เสียงแจ้งเตือนสวรรค์ ระบบยอดกสิกรทำงาน!

*[ติ๊ง! ตรวจพบความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของผู้ถือครอง... กำลังเชื่อมต่อผสานจิตวิญญาณ...]*

*[การผสานรวมเสร็จสิ้น! ขอต้อนรับสู่ระบบยอดกสิกรและแม่ครัวอันดับหนึ่ง!]*

เสียงประหลาดที่ดังก้องกังวานในห้วงคำนึงนั้น ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ ทว่ากลับราบเรียบ เย็นเยียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยมนต์ขลังบางประการ ซูหว่านชิวชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางลอบกลืนน้ำลายลงคอ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเพื่อมิให้บิดามารดาและน้องชายที่กำลังจ้องมองมาเกิดความตื่นตระหนก

“พี่ใหญ่ ท่านเป็นอันใดไปหรือขอรับ หน้าซีดเชียว” หลินเสี่ยวเฉินกระตุกชายเสื้อของนางเบาๆ แววตาของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความห่วงใย

“พี่ไม่เป็นอันใดหรอก เสี่ยวเฉิน แค่หน้ามืดเพราะความหิวเล็กน้อยเท่านั้น” ซูหว่านชิวฝืนยิ้มบางๆ พลางลูบหลังมือน้องชาย “พวกท่านพักผ่อนอยู่บนเตียงเตาสักประเดี๋ยวเถิด ข้าจะไปดูว่าในครัวพอจะหาน้ำอุ่นมาให้ดื่มรองท้องกันได้หรือไม่”

เมื่อเห็นบิดามารดาพยักหน้ารับอย่างอ่อนล้า นางจึงหมุนตัวเดินหลบฉากไปยังมุมห้องครัวที่ทรุดโทรม อาศัยจังหวะที่ไม่มีผู้ใดจับจ้อง หลับตาลงและเพ่งสมาธิไปยังต้นเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่

พลันปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นในห้วงจิตสำนึก ร่างกายของนางคล้ายถูกดึงดูดด้วยพลังงานไร้รูป สติสัมปชัญญะถูกส่งผ่านม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ และเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทัศนียภาพรอบกายก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!

ภาพของกระท่อมผุพังและภูเขาหัวโล้นอันแห้งแล้งมลายหายไป สิ้นสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผืนแผ่นดินขนาดประมาณหนึ่งหมู่ ดินสีดำขลับดูร่วนซุยและอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก กลิ่นหอมของไอดินและหญ้าสดชื่นลอยเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่พลุ่งพล่าน

“ที่นี่มัน... มิติส่วนตัวอย่างนั้นหรือ!” ซูหว่านชิวผู้ซึ่งเคยอ่านนิยายทะลุมิติมาไม่น้อยในชาติก่อน อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น ความกลัดกลุ้มเรื่องปากท้องเมื่อครู่ถูกปัดเป่าไปจนสิ้น

*[ยินดีต้อนรับนายหญิงเข้าสู่มิติฟาร์มส่วนตัว!]*

จู่ๆ ก้อนแป้งสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเท่ากำปั้น นุ่มฟูราวกับซาลาเปาที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ก็ลอยละล่องมาหยุดอยู่เบื้องหน้านาง มันขยับตัวดุ๊กดิ๊กไปมา คล้ายกำลังแสดงความเคารพ แม้จะไม่มีหูตาจมูกปากที่ชัดเจน แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงอารมณ์เบิกบานของมัน

“เจ้าคือสิ่งใดกัน? ผีสางเทวดา หรือว่าก้อนแป้งมีชีวิต?” นางเลิกคิ้วถามด้วยความประหลาดใจ

*[ข้ามิใช่ผีสางขอรับ! ข้าคือ ‘เสี่ยวเปา’ จิตวิญญาณผู้ช่วยแห่งระบบยอดกสิกร]* เสียงเจื้อยแจ้วกังวานตอบกลับมา *[หน้าที่ของข้าคือคอยชี้แนะและช่วยเหลือนายหญิงในการเนรมิตดินแดนแห่งนี้ ให้กลายเป็นอาณาจักรการเกษตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!]*

ซูหว่านชิวคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ “ดีเยี่ยม! เช่นนั้นเสี่ยวเปา เจ้าจงอธิบายมาสิว่าที่ดินผืนนี้มีสิ่งใดพิเศษ หรือมีกฎเกณฑ์อันใดที่ข้าควรรู้บ้าง ตอนนี้ครอบครัวข้ากำลังแย่ หากไม่มีของดีประทังชีวิต ข้าคงได้อดตายก่อนจะได้ทำฟาร์มเป็นแน่”

