ตอนที่ 23
##ตอนที่23มิใช่สิ่งดีงามอันใด
บุรุษผู้อยู่ทางซ้ายของทั้งสอง มองดูราวสี่สิบปีเศษใบหน้าเหลี่ยมสัน ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เขาผู้นี้คือผู้ใหญ่ฉู่หง แห่งหมู่บ้านเฉียนสุ่ย
ส่วนอีกท่านวัยไล่เลี่ยกัน แต่รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ราวกับคุณชายเจ้าที่ดิน มิผิดเพี้ยนเขาคือบิดาของซุนไป๋จื่อ สมกับที่เป็นเจ้าที่ดินนามกระเดื่อง
เบื้องหลังของทั้งสอง ยังมีชายผู้หนึ่งติดตามมา ดูท่าทางภูมิฐานมิใช่ฉู่หลินแล้วจะเป็นใครได้
“โจวเจียวเจียว! เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่?” ฉู่หลิน เปลี่ยนอาภรณ์ใหม่แล้ว ท่าทางฮึกเหิม แต่ผมเผ้ายังคงเปียกชื้น
โจวเจียวเจียวได้แต่หน่ายใจ“คำถามนี้ ข้าควรถามท่านมากกว่า ท่านบุกรุกเข้ามาในบ้านข้า ต้องการสิ่งใดกัน?”
ฉู่หลินแค่นเสียง มองนางด้วยสายตาดูแคลน “ข้ามิอยากกล่าววาจากับเจ้า!” *ถ้าเช่นนั้นก็ไปเสียสิ!* โจวเจียวเจียวกลอกตาในใจ แต่ภายนอกกลับฝืนยิ้ม
“คุณชายฉู่ ท่านช่างขยันอาบน้ำกลางดึกเสียจริง?” ถ้อยคำนี้ ทำให้สายตาทุกคู่จับจ้องไปยัง ฉู่หลิน
ฉู่หลิน อดนึกถึงภาพตนเองถูกสตรีอ้วนผู้นี้ โยนลงในแม่น้ำจนเกือบเอาชีวิตมิรอด มิได้
เรื่องนี้ มิอาจให้ผู้อื่นล่วงรู้! เด็ดขาด!
“เจ้าอย่าหาเรื่องคุยกับข้า!” เขาเค้นเสียงกล่าว
“ข้าอยากคุยกับท่านหรือ?” โจวเจียวเจียวมองเขาอย่างดูแคลน “ข้าเชิญท่านมาบ้านข้าหรือ?”
ฉู่หลินโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ ในที่สุดก็ตระหนักว่า หากประลองคารม ตนมิอาจเทียบทานนางได้
เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เดินตรงไปยังข้างเตียง กางแขนออกขวางมิให้นางเข้าใกล้ “ห้ามเจ้าแตะต้องผ้าห่ม ไม่ว่าผู้ใดอยู่ข้างใน ก็มิเกี่ยวอันใดกับเจ้า!”
“เหตุใด?”โจวเจียวเจียวถามด้วยรอยยิ้ม
ฉู่หลินอึกอักตอบมิได้ ชาวบ้านต่างพากันงุนงง
แต่จากท่าทีเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามีเงื่อนงำ “หรือว่าเขารู้จักคนที่อยู่ในผ้าห่ม?” เสียงกระซิบแว่วมา
เสียงมิสูงนัก แต่ผู้ที่อยู่ในที่นั้นได้ยินโดยทั่วกัน
โจวเจียวเจียวกล่าว “ไม่ว่าท่านจะรู้จักนางหรือไม่ บุคคลผู้นี้กับไหลซื่อ ลอบเข้ามาในบ้านข้าอย่างลับๆ ย่อมมิใช่สิ่งดีงามอันใด ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มิมีสิ่งใดต้องปิดบัง เปิดเผยให้ทุกคนได้เห็นไปเลย ว่าใครกันที่ไร้ยางอายถึงเพียงนี้!”
กล่าวจบ นางก็ยื่นมือไปกระชากผ้าห่ม โดยมิคาดคิดฉู่หลินมิกล่าวสิ่งใดกลับเงื้อมือตบ
โชคดีที่นางหดมือกลับทัน ทำให้เขาตบวืด
ฉู่หลินหันกาย โผเข้ากอดก้อนนูนที่สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว “ข้ามิยอมให้เจ้าแตะต้องนาง!”
