ซ่อนหลักฐานและฟื้นฟู

แสงสีแดงฉานจากหน้าต่างระบบกะพริบวาบสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาหงส์ที่หรี่แคบลง ซูหลันกลั้นลมหายใจ สัญชาตญาณสายสืบที่ฝังรากลึกในวิญญาณสั่งให้ร่างกายหยุดนิ่งในทันที นางกวาดสายตามองรอยแตกของแผ่นไม้กระดานผุพังใต้ฝ่าเท้า มันดูเรียบเนียนกลมกลืนไปกับพื้นห้องเก็บฟืนอันซอมซ่อ ทว่าหากสังเกตให้ดี จะพบว่ามีรอยงัดแงะที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานนัก

ซูหลันเอื้อมมือไปหยิบเศษไม้ฟืนชิ้นเล็กที่ตกอยู่ใกล้ตัว ค่อยๆ สอดปลายไม้เข้าไปในร่องรอยแตกนั้นแล้วออกแรงงัดอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง แผ่นไม้กระดานแผ่นนั้นขยับเขยื้อนเปิดออก เผยให้เห็นโพรงดินตื้นๆ ที่ซุกซ่อนห่อกระดาษเคลือบน้ำมันขนาดเท่าฝ่ามือซึ่งเปื้อนฝุ่นอยู่

เพียงแค่นิ้วเรียวสัมผัสถูกห่อกระดาษ 'เนตรวิเคราะห์' ก็สแกนข้อมูลส่งตรงเข้าสู่โสตประสาททันที

[ตรวจพบวัตถุต้องสงสัย: ผงหญ้าสกัดหลิวบริสุทธิ์เข้มข้น]

[สถานะ: ยาพิษสกัดทำลายระบบสืบพันธุ์และบั่นทอนปราณชีวิต ระดับความอันตรายขั้นสุดยอด]

มุมปากของซูหลันกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด หญิงชราแซ่หวังผู้นี้ช่างอำมหิตและเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก การซ่อนยาพิษร้ายแรงไว้ในห้องนอนของเหยื่อ นับเป็นแผนการที่แยบยลที่สุด หากวันใดมีคนนอกล่วงรู้ถึงพิษนี้ หวังชุ่ยฮวาก็สามารถโยนความผิดทั้งหมดให้นางได้อย่างง่ายดาย โดยอ้างว่าสะใภ้รองเป็นสตรีวิปลาสที่ลอบซื้อยาพิษมาทำร้ายตนเอง หรือร้ายแรงกว่านั้นคือใส่ร้ายว่านางคิดจะวางยาคนทั้งบ้าน!

"คิดจะปิดปากและโยนความผิดให้ข้าอย่างนั้นหรือ... ฝันไปเถอะ"

ซูหลันตั้งจิตสั่งการในใจชั่วพริบตา ห่อกระดาษเคลือบน้ำมันที่บรรจุผงหญ้าสกัดหลิวก็อันตรธานหายวับไปจากฝ่ามือ มันถูกส่งตรงเข้าสู่ 'มิติห้องเก็บหลักฐาน' อันเป็นพื้นที่เร้นลับที่กาลเวลาหยุดนิ่ง ห่อพิษถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบบนชั้นวางของไร้ฝุ่น เคียงคู่กับชามข้าวบูดผสมพิษที่นางเพิ่งถ่ายเทเข้าไปเก็บไว้เป็นพยานวัตถุชิ้นเอกเมื่อครู่นี้

เมื่อหลักฐานทุกอย่างถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดและปลอดภัย ซูหลันจึงนำเศษไม้กระดานกลับมาปิดทับรอยเดิมและเกลี่ยเศษฟางให้ดูเป็นปกติ ไร้ซึ่งร่องรอยการรื้อค้นใดๆ

จากนั้น นางจึงเรียกจอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำพุวิเศษจากมิติเรือนกระจกออกมา น้ำใสกระจ่างส่งกลิ่นหอมระรวยจางๆ ซูหลันจรดริมฝีปากดื่มด่ำหยาดน้ำล้ำค่าลงไปจนหมดจอก ทันทีที่น้ำพุวิเศษไหลผ่านลำคอ ความร้อนผ่าวอันบริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันทำหน้าที่ดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่พัดพาเอาสิ่งสกปรกและไอเย็นยะเยือกของพิษที่ตกค้างอยู่ในเส้นใยกล้ามเนื้อให้สลายตัวไป อาการปวดร้าวที่ช่องท้องน้อยทุเลาลงจนแทบไม่รู้สึก

กล้ามเนื้อที่เคยอ่อนเปลี้ยลีบแบนเริ่มมีกำลังวังชาสูบฉีด ซูหลันรับรู้ได้ว่าเรี่ยวแรงของตนฟื้นคืนกลับมาแล้วถึงสามส่วน แม้จะยังไม่เทียบเท่าสมัยที่เป็นสายสืบมือฉกาจ แต่ก็มากพอที่จะใช้ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวบิดคอคนพาลให้หักคาระวางได้ ทว่านางรู้ดีว่าการเปิดเผยความแข็งแกร่งในตอนนี้มีแต่จะทำให้ศัตรูไหวตัวทัน

มือเรียวเปื้อนฝุ่นยกขึ้นขยี้ใบหน้าของตนเองให้ดูหมองคล้ำ ซูหลันจงใจหยิกพวงแก้มและริมฝีปากให้ซีดเซียวไร้สีเลือด ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนขดบนกองฟาง แสร้งทำเป็นสตรีที่กำลังทรมานจากพิษไข้

เพียงไม่ถึงก้านธูป เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังตึงตังมาจากลานบ้าน ก่อนที่บานประตูห้องเก็บฟืนจะถูกถีบเปิดออกอย่างหยาบคาย!

