจนริบหรี่ลง

ขณะที่นางกำลังจะหมดแรงทรุดลงกับพื้นนั้นเอง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างของหญิงชราผู้หนึ่งกำลังเดินด้อมๆ มองๆ มาทางกระท่อมของนาง หญิงผู้นั้นสวมเสื้อผ้าปะชุนเก่าซอมซ่อ รูปร่างผอมบาง ท่าทางดูหวาดระแวง คอยชำเลืองมองซ้ายขวาราวกับกลัวว่าจะมีใครมาเห็น

เมื่อเห็นว่ารอบกายไม่มีผู้ใด หญิงชรานางนั้นก็รีบสาวเท้าเข้ามาหาหลิ่วอีหนิงอย่างรวดเร็ว ในมือของนางมีบางสิ่งห่อด้วยใบไม้แห้งอยู่

“แม่หนู...” นางเอ่ยเสียงเบาหวิว มือที่เหี่ยวย่นยื่นห่อใบไม้นั้นมาให้ “ป้าเห็นเจ้าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว เอา...เอานี่ไปกินประทังชีวิตเถิด”

หลิ่วอีหนิงยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ความอบอุ่นจากสิ่งที่อยู่ในมือแผ่ซ่านเข้ามาถึงหัวใจ นางค่อยๆ คลี่ห่อใบไม้ออก เผยให้เห็นหัวมันเทศเผาส่งกลิ่นหอมกรุ่นลูกหนึ่ง มันยังอุ่นจัดราวกับเพิ่งนำออกจากเตา

ในยามที่ถูกบิดาแท้ๆ ขับไล่ ถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ทำร้าย ในยามที่ทุกคนในตระกูลหลิ่วหันหลังให้ ยังมีคนแปลกหน้าที่ยากจนข้นแค้นหยิบยื่นน้ำใจให้แก่นาง หญิงชราผู้นี้คือป้าหวัง หรือหวังชุนฮวา ชาวบ้านธรรมดาในหมู่บ้านชิงสุ่ยที่นางเคยเห็นหน้าอยู่บ้าง

หยาดน้ำตาที่ไม่เคยไหลรินยามถูกกระทำอย่างโหดร้าย บัดนี้กลับเอ่อคลอขึ้นมาด้วยความซาบซึ้งใจ

“ขอบคุณท่านป้า...ขอบคุณท่านป้าหวังเจ้าค่ะ” เสียงของนางสั่นเครือ

ป้าหวังโบกมือไปมาอย่างเกรงใจ “ไม่ต้องขอบคุณป้าหรอก เด็กสาวตัวคนเดียว ตกทุกข์ได้ยากเช่นนี้ ใครเห็นก็อดสงสารไม่ได้ รีบกินเสียเถอะ趁มันยังร้อนๆ อยู่” นางพูดจบก็รีบหันหลังเตรียมจะจากไปทันที “ป้าต้องไปแล้ว ขืนให้พวกปากมากในหมู่บ้านมาเห็นเข้า เดี๋ยวจะเอาไปนินทาให้ป้าเดือดร้อน”

หลิ่วอีหนิงไม่รั้งนางไว้ นางเข้าใจดีว่าการช่วยเหลือ ‘คนบาป’ ที่ถูกตระกูลขับไล่เช่นนางเป็นเรื่องเสี่ยงเพียงใด นางก้มลงกัดหัวมันเทศเผาคำใหญ่ เนื้อสีเหลืองนวลนุ่มลิ้น หวานหอมราวกับเป็นอาหารทิพย์ที่ดีที่สุดในโลก ความอบอุ่นจากมันเทศแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ขับไล่ความหนาวเหน็บและความหิวโหยให้จางหายไป

ขณะที่กำลังกินอย่างหิวกระหายนั้นเอง สายตาของหลิ่วอีหนิงก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง ป้าหวังที่กำลังเดินจากไปนั้นมีท่าทางการเดินที่ดูติดขัดเล็กน้อย โดยเฉพาะที่หัวเข่าข้างขวา ทุกย่างก้าวดูเหมือนนางต้องทนฝืนความเจ็บปวดบางอย่างเอาไว้

ด้วยความรู้สึกอยากตอบแทนและสัญชาตญาณของคนปรุงยา หลิ่วอีหนิงจึงเพ่งสมาธิไปยังร่างของป้าหวังโดยไม่รู้ตัว และในวินาทีนั้นเอง ‘ดวงตาประเมินโอสถ’ ก็พลันทำงานขึ้นมา!

