ก้าวแรกสู่ตลาดเช้าตำบลผิงอัน

ลมหนาวระลอกแรกแห่งยามเช้ามืดพัดกรีดผ่านรอยแยกของประตูไม้ ซูหว่านชิวกระชับเสื้อผ้าฝ้ายตัวเก่าที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนของน้องชายให้แน่นขึ้น แม้เนื้อผ้าจะบางเบาจนแทบไม่อาจกันความหนาวเหน็บ ทว่าประกายความมุ่งมั่นในแววตาของหลินเสี่ยวเฉินกลับสว่างไสวดุจดวงดาว นางลูบศีรษะเล็กๆ นั้นอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหมุนตัวไปยกกระบุงไม้ไผ่ที่บรรจุหัวไชเท้าหยกขาวสิบกว่าหัวขึ้นสะพายบ่า ความหนักอึ้งกดทับลงมาบนไหล่บอบบาง แต่นางเพียงกัดฟันยิ้มรับ

"เกาะชายเสื้อพี่ไว้ให้ดี หนทางบนเขาอู๋กู่ยามนี้มืดมิดนัก ก้าวเท้าให้มั่นคงเล่า" ซูหว่านชิวกำชับ ขณะพาน้องชายก้าวออกจากกระท่อมซอมซ่อ มุ่งหน้าสู่เส้นทางสายยาวที่ทอดยาวลงจากภูเขา

สองพี่น้องเดินย่ำไปตามทางเดินดินลูกรังที่ขรุขระ ท้องฟ้ายังคงเป็นสีดำสนิท มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องลงมาพอให้เห็นเงาต้นไม้ไหวเอน ซูหว่านชิวลอบใช้ 'เนตรประเมินวัตถุดิบ' ของตน มองฝ่าความมืดไปยังกระบุงด้านหลัง แสงสีทองประกายเขียวอ่อนๆ ที่แผ่ออกมาจากหัวไชเท้าเหล่านั้นทำให้นางอุ่นใจ มันคือเครื่องยืนยันถึงความสดใหม่และปราณวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ภายใน

ทันใดนั้น ก้อนแป้งสีขาวฟูฟ่องก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ลอยวนเวียนอยู่ข้างแก้มของนาง แน่นอนว่ามีเพียงนางผู้เป็นนายที่มองเห็น 'เสี่ยวเปา' ได้

[นายหญิง อุณหภูมิยามนี้ลดต่ำลงมาก แต่ท่านวางใจได้ หัวไชเท้าหยกขาวเหล่านี้ถูกเก็บเกี่ยวจากมิติฟาร์ม สภาพอากาศภายนอกไม่อาจทำลายคุณภาพของมันได้แม้แต่น้อยขอรับ!] เสียงใสแจ๋วของระบบผู้ช่วยดังขึ้นในหัว ซูหว่านชิวพยักหน้ารับรู้ในใจ พลางทอดสายตามองน้องชายที่เริ่มหอบหายใจถี่ขึ้นจากความเหนื่อยล้าและอากาศที่หนาวเย็น

เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กน้อยจากความยากลำบาก ซูหว่านชิวจึงเอ่ยทำลายความเงียบ "เสี่ยวเฉิน เจ้าลองบอกพี่สาวสิ เหตุใดเราจึงต้องลำบากตื่นแต่ไก่โห่ เดินเท้าเป็นชั่วยามเพื่อไปขายผักถึงในตัวตำบล แทนที่จะเดินไปขายให้คนในหมู่บ้านหลีอวี่?"

หลินเสี่ยวเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ฝีเท้ายังคงก้าวตามจังหวะของพี่สาว "เพราะคนในหมู่บ้านเราล้วนยากจนขอรับ พวกเขาปลูกผักกินเองได้ คงไม่มีผู้ใดยอมเจียดเงินอีแปะมาซื้อผักป่าของพวกเรา"

"ฉลาดมาก!" ซูหว่านชิวเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเบิกบาน "นี่คือสิ่งที่เรียกว่า 'การมองหาแหล่งเป้าหมาย' สินค้าชั้นเลิศ หากนำไปวางขายให้คนที่ไม่เห็นคุณค่า มันก็เป็นเพียงผักหญ้าไร้ราคา ทว่าหากนำไปวางให้ถูกที่ เสนอขายให้ถูกคน โดยเฉพาะพวกเศรษฐีในตำบลที่เบื่อหน่ายอาหารรสชาติจืดชืด ผักของเราย่อมกลายเป็นของล้ำค่า"

นางหยิบยกวิชาการค้าขายที่สั่งสมมาแต่ชาติปางก่อนมาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย "เสี่ยวเฉิน การค้าขายนั้นต้องอาศัยการคำนวณที่แม่นยำ เจ้าลองคิดตามพี่นะ หากหัวไชเท้าของพวกเราขายได้ราคาหัวละห้าอีแปะ เรามีสิบห้าหัว จะเป็นเงินทั้งหมดเท่าใด?"

