ตอนที่ 20
**ตอนที่ยี่สิบ: ร่วมบำเรอข้าเถิดหนา**
"ชู่ว์…" โจวเจียวเจียวฉุดกระชากน้องสาวหลบซ่อนหลังกองฟืนในลานบ้าน พลันเห็นโจวพ่านพ่านออกมาเปิดประตู "หรือว่านางเป็นคนเรียกมันมา?" โจวเสี่ยวผิงกระซิบถามอย่างแผ่วเบา
"ดูไปก่อนก็จะรู้เอง" โจวเจียวเจียวตบศีรษะน้องเบาๆ เป็นเชิงให้เงียบเสียง
เห็นเพียงโจวพ่านพ่านเปิดประตูรั้ว นางเอ่ยเสียงต่ำว่า"ท่านมาแล้ว" บุรุษภายนอกรีบแทรกกายเข้ามาอย่างใจร้อนรน ตรงไปยังห้องของโจวเสี่ยวผิง
ภายใต้แสงจันทร์ โจวเจียวเจียวเห็นใบหน้าที่แวบผ่านอย่างชัดเจน… คือไอ้ไล่ซื่อ!
สีหน้าโจวพ่านพ่านซีดเผือด นางรีบตามเข้าไปในห้อง ยังมิทันได้กล่าวอันใด ไล่ซื่อก็โบกมือห้ามเสียก่อน
"เจ้าออกไปเสีย"
"หา?" นางชะงักงันไปครู่หนึ่ง พลันได้สติ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำสลับแดงก่ำ "ท่าน… ท่านจะทำเรื่องเช่นนี้ที่นี่?"
"มิได้หรือ?"ไล่ซื่อถามกลับ
โจวพ่านพ่านรีบส่ายหน้า "อย่าเลย ท่านพาตัวนางไปเสียเถิด มิเช่นนั้นอีกประเดี๋ยวโจวเจียวเจียวก็กลับมา"
"กลับมาก็กลับมาข้าจะกลัวนางหรือ?"ไล่ซื่อมิใส่ใจ
"มิได้ดอก ท่านหารู้ไม่ว่าอีอ้วนผู้นั้นบัดนี้ร้ายกาจยิ่งนัก หากนางกลับมา เกรงว่าท่านจะมิมีโอกาสแล้ว" โจวพ่านพ่านร้อนรนจนอกแทบระเบิด
ไล่ซื่อกวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางหัวเราะเยาะ "ข้าว่าเจ้าคงเสียสติไปแล้ว ถึงกับกลัวอีอ้วนโง่เง่า"
"มิใช่ข้ากลัว เพียงแต่บัดนี้นางมีแต่ความอัปมงคล" ในใจโจวพ่านพ่านเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น
"ท่านพาตัวนางไปเถิด พาไปแล้วท่านจะทำสิ่งใดก็ตามใจ แต่ขอทีอย่าทำที่นี่เลยได้หรือไม่?" ไล่ซื่อฟังแล้วเริ่มหมดความอดทน
"วางใจเถิด ข้าจะไม่ทำเรื่องให้เกิดความวุ่นวาย เมื่อข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก แม้อีอ้วนโง่เง่ากลับมาก็มิมีประโยชน์อันใด" เห็นสีหน้าเขาไม่สู้ดี โจวพ่านพ่านจึงมิกล้าทัดทานอีก "เช่นนั้นท่านรีบหน่อยนะ"
"เรื่องนี้ข้าคงรีบมิได้" ไล่ซื่อกล่าวอย่างมีนัย
โจวพ่านพ่านหน้าแดงก่ำ ในใจรังเกียจเดียดฉันท์ แต่กลับมิกล้าแสดงออก ได้แต่เอ่ยอึกอัก"เช่นนั้น…"
ยังมิทันกล่าวจบ ไล่ซื่อก็หรี่ตาเป็นสามเหลี่ยม "หรือว่า เจ้าก็อยากจะอยู่ร่วมบำเรอข้าด้วย?"
ผู้ใดอยากกัน!
