ตอนที่ 4
##บทที่4บุรุษพิลาสสตรีงามเรื่องราวชวนพิศวง
เดิมทีควรจักนำร่างอ้วนท้วนของ โจวเสี่ยวผิงออกไปเสียบัดนี้ แต่ด้วยรูปร่างนางอวบอ้วน มิสู้เพิ่มภยันตรายให้มากขึ้นไปอีกเล่า คิดไปมาโจวเจียวเจียว จึงเปิดหน้าต่างซื้อของในระบบ เลือกซื้อยาห้ามเลือดราคาหนึ่งร้อยตำลึงทอง
มิรอช้า รีบซื้อแล้วป้อนเข้าปาก โจวเสี่ยวผิงทันที!
โธ่เอ๋ย!มิถึงเค่อเดียวสติสัมปชัญญะของโจวเสี่ยวผิงก็เริ่มกลับคืนมา ช่างเป็นยาที่ทรงอานุภาพยิ่งนัก!
เมื่อโจวเสี่ยวผิงแลเห็นโจวเจียวเจียว ราวกับมิเชื่อสายตาตนเองอยู่ชั่วขณะ ครั้นร่างกายปวดร้าว นางจึงตระหนักว่ามิใช่ความฝัน
"พี่หญิง... ท่านมาได้อย่างไร..." เสียงของโจวเสี่ยวผิง แฝงไว้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ หลายวันที่ผ่านมานางมิเคยปริปากบ่นครั้นเห็นโจวเจียวเจียวความอดทนก็มลายสิ้น
โจวเจียวเจียวรู้สึกสะท้านในใจไอ้สารเลวฉู่สง! สักวันข้าจักต้องเฉือนเนื้อล้างกระดูกมันให้จงได้!
โจวเจียวเจียวตบเบาๆ บนผิวเนื้อที่ยังดีของน้องสาว ปลอบประโลมเสียงแผ่วเบา "อย่าพูดเลยพี่มาช่วยเจ้าออกไป"โจวเสี่ยวผิงสั่นศีรษะ "บนร่างข้ามีตรวนโซ่ล่ามไว้เต็มไปหมด ออกไปมิได้ดอกหากพี่หญิงนำมีดมา ก็ขอให้ข้าได้ตายอย่างสงบเถิด ข้ามิอยากลากพี่หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง..." "พูดจาเหลวไหลอันใด!มาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องช่วยเจ้าออกไปให้ได้" โจวเจียวเจียวหยิบเส้นลวดออกมาเพียงพริบตาเดียว ก็ไขตรวนโซ่ที่ล่ามร่าง โจวเสี่ยวผิงออกจนหมดสิ้น
โจวเสี่ยวผิงมองด้วยความตะลึงงันพี่หญิงของนาง ไฉนจึงมีวิทยายุทธ์เช่นนี้
"แต่ภายนอกมีสมุนของฉู่สงเฝ้าอยู่พวกเราจะ..."โจวเจียวเจียวยกยิ้มขึ้น"ยังมิถึงเวลาดอก"ในดวงตาของโจวเสี่ยวผิงเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นในพี่หญิง
"เจ้าพักผ่อนฟื้นฟูพละกำลังอยู่ที่นี่ พี่จะพาเจ้าปีนกำแพงหนีไป"
...ยามราตรีสงัด เสียงกรีดร้องโหยหวนของสตรีดังมาจากห้องข้างๆ
โจวเจียวเจียวแย้มยิ้ม นี่คือโอกาสอันดีที่สุดแล้ว เสียงร้องโหยหวนนั้นดังเสียจนสุดเสียง ราวกับจะกลบเกลื่อนความเคลื่อนไหวของพวกนาง นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด โจวเจียวเจียวพยุงร่างโจวเสี่ยวผิงขึ้น
นางกล่าวอย่างจริงจัง "นับจากนี้ไป ทุกสิ่งให้ฟังคำสั่งข้า ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะพาเจ้าออกไปให้ได้ เข้าใจหรือไม่?""อืม!"โจวเสี่ยวผิงได้แต่พยักหน้า
โจวเจียวเจียว นำเสื้อผ้าสะอาดที่ห่อมาอย่างดีให้ โจวเสี่ยวผิงเปลี่ยน เพื่อมิให้เลือดเปรอะเปื้อนพื้นดิน กลายเป็นเบาะแสให้ผู้อื่น