เด็กชายเบิกตากว้าง นิ้วมือเล็กๆ สั่นเทาพยายามนับในความมืด "สิบหัวก็ห้าสิบอีแปะ... อีกห้าหัวก็... ยี่สิบห้า... รวมกันเป็นเจ็ดสิบห้าอีแปะ! ท่านพี่! เราจะได้เงินถึงเจ็ดสิบห้าอีแปะเชียวหรือขอรับ!"

"หึๆ นั่นเป็นเพียงราคาประเมินขั้นต่ำเท่านั้น" ซูหว่านชิวหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนมุมปาก "วันนี้พี่สาวจะสอนเจ้าถึงกลยุทธ์ 'ยอมเสียเหยื่อตัวน้อย เพื่อตกปลาตัวใหญ่' ให้ดู คอยจับตาดูให้ดีว่าเราจะรีดเค้นเงินจากกระเป๋าพวกคนมีเงินได้อย่างไร"

เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดเส้นขอบฟ้าก็เริ่มปรากฏแสงสีเปลือกไข่ทอประกายเรืองรอง เงาทะมึนของแนวกำแพงเมืองค่อยๆ ปรากฏแก่สายตา นี่คือการก้าวเข้าสู่เขตเมืองครั้งแรกของซูหว่านชิวในร่างนี้ ตำบลผิงอันแม้จะเป็นเพียงตำบลเล็กๆ แต่ก็เป็นศูนย์กลางการค้าขายของหมู่บ้านโดยรอบกว่าสิบแห่ง

เมื่อเดินผ่านประตูเมืองเข้ามา เสียงจอแจของผู้คนก็ดังปะทะโสตประสาท ตลาดเช้าตำบลผิงอันคลาคล่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ขายที่นำสินค้ามาวางเรียงราย กลิ่นหอมของซาลาเปานึ่งร้อนๆ กลิ่นควันไฟจากการย่างมันเทศ และกลิ่นคาวเลือดจากแผงขายเนื้อสัตว์ผสมปนเปกันจนเป็นเอกลักษณ์ของยามเช้า หลินเสี่ยวเฉินกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเดินผ่านร้านขายหมูหัน ท้องน้อยๆ ส่งเสียงร้องประท้วงอย่างน่าสงสาร

"อดทนอีกนิด ขายของหมดเมื่อใด พี่สาวจะซื้อซาลาเปาไส้เนื้อลูกโตๆ ให้เจ้ากินจนพุงกางเลย" นางกระซิบปลอบน้องชาย ก่อนจะกวาดสายตามองหาทำเลทอง

ในที่สุด ซูหว่านชิวก็เลือกมุมว่างเล็กๆ ข้างแผงขายเนื้อหมูของชายร่างใหญ่ผู้หนึ่ง แม้จะเป็นเพียงพื้นที่แคบๆ แต่ก็เป็นทางผ่านที่ผู้คนพลุกพล่าน นางปลดกระบุงลงจากหลัง จัดแจงปัดกวาดพื้นดินให้เรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆ ดึงหญ้าแห้งที่ปิดทับด้านบนออก เผยให้เห็นหัวไชเท้าอวบอ้วนสีขาวนวลราวกับหยกสลักที่ส่องประกายเย้ายวนใจ

ทว่า ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากเรียกลูกค้าคนแรก เงาร่างสูงใหญ่บึกบึนของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาบดบังแสงตะวันยามเช้า สตรีผู้นั้นเท้าสะเอว ใบหน้าเต็มไปด้วยความมาดร้าย ก่อนจะใช้ปลายเท้าเตะเข้าที่ขอบกระบุงไม้ไผ่ของนางอย่างแรงจนหัวไชเท้าสั่นสะเทือน

"เฮอะ! นังหนูซอมซ่อมาจากรูไหนกัน ถึงได้กล้ามาเสนอหน้าแย่งที่ทำกินของข้าในตลาดผิงอันแห่งนี้!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เจ้าถิ่นรังแก กับกลยุทธ์การตลาดของแม่ครัว]**