โจวพ่านพ่านหวาดกลัวจนสีหน้าไร้เลือดฝาด มิกล้ากล่าวสิ่งใดอีก
"ช่างน่าเบื่อ"
ไล่ซื่อเบ้ปากโบกมือไล่"เจ้ารีบออกไปเสีย" โจวพ่านพ่านเพิ่งก้าวเท้าออกไป ไล่ซื่อก็กำหมัดแน่นถลาเข้าใส่เตียงนอน
ในความมืด แม้มองมิเห็นใบหน้างาม แต่สัมผัสกลับมิเลว
เขาถ่มน้ำลายอย่างตื่นเต้น "ให้ตายเถอะ ใครจะคิดว่านางแพศยาน้อยนี่รูปร่างจะดีเพียงนี้" หากว่าก่อนหน้านี้ยังหวาดหวั่นว่าฉู่สงจะรู้เข้าแล้วลงโทษ บัดนี้ขอตายใต้กระโปรงนาง ยังดีกว่าตายเปล่า
…
ในลานบ้านหลังกองฟืน
เมื่อได้ยินเสียงดังในห้อง โจวเสี่ยวผิงก็หน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทิ้ม
หากเมื่อครู่พี่สาวมิได้ฉุดนางออกมา บัดนี้ผู้ที่ถูกย่ำยีคงเป็นนาง…
หากถูกย่ำยีจริง นางคงมีแต่ต้องตายเท่านั้น
"พี่…ข้ากลัว…"
"อย่ากลัวเลยมีข้าอยู่ตรงนี้" โจวเจียวเจียวโอบไหล่น้องสาว ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในดวงตากลับฉายแววเย็นเยียบ
คนอย่างไล่ซื่อมีชีวิตอยู่ก็เปลืองอากาศ
แล้วก็โจวพ่านพ่านผู้นั้น…
"โฮสต์โปรดเมตตาด้วย"ระบบพลันโผล่ขึ้นมา
"รู้แล้ว เจ้าคงจะบอกว่าห้ามฆ่าคน ข้ามิได้ตั้งใจจะฆ่าคน แต่ข้าจะคิด เจ้าจะห้ามข้าได้หรือ?" โจวเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ ฟังแล้วชวนขนลุกขนพอง ความคิดฆ่าฟันในดวงตาแทบจะทะลักออกมา!
"เจ้าดูมิเหมือนแค่คิด" ระบบพึมพำเบาๆ
"หุบปากไปเสีย" โจวเจียวเจียวหรี่ตามองไปยังความมืด
โจวเสี่ยวผิงกำชายเสื้อนางแน่น จึงรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง "พี่ แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไป?"
"อย่ากลัวเลย พวกเราออกจากที่นี่ก่อน ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอ"โจวเจียวเจียวฉุดนางก้มตัวลง ย่องเท้าออกจากหลังกองฟืน
จนกระทั่งหลุดพ้นจากลานบ้าน โจวเสี่ยวผิงจึงถามเสียงเบา "พี่ ไล่ซื่อผู้นั้นตั้งใจมาหาน้องหรือ?" นางมิใช่คนโง่ โจวพ่านพ่านเห็นได้ชัดว่าร่วมมือกับไล่ซื่อ แต่ที่นางไม่เข้าใจคือ ตนเองมิเคยล่วงเกินโจวพ่านพ่าน เหตุใดจึงต้องทำเช่นนี้กับนาง?
โจวเจียวเจียวถอนหายใจ ตบศีรษะน้องเบาๆ ปัญหานี้อธิบายยากนัก จิตใจมนุษย์ซับซ้อนเกินหยั่งถึง
"คนบางคน การทำร้ายผู้อื่นมิมีเหตุผล เพียงแค่พวกนางชอบก็จะทำเช่นนั้น"นางหยุดไปครู่หนึ่งประคองใบหน้าเล็กๆของโจวเสี่ยวผิงมองซ้ายมองขวา แสดงความพอใจอย่างยิ่ง
"อีกอย่าง น้องสาวข้าสวยงามเพียงนี้ ก็มิแปลกที่คางคกอยากกินเนื้อหงส์!" ฝ่ามือของพี่สาวอบอุ่นและนุ่มนวล โจวเสี่ยวผิงหน้าแดงก่ำ หายใจเบาๆ
เมื่อคิดไม่ตกก็ไม่คิดให้ปวดหัว
นางเปลี่ยนไปถามว่า "แล้วซุนไป๋จือเล่า?"
โจวเจียวเจียวชะงักเลิกคิ้ว "เจ้าเป็นห่วงนางหรือ?"
