มิติเรือนกระจกตรวจการ

แสงสีฟ้าอ่อนจางที่สว่างวาบขึ้นกลางห้วงอากาศเบื้องหน้า มิได้ทำให้ซูหลันกรีดร้องหรือตื่นตระหนกเยี่ยงสตรีในห้องหอทั่วไป นัยน์ตาหงส์ที่เคยหม่นหมองบัดนี้กลับทอประกายคมกริบดุจพญาเหยี่ยว สัญชาตญาณสายสืบมือฉมังจากชาติภพก่อนสั่งการให้นางรักษาสติให้มั่นและเพ่งมองอักขระเรืองแสงนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์

แม้จะทะลุมิติมาอยู่ในยุคสมัยโบราณอันห่างไกล ทว่าจิตวิญญาณแห่งการสืบสวนและค้นหาความจริงยังคงฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด ซูหลันเพ่งสมาธิจดจ่อไปยังข้อความนั้น เพียงชั่วพริบตา แสงสีฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็นหน้าต่างข้อมูลโปร่งแสง ลอยเด่นอยู่เหนือชามข้าวบูดที่หวังชุ่ยฮวาทิ้งไว้ให้

[เนตรวิเคราะห์: เริ่มต้นการตรวจสอบเชิงลึก...]

เสียงไร้อารมณ์ดังสะท้อนในห้วงสมอง พร้อมกับแสงสว่างที่กวาดผ่านเศษข้าวและน้ำแกงเน่าเหม็นในชามราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็น เพียงอึดใจเดียว ข้อความสีฟ้าก็พลันกะพริบถี่รัวก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน บ่งบอกถึงอันตรายขั้นวิกฤต!

[ผลการวิเคราะห์: พบ 'หญ้าสกัดหลิว' ปะปนอยู่ในอาหาร]

[คุณสมบัติ: สมุนไพรพิษไร้สีไร้กลิ่น ออกฤทธิ์สะสมในร่างกาย]

[ผลกระทบ: ทำลายระบบโลหิต ทำให้ร่างกายอ่อนแอเรื้อรัง และที่สำคัญ... ทำลายมดลูกอย่างถอนรากถอนโคน ส่งผลให้สตรีผู้นั้นไม่อาจตั้งครรภ์ได้ตลอดกาล!]

เมื่อได้อ่านข้อความทั้งหมด อากาศรอบกายซูหลันคล้ายจะลดต่ำลงจนเยือกแข็ง มือเรียวที่ประคองชามข้าวอยู่สั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว ทว่าเกิดจากเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นในอก ความทรงจำอันเลือนรางของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามา อาการปวดร้าวที่ท้องน้อยทุกระลอก ความอ่อนเพลียที่แม้แต่จะยกถังน้ำยังแทบไม่ไหว ทั้งหมดนี้มิใช่โชคชะตากลั่นแกล้ง หรือสวรรค์ลงทัณฑ์ แต่เป็นความอำมหิตของมนุษย์!

หวังชุ่ยฮวา แม่สามีผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนบ้าน ทว่าลับหลังกลับซ่อนมีดอาบยาพิษไว้ในรอยยิ้ม หญิงชราผู้นั้นกลัวว่าสะใภ้รองอย่างนางจะให้กำเนิดบุตรชาย แล้วจะมาแย่งชิงสมบัติและความรักไปจากบ้านใหญ่ จึงลงมือลอบวางยาพิษในอาหารทีละน้อยอย่างเลือดเย็น หวังบั่นทอนชีวิตและตัดอนาคตการเป็นมารดาของนางให้สิ้นซาก

"ช่างอำมหิตนัก..." ซูหลันเค้นเสียงลอดไรฟัน มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่หากผู้ใดมาเห็นย่อมต้องรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก "ในเมื่อข้าเข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว หนี้เลือดครั้งนี้ ข้าจะทวงคืนให้เจ้าเอง ให้พวกมันได้รู้ว่าการยั่วโทสะสายสืบอย่างข้า จะต้องเผชิญกับจุดจบเช่นไร"

ความคิดเรื่องการใช้กำลังหักหาญถูกปัดตกไปในทันที การบีบคอแม่สามีให้ตายในตอนนี้เป็นเรื่องง่ายดาย แต่นั่นมันโง่เขลาเกินไป ซูหลันรู้ดีว่าการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุด คือการพรากทุกสิ่งที่พวกมันหวงแหน และเหยียบย่ำพวกมันลงสู่โคลนตมด้วยหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด

ในขณะที่นางกำลังไตร่ตรองแผนการ จู่ๆ สัญลักษณ์รูปใบไม้เรืองแสงที่มุมขวาของหน้าต่างข้อมูลก็สว่างขึ้น ซูหลันลองใช้ความคิดแตะไปที่สัญลักษณ์นั้น

วูบ!

ทัศนียภาพรอบกายพลันบิดเบี้ยว กลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงของห้องเก็บฟืนหายไป สัมผัสหยาบกระด้างของฟางข้าวใต้ร่างเลือนหาย แทนที่ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของไอดินและสมุนไพรนานาพรรณ เมื่อซูหลันลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางพบว่าตนเองยืนอยู่ใจกลางมิติเร้นลับที่สวยงามและวิจิตรตระการตา

[ยินดีต้อนรับสู่ มิติเรือนกระจกตรวจการ]

เบื้องหน้าของนางคือพื้นที่กว้างขวางที่ถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน ฝั่งซ้ายคืออาคารไม้โบราณสลักเสลาลวดลายประณีต ป้ายเหนือประตูเขียนอักษรทรงพลังว่า 'ห้องเก็บหลักฐาน' ซูหลันก้าวเท้าเข้าไปสำรวจด้านใน ภายในเต็มไปด้วยชั้นวางของทำจากไม้จันทน์หอมเรียงรายเป็นระเบียบ สิ่งที่ทำให้นางเบิกตากว้างคือกระแสเวลาในห้องนี้หยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์!