โจวเจียวเจียวแสดงสีหน้าตกตะลึง“ช่างน่าประหลาดนักเรื่องในบ้านข้าเกี่ยวอันใดกับท่าน?หรือว่า ท่านรู้จักคนที่อยู่ในผ้าห่มจริงๆ จึงปกป้องนางสุดกำลัง?”
ฉู่หลินมิหันหลังกลับกล่าว “เจ้าไปให้พ้นหน้าข้า สตรีอ้วน!”
สีหน้าของโจวเจียวเจียวพลันมืดครึ้ม“คุณชายฉู่นี่คือบ้านของข้าผู้ที่ต้องไปคือท่านมิใช่หรือ?”
ถ้อยคำนี้ทำให้ฉู่หลินชะงักไป ราวกับว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ…
“หลินเอ๋อร์!”ฉู่หงทนดูต่อไปมิได้ หากปล่อยให้เขาอาละวาดต่อไป ชาวบ้านคงมิอาจคาดเดาได้ว่าผู้ที่ซ่อนอยู่คือใคร
ฉู่หลินร้องเสียงดัง“ท่านพ่อ รีบให้คนลากสตรีอ้วนผู้นั้นออกไป ข้ามิยอมให้มันรังแกไป๋…”
“หืม?”โจวเจียวเจียวเลิกคิ้ว“ไป๋อะไร?”
ฉู่หลินเกือบหลุดปากออกมา ยิ่งรู้สึกขุ่นเคืองใจ รีบส่ายหน้า“มิมีสิ่งใด!”
*เหตุใดจึงมิกล่าวออกมาเล่า?* โจวเจียวเจียว รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เหลือบมองไปยังสิ่งของที่ตกอยู่บนพื้น ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา
มิกล่าวก็มิเป็นไรนางจะกล่าวเอง
“อ๊ะ!”นางอุทานเสียงดังทำให้ทุกคนหันมามอง
เห็นนางวิ่งไปหยิบปิ่นปักผมบนพื้น พิจารณาอย่างละเอียด“ช่างคุ้นตานัก?”
มันคือปิ่นปักผมรูปผีเสื้อประดับด้วยไข่มุก นับว่าหาได้ยากยิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ มิสิ ควรกล่าวว่ามีเพียงอันเดียว
“นี่มิใช่ปิ่นของซุนไป๋จื่อหรอกหรือ?” ชาวบ้านผู้หนึ่งกล่าว
ในหมู่บ้านนี้ แม้ว่าหลายครัวเรือนจะร่ำรวย แต่ก็มิอาจเทียบเท่าเจ้าที่ดินซุน การสวมใส่ทองคำและเงินเป็นเรื่องเล็กน้อย
“ระบบสิ่งนี้ ข้าสามารถริบได้หรือไม่?” โจวเจียวเจียวถามอย่างกะทันหัน
ระบบถึงกับสำลักกล่าวอย่างยากลำบาก“เรา… เราจะสง่างามกว่านี้ได้หรือไม่?”
โจวเจียวเจียวแค่นเสียง “ความสง่างามขายเป็นเงินได้หรือ?”
เงินเงินทองเจ้าของร่างนี้ ตกอยู่ในวังวนแห่งเงินทองแล้ว
ระบบรู้สึกเหนื่อยหน่าย
“วันนี้ข้ายังเห็นน้องไป๋จื่อสวมใส่อยู่ เหตุใดจึงมาอยู่ที่บ้านข้าได้?” โจวเจียวเจียวแสร้งทำเป็นสงสัย
ในหมู่บ้านมิขาดคนฉลาด “สวรรค์นางที่อยู่ในผ้าห่มมิใช่ซุนไป๋จื่อหรอกหรือ?”