*[เรียนนายหญิง มิติฟาร์มแห่งนี้มีขนาดเริ่มต้นที่หนึ่งหมู่ แม้บัดนี้จะยังว่างเปล่า ทว่าดินทุกหยาดผงล้วนอุดมด้วยปราณฟ้าดิน ยิ่งไปกว่านั้น กฎแห่งเวลาในมิติยังแตกต่างจากโลกภายนอก โดยเวลาหนึ่งวันในโลกภายนอก จะเทียบเท่ากับเวลาถึงสิบวันในมิติแห่งนี้ขอรับ!]*

“หนึ่งต่อสิบ!” ดวงตาของอดีตแม่ครัวสาวทอประกายเจิดจ้า นั่นหมายความว่าหากนางปลูกพืชผักลงไป มันจะเติบโตและเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าปกติถึงสิบเท่า! นี่คือพรสวรรค์ที่สวรรค์ประทานมาให้กสิกรอย่างแท้จริง

*[ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นนะขอรับ นายหญิงโปรดทอดพระเนตรทางด้านนั้น]*

เสี่ยวเปาลอยนำทางนางไปยังมุมหนึ่งของมิติ ที่นั่นมีโขดหินสีหยกขาวตั้งตระหง่านอยู่ ตรงกลางโขดหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กกว้างเพียงสองฉื่อ (ประมาณ 60 เซนติเมตร) ภายในแอ่งบรรจุไว้ด้วยน้ำใสกระจ่างดุจผลึกหลิวหลี ผิวน้ำทอประกายระยิบระยับราวกับเก็บซ่อนแสงดาวไว้เบื้องล่าง หยาดไอหมอกสีขาวบางเบาลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนที่เพียงแค่สูดดมก็ทำให้ความเหนื่อยล้าปลิดทิ้ง

*[นี่คือ ‘บ่อน้ำพุวิญญาณ’ ขอรับ น้ำพุแห่งนี้คือน้ำทิพย์ที่ควบแน่นจากปราณฟ้าดินบริสุทธิ์ หากนำไปรดน้ำพืชผล จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตและยกระดับรสชาติให้เลิศล้ำเหนือสามัญ และหากมนุษย์ดื่มกิน... แม้ไม่อาจชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืน ทว่ามันสามารถขจัดความเหนื่อยล้า บรรเทาความหิวโหย และหากดื่มติดต่อกันเป็นประจำ ก็จะช่วยฟื้นฟูเส้นเอ็น สมานรอยร้าวของกระดูก ขับไล่ความเจ็บป่วยในร่างกายได้อย่างอัศจรรย์]*

“ฟื้นฟูเส้นเอ็น สมานรอยร้าวของกระดูก...” ซูหว่านชิวทวนคำเบาๆ หัวใจของนางเต้นระรัว ภาพของหลินเอ้อร์หนิวผู้เป็นบิดาที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการขาเป๋ ผุดขึ้นมาในหัวทันที ขาของเขาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บเรื้อรัง หากใช้น้ำพุวิญญาณนี้รักษา เขาจะต้องกลับมาเดินได้อย่างสง่างามอีกครั้งเป็นแน่!

ไม่รอช้า ซูหว่านชิวรีบกอบน้ำพุวิญญาณขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก ความเย็นสดชื่นไหลลื่นลงสู่ลำคอ รสชาติหวานล้ำซึมซาบไปทั่วทุกอณูขุมขน ความรู้สึกหิวโหยแสบท้องที่เคยก่อกวนราวกับไฟเผาพลันมอดดับลง ร่างกายที่เคยผอมบางอ่อนแรงกลับรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมราวกับได้กินอาหารมื้อใหญ่จนอิ่มหนำ

“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!” นางเอ่ยชมจากใจจริง ก่อนจะรีบดึงสติกลับคืนสู่โลกภายนอก เวลาในมิติผ่านไปครู่ใหญ่ ทว่าโลกภายนอกเพิ่งผ่านไปเพียงชั่วพริบตา

ร่างบางยืนอยู่ในห้องครัวซอมซ่อ นางรีบคว้าชามดินเผาที่บิ่นตรงขอบมาใบหนึ่ง เดินไปที่อ่างเก็บน้ำก้นตุ่ม ทำทีเป็นตักน้ำเปล่า ทว่าในความเป็นจริง นางได้ใช้จิตสำนึกเชื่อมต่อกับมิติฟาร์ม และถ่ายเทน้ำพุวิญญาณสีใสบริสุทธิ์ลงไปในชามจนเกือบเต็ม

ซูหว่านชิวประคองชามน้ำพุวิญญาณเดินกลับเข้ามาในห้องหลัก หลินเอ้อร์หนิวกำลังนั่งพิงผนัง ใบหน้าซูบผอมซีดเซียว เหงื่อเย็นผุดซึมตามหน้าผากเนื่องจากความเจ็บปวดที่ขากำเริบขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านพ่อ ดื่มน้ำสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ข้าต้มน้ำอุ่นไว้ แม้จะไม่มีใบชา แต่ก็ช่วยให้ชุ่มคอและคลายหนาวได้บ้าง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางประคองชามส่งให้บิดา