"พื้นที่เก็บของที่เวลาถูกแช่แข็ง..." ซูหลันพึมพำด้วยความพึงพอใจ นางไม่รอช้า ใช้ความคิดดึงเอาชามข้าวบูดผสมยาพิษที่อยู่ในมือตอนอยู่ข้างนอก เข้ามาวางไว้บนชั้นไม้อย่างระมัดระวัง ชามข้าวปรากฏขึ้นบนชั้นในสภาพเดิมทุกประการ ไม่หกเลอะเทอะ ไม่ส่งกลิ่นเหม็น นี่คือ 'พยานวัตถุ' ชิ้นสำคัญที่นางจะเก็บรักษาไว้ เพื่อรอวันกระชากหน้ากากแม่สามีผู้แสนดีให้ชาวบ้านได้รับรู้

เมื่อจัดการกับหลักฐานเสร็จสิ้น ซูหลันจึงเดินออกจากอาคารไม้เพื่อสำรวจพื้นที่ฝั่งขวา บริเวณนั้นคือ 'แปลงทดลองเพาะปลูก' ผืนดินสีดำขลับที่อุดมสมบูรณ์จนแทบจะคั้นน้ำมันออกมาได้แผ่กว้างอยู่เบื้องหน้า ดินวิเศษเช่นนี้หากนำเมล็ดพันธุ์ใดมาปลูก ย่อมต้องเจริญงอกงามกว่าผืนดินภายนอกหลายเท่านัก

ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของซูหลันมากที่สุด กลับเป็นแอ่งน้ำหินอ่อนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใจกลางแปลงเพาะปลูก น้ำพุสีใสกระจ่างราวกับผลึกแก้วผุดพรายขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เหนือผิวน้ำมีไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์ลอยอ้อยอิ่ง ส่งกลิ่นหอมที่เพียงแค่สูดดมก็ทำให้ความเหนื่อยล้าในกายมลายหายไปกว่าครึ่ง

[น้ำพุวิเศษ: สรรพคุณชำระล้างพิษ ฟื้นฟูเส้นลมปราณ บำรุงโลหิต และเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณ]

"สวรรค์ไม่ได้ตาบอดเสียทีเดียว" ซูหลันเอ่ยเสียงแผ่ว นางย่อตัวลงริมขอบสระ ใช้สองมือวักน้ำพุวิเศษที่เย็นฉ่ำขึ้นมาดื่มด่ำอย่างไม่ลังเล

ทันทีที่น้ำพุวิเศษไหลผ่านลำคอ ความรู้สึกราวกับกระแสลมอุ่นๆ ผสมผสานกับพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน กระแสความอุ่นนั้นพุ่งตรงไปยังช่องท้องน้อยที่เคยปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ความเย็นยะเยือกที่เกิดจากพิษหญ้าสกัดหลิวถูกสายน้ำวิเศษค่อยๆ ชะล้างและหลอมละลายออกไป ซูหลันหลับตาลง ซึมซับความผ่อนคลายที่ร่างนี้ไม่เคยพานพบมาเนิ่นนาน

เรี่ยวแรงที่เคยเหือดหายเริ่มฟื้นคืนกลับมา กล้ามเนื้อที่ลีบแบนและสั่นเทาเริ่มมีความกระชับและมีพละกำลัง แม้จะยังไม่หายขาดในคราวเดียว แต่นางรู้ดีว่าหากดื่มน้ำพุนี้เป็นประจำ ร่างกายนี้จะต้องกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ซูหลันลืมตาขึ้น นัยน์ตาทอประกายมุ่งมั่น นางวางแผนในใจอย่างรวดเร็ว ในเมื่อตอนนี้ศัตรูยังคิดว่านางเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือ นางก็จะแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อไป เพื่อลดความหวาดระแวงของพวกมัน ในขณะเดียวกันก็จะใช้มิติเรือนกระจกนี้ฟื้นฟูร่างกายและแอบสะสมความมั่งคั่ง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นางจะโต้กลับด้วยแผนการที่รัดกุมจนคนตระกูลเฉินต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา

หลังจากจัดระเบียบความคิดเรียบร้อย ซูหลันจึงตั้งจิตออกจากมิติเร้นลับ ภาพรอบกายบิดเบี้ยวอีกครั้ง ก่อนที่นางจะกลับมานั่งอยู่บนเตียงฟางในห้องเก็บฟืนอันมืดมิดเช่นเดิม ชามข้าวในมือหายไปแล้ว ถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในห้องเก็บหลักฐาน

ทุกอย่างดูเงียบสงบ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ซูหลันเตรียมตัวจะเอนกายลงนอนเพื่อพักผ่อนและแสร้งทำเป็นหลับใหล ทว่าในวินาทีที่แผ่นหลังกำลังจะสัมผัสกับฟางข้าว...

จู่ๆ 'เนตรวิเคราะห์' ที่ถูกปิดไปแล้วกลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่ได้เรียกใช้!

หน้าต่างข้อมูลสีแดงฉานขนาดใหญ่เด้งขึ้นเตือนตรงหน้า พร้อมกับลูกศรเรืองแสงที่ชี้ตรงไปยังรอยแตกของแผ่นไม้กระดานบนพื้นห้องที่นางนั่งอยู่

[คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบวัตถุอันตรายแฝงเร้นใต้ฝ่าเท้า ระดับความคุกคาม: สูงสุด!]