ตอนที่ 48

##ตอนที่48ข้าขอสู้ตาย!

ยามราตรีมืดมิดไร้แสงดาวนำทาง พลันปรากฏร่างภูตขาวเบื้องหน้า ฉู่หลินสะดุ้งสุดตัวเบิกตากว้างอ้าปากหวอร้องเสียงหลงออกมา!

“อ๊าก…!”

ยังมิทันสิ้นเสียง ร่างภูตขาวพลันแตะจุดบนร่างเขา เสียงก็พลันเงียบหายไป ฉู่หลินหันกายหมายหนี ทว่าเพียงหันกายก็สะดุดเท้าตนเองล้มคว่ำคะมำหงายลงพื้น

“ผัวะ!”

เขากรีดร้องในใจ พยายามตะเกียกตะกายไปข้างหน้า น้ำตาไหลพราก ใครก็ได้…ช่วยข้าด้วย! แต่ยามนี้เรียกฟ้าฟ้าก็ไม่ตอบ เรียกดินดินก็ไม่ช่วย!

ร่างภูตขาวล่องลอยเข้ามาใกล้ฉู่หลิน เท้าคู่นั้นกลับลอยคว้างอยู่เหนือพื้น!

อ๊าก!อ๊าก!

ดวงตาฉู่หลินแทบถลนเส้นโลหิตปูดโปนขนทั่วร่างลุกชันมือเท้าอ่อนแรงนอนคว่ำกับพื้นร่างกายแข็งทื่อ สั่นระริกอย่างควบคุมมิได้ ทันใดนั้น กลิ่นปัสสาวะคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหม็นเน่า โชยมาแตะจมูกยากจะบรรยาย!

ร่างภูตขาวชะงักเล็กน้อย ถอยหลังไปเล็กน้อยยกมือขึ้นโบกสะบัดฉู่หลินลื่นไถลไปไกล กระแทกเข้ากับมุมกำแพง อ้าปากสำรอกโลหิตออกมาคำใหญ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าบิดเบี้ยวจนแทบจำไม่ได้ สุดท้ายดวงตากลับขาวโพลน หมดสติไปในที่สุด

ร่างภูตขาวเหินร่างขึ้นสู่หลังคา ก็เห็นใครบางคนกำลังเอามือกุมจมูกหัวเราะร่าอยู่

พูดตามตรง โจวเจียวเจียวมิคาดคิดว่าเขาจะร่วมมือด้วย ทว่าใครจะรู้เล่าว่าเขาจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ สามารถทำให้ฉู่หลินตกใจจนปัสสาวะราดได้ คาดว่าครานี้ตื่นขึ้นมา ฉู่หลินคงต้องฝันร้ายไปอีกนาน

"พึ่บ..." โจวเจียวเจียวเห็นคนตรงหน้าแม้แต่ใบหน้าก็มิมี ก็อดกลั้นหัวเราะไว้มิได้

สิงเฟิงกระชากผ้าขาวลง ใบหน้าไร้ความรู้สึก

“นี่หรือคือละครที่เจ้าเชิญข้ามาดู?” นางมิเคยบอกว่ายังต้องให้เขาลงมือเอง! มิแปลกใจเลยที่ให้เขาเปลี่ยนเป็นชุดขาว! ที่แท้ก็ให้เขาปลอมเป็นผีนี่เอง!

สิงเฟิงหรี่ตาลง“จงใจใช่หรือไม่?”

โจวเจียวเจียวหัวเราะจนพอใจ เช็ดน้ำตาที่หางตา ในน้ำเสียงยังคงแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม

“อย่าใจแคบนักเลยข้าเหาะมิได้ มิเช่นนั้นคงมิรบกวนท่าน”

สิงเฟิงทั้งโกรธทั้งจนใจ เด็กผู้นี้มิใช่ว่าใจกล้าเกินไปแล้วหรือ? เขากระชั้นชิดเข้ามากล่าวเสียงเย็นชา “เป็นเพราะข้าดีต่อเจ้าเกินไป เจ้าถึงได้กำเริบเสิบสาน”

โจวเจียวเจียวชะงักไปเล็กน้อย มิใช่ว่าโกรธแล้วกระมัง? นางพินิจพิเคราะห์สีหน้าของสิงเฟิงอย่างละเอียด ดวงตาหมุนเล็กน้อย เผยรอยยิ้มประจบประแจง