นางพาโจวเสี่ยวผิง หลบหลีกทหารยามที่เฝ้าหนาแน่นตรงโรงเก็บฟืน แล้วแลเห็นเหล่าทหารรับใช้จำนวนมากหมอบอยู่หน้าประตูห้องของ ฉู่สงแอบมองลอดช่อง
อนิจจา!นายเช่นไรบ่าวก็เช่นนั้น มิมีสิ่งใดน่าประหลาดใจ
เมื่อโจวเจียวเจียวมาถึง นางได้วางสายชนวนไว้ที่ยุ้งฉางแล้ว เพียงแค่โยนเปลวไฟเข้าไป ค่ำคืนนี้คงจักสนุกสนานยิ่งนัก
ขณะที่โจวเจียวเจียวพาโจวเสี่ยวผิงหลบหนีนางก็จุดไม้ขีดไฟโยนเข้าไปในยุ้งฉาง จากนั้นก็หลบเข้าไปในมุมอับชื้น
"ซ่อนตัวให้ดี รอให้เกิดความวุ่นวาย นี่คือโอกาสดีที่เราจะหลบหนี!" โจวเสี่ยวผิง พยักหน้าอย่างหนักแน่น ไฉนพี่หญิงในยามนี้ มิเหมือนแต่ก่อนที่ดูซื่อบื้อ กลับกลายเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญและสติปัญญา
มิถึงชั่วครู่ เปลวเพลิงก็โหมกระหน่ำ
มิรู้ว่าเป็นผู้ใดตะโกนขึ้น "ยุ้งฉางไฟไหม้แล้ว!รีบดับไฟ!"มองจากมุมอับ ทุกคนต่างวุ่นวายอยู่กับการดับไฟ แม้แต่ฉู่สง ยังต้องรีบร้อนสวมกางเกงออกมา
ใบหน้าเหี่ยวย่นดวงตาฉายแววอำมหิตหลังค่อมงอ เพียงแค่แลเห็นก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ช่างเถิดมิใช่เรื่องของนาง นี่คือโอกาสอันดีที่สุดที่จะหลบหนี!
"ยืนงงอะไรอยู่!นี่คือยุ้งฉาง พวกเจ้าอยากอดตายกันหรืออย่างไร!" เหล่าทหารรับใช้ต่างรีบร้อนไปดับไฟ นี่คือช่วงเวลาที่การป้องกันอ่อนแอที่สุด โจวเจียวเจียวดึงโจวเสี่ยวผิงวิ่งออกไป
ในที่สุดก็หนีออกจากเรือนของ ฉู่สงมาถึงริมธารน้ำเล็กๆที่เปลี่ยวร้าง
"เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปหลบซ่อนที่วัดร้างหลังเขา ถึงแม้จะทรุดโทรมไปบ้าง แต่ก็พออาศัยได้ รอจนกว่าเรื่องจะเงียบลง ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน" "เจ้าค่ะ"โจวเสี่ยวผิงหน้าตาเศร้าหมองได้แต่ก้มหน้าลง
โจวเจียวเจียว สังเกตเห็นความผิดปกติของ โจวเสี่ยวผิงทันที"เป็นอะไรไปไม่สบายหรือ?""มิใช่..."โจวเสี่ยวผิงอธิบาย "ข้างโรงเก็บฟืนยังมีสตรีที่ถูกจับมาใหม่ๆ พวกนางมักจะแอบส่งอาหารให้ข้า หากข้าจากไป พวกนางจะเป็นอย่างไรบ้างก็มิรู้" สถานการณ์อันใดกันโจวเจียวเจียว รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หรือว่าจิตใจของโจวเสี่ยวผิง กำลังจะกลายเป็นแม่พระ นางมิมีเรี่ยวแรงพอที่จะกลับไปอีกรอบ นั่นมันคือการเข้าไปติดกับ!
โจวเสี่ยวผิงยิ้มขึ้นทันทีกล่าวว่า"มิเป็นไรเจ้าค่ะพี่หญิงข้าแค่บ่นไปเท่านั้น ทุกคนต่างมีชะตาของตนเอง พวกเรารีบหนีเถิด"โชคดีที่โจวเสี่ยวผิงยังคงรู้จักกาลเทศะทำให้โจวเจียวเจียวภาคภูมิใจนางมีจิตใจดีแต่ก็มิใช่คนโง่
สหายร่วมทีมเช่นนี้ ช่างเป็นสหายที่ดีเสียจริง!