ทว่าครั้งนี้ ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าไม่ใช่ข้อมูลของพืชพรรณ แต่กลับเป็นหน้าต่างข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์!

[ **บุคคล:** หวังชุนฮวา ]

[ **อาการ:** โรคปวดข้อเข่าเรื้อรัง (กลุ่มอาการความเย็นและความชื้นอุดกั้นเส้นลมปราณ) ]

[ **สาเหตุ:**ตรากตรำทำงานหนักในที่ชื้นแฉะและหนาวเย็นเป็นเวลานาน ]

[ **อาการเด่น:** ปวดบวมบริเวณข้อเข่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในวันที่มีอากาศเย็นหรือฝนตก เคลื่อนไหวติดขัด ]

[ **แนวทางการรักษา:** ขับไล่ลมเย็นและความชื้น อบอุ่นเส้นลมปราณ บำรุงโลหิตและพลังชี่ ]

หลิ่วอีหนิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าดวงตาประเมินโอสถจะสามารถใช้วินิจฉัยโรคของมนุษย์ได้ด้วย! นี่คือความสามารถที่ล้ำค่ายิ่งกว่าการแยกแยะสมุนไพรเสียอีก!

เมื่อมองไปยังแผ่นหลังที่บอบบางและท่าเดินที่เจ็บปวดของหญิงชราผู้มีน้ำใจ ความตั้งใจอันแรงกล้าก็ก่อตัวขึ้นในใจของหลิ่วอีหนิง นางกำหมัดแน่น ให้สัตย์ปฏิญาณกับตนเองอย่างเงียบๆ

‘ท่านป้าหวัง น้ำใจในวันนี้ ข้าหลิ่วอีหนิงจดจำไว้ในใจแล้ว รอให้ข้าตั้งตัวได้เมื่อใด ข้าจะปรุงยาที่ดีที่สุดมารักษาอาการปวดเข่าของท่านให้หายขาด เพื่อตอบแทนหัวมันเทศเผาลูกนี้!’

ความคิดนั้นทำให้นางมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น การหาเงินไม่ได้เป็นไปเพื่อตนเองเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

นางรีบกินมันเทศเผาจนหมดในเวลาไม่นาน เรี่ยวแรงที่เคยหดหายก็กลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าป้าหวังยังเดินไปได้ไม่ไกลนัก นางจึงตัดสินใจตะโกนถามออกไป

“ท่านป้าหวัง! เดี๋ยวเจ้าค่ะ!”

หวังชุนฮวาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ

“ข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนถามท่านป้าสักเล็กน้อย ไม่ทราบว่าในหมู่บ้านของเรา มีที่ใดรับซื้อสมุนไพรป่าบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”

ป้าหวังนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา “สมุนไพรป่างั้นรึ? ปกติพวกชาวบ้านถ้าหามาได้ก็จะเอาไปขายที่อำเภอไป่เฉ่า แต่ถ้าเป็นสมุนไพรทั่วไปไม่หายากนัก ลองเอาไปให้ท่านหมอหลี่ที่โรงหมอท้ายหมู่บ้านดูก็ได้ บางครั้งท่านก็รับซื้อไว้ปรุงยาให้ชาวบ้านอยู่บ้าง แต่ราคาคงไม่ดีเท่าใดนัก”

ข้อมูลเพียงเล็กน้อยนี้กลับมีค่ามหาศาลสำหรับหลิ่วอีหนิงในตอนนี้!

“ขอบคุณท่านป้ามากเจ้าค่ะ!” นางโค้งคำนับให้อย่างจริงใจ

ป้าหวังเพียงพยักหน้ารับแล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว คงกลัวจะถูกคนอื่นมาพบเห็นเข้าจริงๆ

หลังจากร่างของป้าหวังลับสายตาไปแล้ว หลิ่วอีหนิงก็หันกลับมามองกระท่อมของตนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความหิวโหยและความสิ้นหวังมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าและแผนการที่ชัดเจนอยู่ในหัว

เป้าหมายแรกคือหมอหลี่! ขอเพียงหาสมุนไพรไปขายแลกเป็นเงินก้อนแรกมาได้ การจะพลิกฟื้นชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ความอบอุ่นจากน้ำใจของป้าหวังยังคงอวลอยู่ในอก ส่วนความอบอุ่นจากมันเทศเผาได้กลายเป็นพลังงานให้ก้าวเดินต่อไป หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิวเขาคู่เหยาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของนางบัดนี้คมกล้าและเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับพญาอินทรีที่พบเหยื่อ

เส้นทางสู่การเป็นเจ้ายุทธจักรแห่งวงการโอสถ...เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้