“โอ๊ยข้ามิได้ตั้งใจอย่าโกรธเลยนะ”

สิงเฟิงหัวเราะเยาะ จากนั้นยื่นมือไปโอบเอวนาง มือสัมผัสก็ชะงักไปเล็กน้อย สัมผัสนุ่มนิ่มนี้…มิเลวเลย

“ท่านทำอะไร?” โจวเจียวเจียวแสดงสีหน้าตื่นตระหนก

“เจ้าทายสิ?”สิงเฟิงยกยิ้มขึ้นมุมปากยกขึ้นสูงหล่อเหลาเกินใคร

การโจมตีด้วยความงามในระยะประชิดเช่นนี้ โจวเจียวเจียวทานทนมิไหว ทำได้เพียงเหม่อมองเขาอย่างโง่งม

สิงเฟิงขยับนิ้วเล็กน้อย กลับเริ่ม…จั๊กจี้!!!

โจวเจียวเจียวเบิกตากว้าง ความรู้สึกซ่านกระสันแล่นริ้วจากเอวไปทั่วร่าง

“ฮ่าฮ่า…อื้อ…” นางหัวเราะออกมาดังลั่น เกรงว่าผู้อื่นจะได้ยิน จึงกลิ้งไปมาอยู่บนหลังคา

“อย่าอย่า…” สิงเฟิงรีบกดบ่าของนางไว้ คร่อมร่างนางไว้เตือนเสียงเบา “อย่าทำให้หลังคาบ้านคนอื่นพังลงมา”

ใบหน้ากลมเล็กๆ ของโจวเจียวเจียวแดงปลั่งด้วยรอยยิ้ม ได้ยินดังนั้นก็จ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจ

“ท่านรังเกียจว่าข้าอ้วน!” นางอ้วนนางพูดเองได้ แต่ผู้อื่นรังเกียจมิได้! โดยเฉพาะเขา!

"เหตุใด?"ระบบพลันถามขึ้น

โจวเจียวเจียวชะงักไปเล็กน้อย ใช่แล้วเหตุใดกัน? นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิดไม่ออก สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของสิงเฟิง รู้สึกว่าอาจเป็นเพราะเขาหล่อเหลาเกินไป

ใช่แล้วต้องเป็นเช่นนั้น

ระบบพูดไม่ออก“เจ้าแน่ใจหรือ?”

“เกี่ยวอะไรกับเจ้าไปเล่นที่อื่นไป”

ระบบกัดฟันกรอด โฮสต์ที่หัวสมองตื้นเขินเช่นนี้ สมควรอยู่เป็นโสดไปชั่วชีวิต!

โจวเจียวเจียวชี้ไปที่สิงเฟิง กล่าวอย่างขุ่นเคือง“ปล่อยมือ รังเกียจข้าก็อยู่ห่างจากข้า” นางโกรธมาก!

สิงเฟิงถอนหายใจ “ข้าเป็นคนตื้นเขินเช่นนั้นเสียเมื่อไร ยิ่งกว่านั้นข้าก็มิได้รู้สึกว่าเจ้าอ้วน เนื้อนุ่มนิ่มสบายดี!”นี่คือเรื่องจริง!ช่วงเวลาที่ผ่านมา ออกกำลังกายเป็นประจำ แถมด้วยยาลดน้ำหนักช่วยเสริม นางมิได้อ้วนจนมองเค้าโครงหน้ามิเห็นอีกต่อไปแล้ว แม้จะยังอ้วนอยู่แต่สัมผัสดีมาก

โจวเจียวเจียวเบะปากมองเขาจากด้านล่าง แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา เพิ่มความเลือนราง ทำให้ดูหล่อเหลายิ่งขึ้น จนละสายตาไปมิได้ทันใดนั้น เขายกมือขึ้นแตะที่บ่าของโจวเจียวเจียว นางก็พลันแข็งทื่อ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ อ้าปากหวอ แต่กลับพบว่าแม้แต่เสียงก็มิอาจเปล่งออกมาได้

“ระบบ!”นางเริ่มตระหนกแล้ว ระบบแสร้งทำเป็นตายไปเสียแล้ว

สิงเฟิงยกมุมปากขึ้นคว้าขาเล็กๆของนาง ถอดรองเท้าและถุงเท้าออก เผยให้เห็นเท้าเล็กๆข้างหนึ่งเท้าเล็กๆขาวผ่องอวบอ้วน นิ้วเท้าแต่ละนิ้วกลมมนน่ารัก เขาสามารถกำไว้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

ในดวงตาของโจวเจียวเจียวปรากฏความโกรธ นางกระพริบตาไม่หยุดปากอ้าๆหุบๆ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา!

