ตอนที่ 3
##บทที่3อสูรบุรุษในชุดขาว
"ได้ยินหรือไม่!" โจวเจียวเจียวเอ่ยเสียงเย็น มือเรียวยกขึ้นเล็กน้อย
"ได้...ได้ยินแล้ว..." โจวพ่านพ่านกล้ำกลืนความขมขื่น ฝืนกล่าวออกมา
โจวเจียวเจียวสะบัดมืออย่างไม่ไยดี โจวพ่านพ่านล้มคว่ำคะมำหงายลงไปคลุกโคลนดิน
โจวเจียวเจียวตบมือปัดฝุ่น พลางนึกรังเกียจว่ามือเปรอะเปื้อนเสียจริง
ฉากบาดตาบาดใจนี้มิได้ยืดเยื้อนานนัก โจวเจียวเจียวก็หันหลังกลับเข้าห้องไป วันนี้เพียงต้องการสั่งสอนหลิ่วชุนสุ่นและโจวพ่านพ่าน ให้สำนึกผิดชอบชั่วดี อย่างน้อยในระยะนี้คงไม่กล้าหาเรื่องนางอีก นางจะได้มีเวลาไปช่วยเสี่ยวผิง
เหลือเวลาเพียงสามวันเท่านั้น เวลาช่างกระชั้นชิดนัก โจวเจียวเจียวจัดแจงตนเอง เปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดสะอ้าน แล้วจึงไปด้อมๆมองๆ แถวเรือนของฉู่สงที่ปลายหมู่บ้าน
ฉู่สงผู้นี้ ในอดีตเคยทำธุรกิจอันใดมิทราบได้ แต่กลับร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านเฉียนสุ่ยทั้งหมู่บ้านต่างรู้ดีว่า นอกจากตระกูลซุนแล้ว ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นฉู่สงผู้นี้
อนิจจา! เรือนของผู้มั่งมีศรีสุขช่างแตกต่างจากผู้อื่นยิ่งนัก ทั้งภายในภายนอกเรือนของฉู่สงล้วนมีคนรับใช้คอยเฝ้าระวัง
เห็นทีจะทำเรื่องชั่วไว้มากนัก เกรงว่าวันใดตนเองจะถูกลอบสังหาร จึงได้ป้องกันเข้มงวดเช่นนี้กระมัง?
การบุ่มบ่ามพุ่งชนเข้าไปตรงๆ ย่อมเป็นวิธีที่ไร้ประสิทธิภาพที่สุด ต้องทำให้เงียบเชียบไร้ร่องรอยจึงจะดี โจวเจียวเจียวถอนหายใจออกมา
"มองอะไรอยู่?" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลัง ทำให้โจวเจียวเจียวขนลุกชัน
เป็นคน...หรือเป็นผี!
นางหันขวับไปมอง เห็นบุรุษผู้หนึ่งกำลังจ้องมองนางอยู่ เขาอยู่ในชุดขาวสะอาดหมดจด ตัดกับภาพชาวบ้านเฉียนสุ่ยที่หยาบกระด้างโดยสิ้นเชิง คิ้วคางช่างงามล้ำเกินมนุษย์ ดวงตาหงส์เรียวยาว แฝงไว้ด้วยความลุ่มลึกยากหยั่งถึง คิ้วเข้มดุดันสันจมูกโด่งเป็นสันราวกับกิ่งไม้หยก ทว่าสีหน้ากลับซีดเซียว ดูท่าทางจะเป็นคนขี้โรค
ในหมู่บ้านเฉียนสุ่ยแห่งนี้ ช่างมีคนขี้โรคมากมายเสียจริง น่าเสียดายใบหน้างามล้ำเช่นนี้ สวรรค์ประทานรูปโฉม แต่กลับมิได้ประทานร่างกายที่แข็งแรงให้
โจวเจียวเจียวกระแอมไอเล็กน้อย ทำทีเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันซ้ายแลขวา"ข้าแค่เดินผ่านมาท่านเชื่อหรือไม่?"