"มิได้" โจวเสี่ยวผิงส่ายหน้า "ในเมื่อพี่พาตัวนางมาแล้ว ไม่ว่านางจะเจออะไรก็สมควรแล้ว"
"เด็กคนนี้นี่!"
"ช่างรู้จักคิด!" ระบบซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รีบกล่าวแทนนาง
โจวเจียวเจียวหยิกแก้มโจวเสี่ยวผิง "เชื่อใจพี่ขนาดนี้เลยหรือ?"
โจวเสี่ยวผิงพยักหน้าหนักๆ "น้องรู้ว่าพี่จะปกป้องน้อง"
"วางใจได้ ซุนไป๋จือผู้นั้นมิใช่คนดี" โจวเจียวเจียวหัวเราะเย็นชา แสดงความรังเกียจ
โจวเสี่ยวผิงเคยได้ยินเรื่องราวที่ซุนไป๋จือทำมาบ้าง "นี่ก็ถือว่าเป็นกรรมตามสนอง เมื่อก่อนตอนที่นางเล่นงานสตรีเหล่านั้น นางมิเคยปราณี"
โจวเจียวเจียวพยักหน้าอย่างชื่นชม "เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว"
ระบบซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก "น้องสาวคนนี้ช่างเป็นผ้าห่มผืนน้อยที่แสนอบอุ่น น่าอิจฉาเสียจริง"
โจวเจียวเจียว"เจ้าหนวกหูนักหากไม่หุบปากจะมีเรื่อง"
ระบบ:"…"
โจวเสี่ยวผิงพลันถามขึ้นอีก "พี่ แล้วซุนไป๋จือจะเป็นอย่างไร?"
"คงจะถูกไล่ซื่อซ่อนตัวไว้กระมัง" โจวเจียวเจียวยักไหล่ "อย่างไรเสีย เขาก็เห็นซุนไป๋จือเป็นเจ้า"
ส่วนโจวเสี่ยวผิงเป็นคนที่ฉู่สงหมายตาไว้ แม้เขาจะลงมือ ก็มิกล้าทำอย่างเปิดเผย
โจวเสี่ยวผิงพยักหน้า เมื่อคิดถึงใบหน้าของไล่ซื่อ ก็รู้สึกคลื่นไส้ "คนเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจ"
โจวเจียวเจียวจูงมือนางเดินผ่านตรอกเล็กๆ มุ่งหน้าไปยังบ้านหมอจ้าว ระหว่างทางก็เล่าเรื่องที่ฉู่หลินและซุนไป๋จือร่วมมือกันทำร้ายนางให้ฟัง
ทำเอาโจวเสี่ยวผิงโกรธเคืองเป็นอย่างมาก ด่าทอคนทั้งสองอย่างสาแก่ใจ
เมื่อถึงคลินิกหมอจ้าวหลับไปแล้ว ถูกเสียงเคาะประตูปลุกให้ตื่น
เมื่อเปิดประตูออกมาเห็นพวกนางก็ประหลาดใจ "พวกเจ้ามาทำอะไรกัน?"
"พาน้องสาวมาหาหมอ"หมอจ้าวหลีกทางให้พลางจูงพวกนางเข้าไปพูดพร่ำ "มีอะไรก็เรียกข้าได้ สองสาวน้อยอย่าเที่ยวซุกซนไปทั่ว ค่ำมืดป่านนี้ หากเจออันตรายจะทำอย่างไร?" หมอจ้าวผู้นี้ปากมากชอบแพร่ข่าวแต่ก็เป็นคนดี
โจวเจียวเจียวและน้องสาวสบตากัน กล่าวพร้อมกัน"ทราบแล้ว คราวหน้ามีอะไรพวกเราจะมาหาท่านโดยตรง"
"ก็แค่นั้นแหละรีบนั่งลงข้าจะตรวจให้นาง" หมอจ้าวฉุดโจวเสี่ยวผิงให้นั่งลง ตรวจโรคไปได้ครึ่งทาง พลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากภายนอก
"เกิดเรื่องแล้ว!เกิดเรื่องแล้ว!"หมอจ้าวชอบความสนุก"ข้าออกไปดูก่อน พวกเจ้าอยู่ในห้องอย่าออกมานะ" ว่าแล้วก็วางยาลงรีบวิ่งออกไป