สิงเฟิงหยิบพัดพับจากเอวลงมา โจวเจียวเจียวพลันจ้องมองเขาอย่างดุดัน ราวกับกำลังพูดว่า:กล้าเรอะ?!

สิงเฟิงเลิกคิ้ว: เจ้าคอยดูว่าข้ากล้าหรือไม่?!

พัดพับแตะลงบนฝ่าเท้าของนาง โจวเจียวเจียวพลันแย้มยิ้มออกมา อาจเป็นเพราะรู้สึกสนุก สิงเฟิงจึงใช้พัดพับวาดไปมาบนฝ่าเท้าของนาง ใครบางคนหลับตา หัวเราะจนร่างสั่นเทา น้ำตาไหลออกมาจากหางตา แต่กลับขยับเขยื้อนมิได้

“บัดนี้เจ้ารู้ผิดแล้วหรือไม่?” สิงเฟิงโน้มตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกโจวเจียวเจียวหลับตากัดฟัน แสดงท่าทีว่าจะอดทนให้ถึงที่สุด จากนั้นฝ่าเท้าก็พลันรู้สึกจั๊กจี้อีกครั้ง ยิ่งกว่าคราก่อน!

นางทานทนมิไหวแล้วลืมตาขึ้นกระพริบตาถี่ๆ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้น

สิงเฟิงเก็บพัดพับ สวมรองเท้าและถุงเท้าให้นางอย่างเอาใจใส่

“จงจำบทเรียนในครานี้ไว้ มิเช่นนั้นคราหน้าข้าคงมิปล่อยเจ้าไปง่ายๆ เช่นนี้”

โจวเจียวเจียวเม้มปาก บ่าถูกแตะลงร่างกายผ่อนคลาย ความรู้สึกแข็งทื่อพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย นางกัดฟัน เจ้าสารเลวนี่กล้าทำเช่นนี้กับนาง!

นางพุ่งเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็ว!

“ข้าขอสู้ตาย!”

สิงเฟิงกางแขนออก รับร่างอวบอ้วนที่พุ่งเข้าสู่อ้อมอก จับมือทั้งสองข้างของนางไว้ ส่งเสียง“ชู่ว์”เบาๆ เป็นสัญญาณให้มองลงไปด้านล่าง

โจวเจียวเจียวชะงักไปเล็กน้อย เหลือบมองลงไป ก็พลันลืมไปว่าตนเองยังถูกใครบางคนกอดอยู่ในอ้อมอก

เดิมที แม้ว่าเด็กรับใช้จะถูกดุด่าจนวิ่งหนีไปแล้ว แต่ก็มิกล้าไปไกลนัก ได้ยินเสียงก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กลับมาตรวจสอบ เมื่อเข้ามาในบ้านก็เห็นคราบสกปรกกองอยู่ที่พื้น ส่วนฉู่หลินสลบอยู่ที่มุมห้อง เด็กรับใช้พลันร้องเสียงหลง หันกายวิ่งออกไปเรียกคน

ทั้งจวนสกุลฉู่ตื่นขึ้นจากความฝัน ฉู่หงได้รับข่าวก็รีบมาตรวจสอบ เมื่อเห็นสภาพอนาถของบุตรชาย ก็ตื่นตระหนกอย่างยิ่ง ด้านหนึ่งรีบสั่งให้คนไปเชิญหมอ อีกด้านหนึ่งสั่งให้คนไปแบกฉู่หลิน แต่เหล่าคนรับใช้กลับมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครขยับเขยื้อน

ใครใช้ให้ฉู่หลินเต็มไปด้วยคราบสกปรก กลิ่นนั้นยากจะทานทน! มิใช่แค่คนรับใช้ แม้แต่ฉู่หงเมื่อเข้ามาในตอนแรกก็เกือบจะถูกกลิ่นรมจนล้มทั้งยืน

“รีบนำคุณชายไปที่เตียงเร็วเข้า!” ฉู่หงตวาด แต่ทุกคนก็ยังคงลังเล ลีลา

ยังมิทันเดินเข้าไป ก็เห็นฉู่หลินขยับเขยื้อน จากนั้นก็พลันลืมตาขึ้น กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว “มีผีมีผี!”