"แล้วเจ้าเล่าคิดว่าอย่างไร?" มุมปากของบุรุษผู้นั้นคล้ายมีรอยยิ้ม แต่แผ่วเบาจนแทบมองไม่เห็น
แววตาของเขามิเหมือนผู้อื่น มองมาที่นางมิได้มีแต่ความรังเกียจ กลับมีความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา นี่เป็นคนแรกที่โจวเจียวเจียวรู้สึกหวาดกลัวเพียงแค่สบตา ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มาจากที่ใด
"ข้าคิดว่าท่านคงเชื่อ ข้าเป็นเพียงสตรีร่างอ้วน... เอ๊ย! ร่างท้วมที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใดได้" โจวเจียวเจียวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
บุรุษผู้นั้นยิ้มเยาะ ใช้ด้ามพัดเคาะหน้าผากนางเบาๆ ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "หวังว่าเจ้าคงไม่ทำเรื่องโง่ๆ" กล่าวจบ บุรุษผู้นั้นก็หันหลังเดินจากไป ตรงไปยังเรือนของฉู่สง
ร่างสูงสง่า ท่วงท่าการเดินก็สุภาพอ่อนน้อมดุจสุภาพบุรุษ
ไม่ถูกต้องแล้ว! เขาเข้าไปในเรือนของฉู่สง!! นี่สิคือประเด็นสำคัญ เมื่อครู่เหตุใดจึงถูกความงามล่อลวงจนหลงลืมเลือนไปได้ นางช่างไม่เอาไหนเสียจริง!
แย่แล้ว บุรุษผู้นี้ช่างระมัดระวังตัว หากเขาเป็นคนของฉู่สงจริงๆ นางจะทำเช่นไรได้
คาดไม่ถึงว่าจะถูกจับได้รวดเร็วเช่นนี้ ช่างเป็นลางร้ายเสียจริง ออกจากบ้านมาโดยมิได้ดูฤกษ์ยาม
บุรุษผู้นั้นช่างน่าประหลาด หากเขาเข้าไปในเรือนของฉู่สง เช่นนั้นก็เป็นไปได้มากว่าเขาจะสมคบคิดกับฉู่สง บุรุษผู้นี้ต้องระวังให้ดี
การปรากฏตัวของเขา จะยิ่งเร่งให้นางต้องทำให้แผนการสำเร็จลุล่วงโดยเร็ว เวลาที่ดีที่สุดคือคืนนี้
ยามราตรีมืดมิดลมแรงแสงดาวริบหรี่ เป็นโอกาสทองในการลงมือ
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างรู้ดีว่า ฉู่สงมักจะจับหญิงสาวที่ลักพาตัวมาขังไว้ในห้องเก็บฟืน ดังนั้นนางจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเรือน
แต่สิ่งที่นางต้องรู้คือสถานที่อีกแห่ง
ยามราตรีล่วงลึกแสงจันทร์ส่องสว่าง ทว่าดวงดาวกลับพร่างพราว
"ซ่า..." น้ำเย็นเยียบสาดลงมาจากศีรษะของโจวเสี่ยวผิง นำพาความหนาวเหน็บของเดือนสิบสอง โจวเสี่ยวผิงหนาวสั่นจนริมฝีปากเขียวคล้ำ
นางปีนี้อายุเพียงสิบสี่ปี ร่างกายยังผ่ายผอมจะทานทนได้อย่างไร
"ท่านฉู่กล่าวไว้ผู้ใดคิดต่อต้านเขา เขามีวิธีเล่นงานผู้นั้นมากมายนัก!" ในวันที่หลิ่วชุนสุ่นนำโจวเสี่ยวผิงมาส่งให้ ฉู่สงก็มองนางตาเป็นมัน
แม้โจวเสี่ยวผิงและโจวเจียวเจียวจะเกิดจากครรภ์มารดาเดียวกัน แต่รูปร่างหน้าตากลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โจวเสี่ยวผิงเหมือนจะได้รับข้อดีทั้งหมดจากมารดา
แม้จะอายุเพียงสิบสี่ปี แต่รูปร่างหน้าตาก็จัดได้ว่าสวยสะพรั่ง เพียงแต่ขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน ทำให้รูปร่างผอมบาง มิเช่นนั้นคงมีทรวดทรงองค์เอวที่งดงาม
เมื่อฉู่สงเห็นโจวเสี่ยวผิง ก็ไม่อาจละสายตาได้ รีบโอบกอดโจวเสี่ยวผิงเพื่อหวังจะใกล้ชิด
โจวเสี่ยวผิงเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง หยิบมีดเล็กที่ซ่อนไว้ในมือ จ่อไปที่คอของฉู่สง
ต่อให้ต้องตายไปด้วยกันก็ไม่เป็นไร นางจะไม่ยอมให้คนอย่างฉู่สงมาแปดเปื้อน!