หลินเอ้อร์หนิวมองบุตรสาวด้วยสายตาละอายใจ เขาเป็นถึงหัวหน้าครอบครัว แต่กลับปกป้องบุตรและภรรยาไม่ได้ ต้องให้นางออกหน้าปกป้อง ชายวัยกลางคนรับชามมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะยกขึ้นดื่มเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ

ทว่าทันทีที่หยาดน้ำสัมผัสปลายลิ้น ดวงตาที่ฝ้าฟางของเขาก็พลันเบิกกว้าง ความหวานล้ำและเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งไหลรินลงสู่กระเพาะอาหาร ก่อนจะกระจายออกไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง ความปวดร้าวที่บริเวณขาซึ่งเคยกีดแทงราวกับมีเข็มทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา พลันบรรเทาลงอย่างน่าประหลาด ความรู้สึกหนักอึ้งและหนาวเหน็บที่เกาะกินกระดูก คล้ายถูกแสงแดดอุ่นวสันต์ฤดูสาดส่องจนละลายหายไป

“หว่านชิว... น้ำนี่...” หลินเอ้อร์หนิวเอ่ยปากด้วยความสั่นสะท้าน เขาไม่เคยดื่มน้ำที่รสชาติดีและทำให้ร่างกายรู้สึกเบาสบายปานนี้มาก่อน

“น้ำจากลำธารบนภูเขาหลังบ้านกระมังเจ้าคะ ข้าเห็นมันใสสะอาดดีจึงตักมาต้ม” ซูหว่านชิวรีบหาข้ออ้างที่แนบเนียน “ท่านพ่อรู้สึกดีขึ้นหรือไม่เจ้าคะ?”

“ดี... ดีขึ้นมาก เรี่ยวแรงที่หายไปคล้ายกลับคืนมา ขาของพ่อก็ไม่ปวดหนึบเท่าเมื่อครู่แล้ว” บิดากล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าที่เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย

เมื่อเห็นว่าน้ำพุวิญญาณได้ผลลัพธ์อันวิเศษ ซูหว่านชิวจึงรีบนำชามอีกสองใบไปรินน้ำพุวิญญาณมาให้มารดาและหลินเสี่ยวเฉินดื่ม มารดาสูผู้มีร่างกายอ่อนแอ เมื่อได้ดื่มน้ำพุวิญญาณ อาการไอเรื้อรังและหอบเหนื่อยก็สงบลง ส่วนหลินเสี่ยวเฉินนั้นเลียริมฝีปากอย่างเสียดายเมื่อดื่มจนหมดชาม ใบหน้าเล็กๆ ที่เคยเหลืองซีด เริ่มมีสีชมพูระเรื่อประดับอยู่บนพวงแก้ม ความรู้สึกแสบท้องจากความหิวโหยของทุกคนบรรเทาลงไปหลายส่วน

แม้บรรยากาศในครอบครัวจะเริ่มผ่อนคลายและมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่นางเอกในคราบแม่ครัวทะลุมิติย่อมรู้ดีว่า นี่ยังมิใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน น้ำพุวิญญาณช่วยประทังความหิวและฟื้นฟูร่างกายได้ชั่วคราว ทว่ากระเพาะอาหารของมนุษย์ย่อมต้องการอาหารแข็งเพื่อดำรงชีพ ข้าวสารหยาบครึ่งถุงไม่อาจหล่อเลี้ยงปากท้องสี่ชีวิตไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ซูหว่านชิวเดินไปที่หน้าต่างที่บานพับหลุดลุ่ย ทอดสายตามองออกไปยังภูเขาอู๋กู่ที่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยหินกรวดและพงหญ้าแห้งแล้ง ในสายตาของชาวบ้านหลีอวี่ ภูเขาลูกนี้คือดินแดนต้องคำสาปที่ปลูกสิ่งใดก็ไม่ขึ้น ทว่าสำหรับยอดแม่ครัวผู้มาจากยุคปัจจุบัน นางเชื่อมั่นว่าแผ่นดินทุกผืนย่อมมีความลับและของล้ำค่าซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่รอคอยผู้ที่มีตาแหลมคมมาค้นพบเท่านั้น

ขณะที่นางกำลังครุ่นคิดถึงวิธีหาเสบียงอยู่นั้น จู่ๆ ความรู้สึกร้อนผ่าวก็แล่นปลาบขึ้นที่ดวงตาทั้งสองข้างอย่างกะทันหัน ภาพของภูเขาหัวโล้นที่แห้งแล้งเบื้องหน้าพลันบิดเบี้ยวและเปลี่ยนสีสันไป เสียงระบบที่คุ้นเคยดังกังวานขึ้นในโสตประสาทอีกครา พร้อมกับข้อความที่ทำให้มุมปากของนางต้องยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

*[ติ๊ง! ตรวจพบความต้องการวัตถุดิบเร่งด่วนของผู้ถือครอง... กำลังปลดล็อกทักษะพิเศษขั้นต้น...]*

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เนตรประเมินวัตถุดิบ และมื้ออาหารแห่งความหวัง]**