ก่อนหน้านี้ทุกคนรู้สึกว่าฉู่หลินแปลกประหลาดแต่หากในผ้าห่มคือซุนไป๋จื่อก็มิแปลกอันใด
ในหมู่บ้านใครๆ ก็รู้ว่าทั้งสองเป็นคู่รักกัน
แต่ในขณะนี้ สายตาที่ทุกคนมองไปยัง ฉู่หลินกลับยากที่จะบรรยายหมวกสีเขียว… ช่างมาอย่างกะทันหันเสียจริง
“เหลวไหล!บุตรสาวของข้า กำลังนอนหลับอยู่ที่บ้าน แล้วนางจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ส่วนปิ่นปักผมนี้ หายไปตั้งแต่กลางวันแล้ว หาเท่าไรก็มิเจอ คงถูกเจ้าขโมยไปสินะ!” เจ้าที่ดินซุนตวาดเสียงดัง
นี่มิใช่การป้ายสีกันชัดๆ
โจวเจียวเจียวแทบจะหัวเราะออกมา“ท่านกล้ากล่าว บุตรสาวของท่านหวงปิ่นปักผมนี้เพียงใด ข้าจะขโมยได้อย่างไร?”
“ต่อให้มิใช่เจ้าขโมย ก็หนีไม่พ้นความเกี่ยวข้องกับเจ้า!” เจ้าที่ดินซุนกวาดสายตาไปรอบๆอย่างข่มขู่
“บุตรสาวของข้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง หากใครกล่าววาจาให้ร้ายอีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!” ชาวบ้านต่างเงียบเสียงลง มิมีใครอยากขัดใจเขา
แต่ก็ยังมีผู้ที่มิกลัวเกรงกระซิบกระซาบ “ข้าว่าเขากำลังร้อนตัว สตรีผู้นั้นมิยอมออกมา คงเป็นเพราะพวกเรารู้จัก นางกลัวว่าเมื่อถูกจำได้แล้ว จะมิมีหน้าให้พบเจอผู้คน”
“ใช่แล้ว ต่อให้เป็นบุตรสาวของเจ้าที่ดิน หากกระทำความผิดเช่นนี้ ก็ควรได้รับโทษ!”
สีหน้าของฉู่หงและเจ้าที่ดินซุน แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
โจวเจียวเจียวเหลือบมอง เห็นผู้คนยื่นหน้าเข้ามาดูที่ประตู
เมื่อมองดูดีๆก็มิใช่ใครอื่นเป็นโจวพ่านพ่านนั่นเอง
ดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นมา พลันกล่าว“โจวพ่านพ่านเจ้าเข้ามา”
โจวพ่านพ่าน เดินเข้ามาอย่างมิเต็มใจ โดยมีหลิ่วชุนสุ่นตามหลังมา
สองแม่ลูกก้มหน้ามิกล้ามองผู้ใด
“ข้าถามเจ้า เจ้ารู้จักคนที่อยู่ในผ้าห่มหรือไม่? เป็นเพื่อนของเจ้าหรือ?” โจวเจียวเจียวชี้ไปยังก้อนนูนนั้น
“มิใช่ไม่รู้จัก”โจวเจียวเจียวมองไปยังหลิ่วชุนสุ่น ได้รับคำตอบเช่นเดียวกัน
“ถ้าเช่นนั้นก็คือโจร”โจวเจียวเจียวลูบคาง“ในเมื่อเป็นโจร แถมยังเป็นสตรีที่ไร้ศีลธรรม ยิ่งมิอาจปล่อยไปได้ง่ายๆ”
นางยังมิได้ลงมือฉู่หลินก็โวยวายขึ้นมา“เจ้าจะทำอะไร?”
โจวเจียวเจียวแบมือ “ข้าก็แค่ต้องการจะดู ว่าสตรีที่ไร้ยางอายผู้นี้คือใคร”
“มิได้!”
“เรื่องนี้ ท่านจะมาสั่งข้าได้หรือ?” โจวเจียวเจียวถามกลับ
“นี่คือบ้านของข้าในบ้านของข้า พบเจอโจรขโมยผัวผู้อื่น จะจัดการเช่นไร ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของข้า คุณชายฉู่ ท่านคงจะก้าวก่ายมากเกินไปแล้วกระมัง?”
ฉู่หลินถึงกับพูดไม่ออกหันไปมองยังฉู่หงและเจ้าที่ดินซุน
จึงได้รู้ว่าสีหน้าของทั้งสองซีดเผือดไปแล้ว
โจวเจียวเจียวหันหลังให้ทุกคนยกยิ้มขึ้นมา พลันยื่นมือไปกระชากผ้าห่ม!