ฉู่สงมีพละกำลังมหาศาลอยู่แล้ว โจวเสี่ยวผิงเป็นเพียงสตรีอ่อนแอ จะต่อกรได้อย่างไร โจวเสี่ยวผิงจึงตัดสินใจจบชีวิตตนเองในทันที แต่ฉู่สงก็ขัดขวางไว้ได้ในชั่วพริบตา
เขาเป็นปีศาจร้าย จะยอมให้สตรีที่ตกอยู่ในมือของเขาตายไปง่ายๆ ได้อย่างไร
นี่เป็นเพียงวันแรก เขาจะเล่นกับโจวเสี่ยวผิงให้สนุก
ในตอนแรกที่มาที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นคนหัวแข็ง แต่กาลเวลาเปลี่ยนไป มีหญิงสาวบางคนสมยอมและร่วมมือกับฉู่สง
ถึงขั้นอิจฉาที่โจวเสี่ยวผิงมา! ช่างเป็นความสัมพันธ์ที่วิปริตเสียจริง
การที่เสี่ยวผิงหัวแข็ง ทำให้พวกนางนึกถึงตนเองในอดีต พวกนางเลือกที่จะยอมจำนน จึงต้องการให้เสี่ยวผิงยอมจำนนเช่นกัน
พวกนางคับแค้นใจต้องการระบายออก
โจวเสี่ยวผิงจึงเป็นเป้าหมายในการระบายอารมณ์ที่ดี
หญิงสาวหลายคนหยิบแส้หนังฟาดลงไปอย่างรุนแรง พลางถามซ้ำๆว่า"ยอมหรือไม่!ยอมหรือไม่!"
โจวเสี่ยวผิงกัดฟันแน่น สาบานว่าจะไม่ยอมจำนน
ความเจ็บปวดทำให้นางหมดสติไป นางพร่ำเพ้อออกมาไม่หยุดว่า "พี่...พี่..."
น้ำเย็นสาดลงมาอีกครั้ง โจวเสี่ยวผิงถูกความเจ็บปวดปลุกให้ตื่น
เห็นเพียงหญิงสาวเหล่านั้นหัวเราะท้องแข็ง ราวกับกำลังดูเรื่องตลก "เจ้ายังหวังให้นังพี่สาวไร้ประโยชน์ของเจ้ามาช่วยอีกหรือ อย่าฝันไปเลย! นังพี่สาวของเจ้ามันก็แค่คนขี้ขลาด! เอาตัวรอดยังไม่ได้เลย!"
ไม่จริง พี่สาวของข้าไม่เป็นเช่นนั้น พี่สาวคือคนที่รักข้ามากที่สุด ไม่ว่าอย่างไร พี่สาวจะต้องมาช่วยข้า
โจวเสี่ยวผิงใช้กำลังทั้งหมดที่มี ผลักหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าออกไป นี่เป็นครั้งแรกที่นางต่อต้านผู้อื่นเช่นนี้
จะตี จะหยามนางอย่างไรก็ได้ แต่ไม่มีใครสามารถดูถูกพี่สาวของนางได้!
...
อีกาบินร้องบนต้นไม้ โจวเจียวเจียวทำชุดคลุมสำหรับออกปฏิบัติการในยามค่ำคืน การทำความเข้าใจเส้นทางของจวนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
นางถือว่าเตรียมตัวพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว แม้ร่างกายจะไม่คล่องแคล่ว แต่พื้นฐานของการเป็นทหารรับจ้างในอดีตยังคงอยู่ แม้รูปร่างจะอุ้ยอ้าย แต่ทักษะการเคลื่อนไหวก็ยังใช้ได้
ห้องเก็บฟืนหาได้ไม่ยาก ที่ใดแห้งแล้ง ที่นั่นก็คือที่ตั้งของห้องเก็บฟืน โจวเจียวเจียวรีบทำความเข้าใจสถานที่ แต่ก่อนที่จะไปนางแวะไปที่อื่นก่อน
หลังจากกลับมา นางก็เปิดกุญแจห้องเก็บฟืนได้อย่างง่ายดาย
เมื่อมองเข้าไปด้านใน เห็นร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด นอนจมกองเลือดผอมแห้งราวกับซากศพ เหมือนลูกแมวน้อยที่กำลังจะตาย ขดตัวเป็นก้อนกลม!
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่านางต้องเผชิญกับอะไรมาบ้างในช่วงเวลานี้!
ความโกรธพลันปะทุขึ้นในใจนาง
"เสี่ยวผิง!" โจวเจียวเจียวรีบวิ่งเข้าไป ลองแตะจมูกของนางเบาๆ
ลมหายใจแผ่วเบาเหลือเกิน