มิถึงชั่วครู่โจวเจียวเจียว ก็แลเห็นเหล่าสตรีจำนวนมากวิ่งออกมาจากเรือนของ ฉู่สง บางคนถึงกับสวมใส่เสื้อผ้าแพรพรรณ!
ฉู่สงผู้นี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก แม้แต่คุณหนูในเมืองยังกล้าจับมา ยังมีสิ่งใดที่เขาไม่กล้าทำอีกเล่า!
"พวกนาง..."โจวเสี่ยวผิง ดึงตัวเด็กสาวที่กำลังวิ่งหนี "พวกเจ้า...""เสี่ยวผิงเจ้าก็ออกมาแล้วหรือขอบคุณสวรรค์!" "เกิดอันใดขึ้นกันแน่?" โจวเจียวเจียวหน้าตาเย็นชาถาม
เด็กสาวผู้นั้นอธิบาย "ข้าก็มิรู้ รู้แต่เพียงว่ายุ้งฉางเกิดไฟไหม้ ลามไปถึงห้องครัวและห้องข้างหลัง! มิรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น กรงขังพวกเราก็ถูกเปิดออกโดยมิมีสาเหตุ!" โจวเจียวเจียวตกใจ นี่คือการเปิดล็อคจากระยะไกล!
ในเรือนของฉู่สง ยังมีผู้มีฝีมือซ่อนตัวอยู่ ผู้ที่สามารถเปิดล็อคจากระยะไกลได้ พลังภายในต้องแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
โจวเจียวเจียว นึกถึงชายชุดขาวที่นางเห็นในตอนกลางวันโดยไม่รู้ตัว
แล้วก็สั่นศีรษะมิใช่ ชายผู้นั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าร่างกายอ่อนแอ ป่วยออดๆแอดๆ จะมีพลังภายในแข็งแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร
หากมิใช่เขาแล้วจะเป็นใครกันแน่ ใครกันที่ซ่อนตัวอยู่ในเรือนของ ฉู่สง
ที่นี่มิอาจประมาทได้ แต่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการที่สตรีทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว
โจวเจียวเจียวบอกกับทุกคน "สตรีที่ต้องการกลับไปยังเมืองฉินหวย ให้วิ่งไปทางทิศตะวันออก สตรีที่ต้องการกลับไปยังเมืองผิงคัง ให้วิ่งไปทางทิศตะวันตก ทางที่ดีควรเดินทางไปด้วยกัน อย่าให้ถูกจับกลับมาอีก" นางสามารถทำได้เพียงเท่านี้
หลังจากแยกย้ายโจวเจียวเจียวครุ่นคิด หากทุกคนหนีไปหมดแล้ว ใครก็มิอาจกล่าวโทษได้ว่าเป็นนาง โจวเสี่ยวผิง แม้กลับบ้านก็คงมิเป็นไร
"ไปเถิดเสี่ยวผิง พี่จะพาเจ้ากลับบ้าน!" โจวเสี่ยวผิง พยักหน้าอย่างหวานชื่น รอยยิ้มผุดขึ้น"เจ้าค่ะ"...
ท่ามกลางเปลวเพลิงสิงเฟิง ยังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะอย่างสงบ เปิดหน้าต่าง มองดูเพลิงไหม้ภายนอก
เขาเท้าคางมองดูอย่างตั้งใจ ผู้คนวุ่นวายเหนื่อยล้า มีเพียงเขาที่ยังคงมิแปดเปื้อนธุลี ราวกับเทพเซียนชุดขาวพลิ้วไหว
ทันใดนั้น ชายชุดดำก็กระโดดเข้ามา คุกเข่าต่อหน้าเขาประสานมือ"เรียนท่านประมุข ทุกสิ่งเรียบร้อยแล้ว" "อืม"สิงเฟิงมองอย่างเฉยเมย ชี้ไปยังเปลวเพลิงภายนอก "ดูสิ ค่ำคืนนี้งดงามหรือไม่?" ชายผู้นั้นเกาศีรษะ มิเข้าใจความหมายของท่านประมุข
สิงเฟิงยกยิ้ม วันนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
บุรุษพิลาสเรื่องราวชวนพิศวง