"นังตัวไร้ค่า! มัวแต่นอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้!"

เสียงแหลมปรี๊ดของหวังชุ่ยฮวาดังแหวกอากาศเข้ามา ร่างอวบอ้วนของแม่สามีจอมบงการยืนค้ำศีรษะอยู่หน้าประตู สายตาดูแคลนกวาดมองร่างที่นอนขดตัวสั่นเทาของสะใภ้รอง ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะไปหยุดอยู่ที่ชามกระเบื้องบิ่นๆ ซึ่งบัดนี้ว่างเปล่าไร้ร่องรอยของข้าวบูดแม้แต่เมล็ดเดียว

รอยยิ้มเหยียดหยันและพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่นของหวังชุ่ยฮวา นัยน์ตาของหญิงชราทอประกายมาดร้ายอย่างปิดไม่มิด นางคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง *นังโง่เง่าเอ๋ย หิวจนตาลายถึงขั้นกวาดข้าวผสมหญ้าสกัดหลิวลงคอไปจนหมดเกลี้ยง สมองของหมูยังฉลาดกว่าเจ้าเสียอีก กินเข้าไปให้มากๆ เถิด ชาตินี้เจ้าอย่าหวังเลยว่าจะได้ตั้งครรภ์คลอดสายเลือดตระกูลเฉินมาแย่งสมบัติของต้าหลางลูกรักข้า!*

ซูหลันหรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง ซ่อนแววตาคมปลาบไว้ภายใต้แพขนตา พยายามบังคับเสียงให้แหบพร่าและสั่นเครือ "ท่านแม่... ข้าปวดท้องเหลือเกินเจ้าค่ะ... ข้าวที่ท่านเมตตาให้มา ข้ากินหมดแล้ว... แต่ร่างกายมันไม่มีแรงเลย..."

"ปวดท้องก็ทนเอาสิ!" หวังชุ่ยฮวากระแทกเสียงด่าทออย่างไร้ความปรานี "เกิดมาเป็นสตรีแต่ไร้น้ำยา ไข่สักใบก็เบ่งออกมาให้บ้านเฉินไม่ได้ ยังมีหน้ามาสำออยเรียกร้องความสนใจ! พรุ่งนี้รุ่งสางหากเจ้ายังไม่ลุกไปตักน้ำผ่าฟืนและทำกับข้าวให้ต้าหลาง ข้าจะใช้หวายเฆี่ยนเจ้าให้หลังลายจนต้องคลานเป็นสุนัข!"

หวังชุ่ยฮวากระชากชามกระเบื้องเปล่าขึ้นมาจากพื้นอย่างแรง ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป ทว่าก่อนที่บานประตูจะปิดลง ซูหลันกลับได้ยินเสียงบ่นพึมพำของแม่สามีที่ลอยตามลมมาเบาๆ

"ต้องรีบเตรียมน้ำแกงไว้... รอให้เจ้าองครักษ์พิทักษ์เมียของมันกลับมาจากเขาหมอกเร้นก่อนเถอะ หวังว่าจะล่าไก่ป่ามาได้สักตัว ข้าจะได้ยึดมาตุ๋นให้ต้าหลางบำรุงสมองก่อนสอบจวี่เหริน..."

ปัง!

บานประตูถูกกระแทกปิดลงพร้อมกับความมืดที่โรยตัวกลับมาอีกครั้ง

ซูหลันลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไป สิ้นเหลือเพียงความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในเหมันตฤดู หวังชุ่ยฮวายังคงคิดจะปอกลอกและเอาเปรียบสามีของนางเพื่อนำไปประเคนให้พี่ชายคนโตผู้ไม่เอาไหน ซูหลันแค่นเสียงหยันในลำคอ 'เฉินเอ้อร์หลาง' สามีผู้กตัญญูจนหน้ามืดตามัวของร่างนี้ ช่างเป็นบุรุษที่โง่เขลาเสียจริง ทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำแทบตาย แต่ผลประโยชน์กลับตกไปอยู่ในมือมารดาและพี่ชายจนหมดสิ้น ปล่อยให้ภรรยาตนเองต้องอดมื้อกินมื้อจนถูกวางยาปางตาย

"ในเมื่อสวรรค์ส่งข้ามาสวมรอยเป็นภรรยาของเจ้าแล้ว ข้าจะหาทางเบิกตาที่มืดบอดของเจ้าให้สว่างเอง" ซูหลันพึมพำกับตนเอง นางประสานมือไว้ที่หน้าตัก เตรียมจะเข้าสู่สมาธิเพื่อดึงพลังจากมิติเรือนกระจกมาฟื้นฟูร่างกายต่อให้สมบูรณ์พร้อมสำหรับการรับมือในวันพรุ่งนี้

ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืนที่ควรจะมีเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไร...

ตึง! ตึง! ตึง!

เสียงทุบประตูไม้หน้าลานบ้านตระกูลเฉินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ตามมาด้วยเสียงตะโกนแหบพร่าของชาวบ้านที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด

"ป้าหวัง! ป้าหวังตื่นเร็วเข้า! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงนั้นสั่นเครือและหอบเหนื่อย "เฉินเอ้อร์หลาง... เฉินเอ้อร์หลางเกิดเรื่องใหญ่ที่เชิงเขาหมอกเร้น! เลือดท่วมตัวไปหมด รีบออกมาดูเร็ว!"

นัยน์ตาของซูหลันเบิกกว้างขึ้นทันที บรรยากาศรอบกายพลันตึงเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา!