ตอนที่ 111

***บทที่ 111: แขกยามวิกาล***

กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรในแปลงปลูก หลิน หว่านเอ๋อร์สาวเท้าเข้าไปใกล้เงาร่างนั้นด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาดุจแมว ยามนี้ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวสาดแสงสลัว เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของบุรุษชุดดำที่คุ้นตา

เขานั่งพิงโคนต้นไม้ใหญ่ หายใจหอบกระชั้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้องที่มีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย แม้จะอยู่ในสภาพสะบักสะบอมเพียงใด แต่นัยน์ตาคู่คมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นยังคงทอประกายระแวดระวังทันทีที่สัมผัสได้ว่ามีคนเข้าใกล้

เมื่อเห็นว่าเป็นดรุณีน้อยเจ้าของไร่ ร่างสูงเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง มุมปากที่ซีดเซียวเหยียดยิ้มบางเบาอย่างยากลำบาก

"เจ้ามาแล้ว..." เสียงของเขาแหบพร่ายิ่งนัก

หลิน หว่านเอ๋อร์กอดอกมองดูสภาพดูไม่ได้ของเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจกลับกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ข้านึกว่าท่านจะมาเพื่อรับของตามสัญญา มิใช่มาเพื่อใช้แปลงสมุนไพรของข้าเป็นหลุมฝังศพ"

นางเอ่ยวาจาเชือดเฉือนตามนิสัย แต่ร่างบางกลับย่อตัวลงนั่งข้างกายเขา นิ้วมือเรียวยาวเอื้อมไปแตะชีพจรที่ข้อมือแกร่งอย่างถือวิสาสะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน

"ถูกลอบโจมตีหรือ?" นางถามเสียงเรียบ ขณะที่ดวงตาคู่หงส์กวาดมองบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้อง

"แค่... แมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญกลุ่มหนึ่ง" เขาตอบเลี่ยงๆ พยายามข่มความเจ็บปวด

"แมลงบ้านท่านกัดเจ็บถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" หว่านเอ๋อร์แค่นเสียงในลำคอ นางอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มเผลอ พลิกฝ่ามือวูบหนึ่ง เรียกขวดกระเบื้องใบจิ๋วและผ้าสะอาดออกมาจาก 'มิติลับ' โดยซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างแนบเนียน

นางดึงจุกขวดออก กลิ่นหอมเย็นสดชื่นที่ไม่เหมือนสมุนไพรทั่วไปฟุ้งกระจายออกมาทันที มันคือ 'ผงห้ามเลือดระดับสูง' ที่นางปรุงขึ้นจากสมุนไพรวิญญาณในมิติ สรรพคุณของมันเหนือล้ำกว่ายาทั่วไปในท้องตลาดนับร้อยเท่า

"กัดฟันไว้ ข้าจะคิดค่ารักษาเพิ่มจากราคาสินค้า"

สิ้นคำ นางก็โรยผงยาสีขาวนวลลงบนบาดแผลสด

"อึก..." ชายหนุ่มกัดกรามแน่น เส้นเลือดปูนโปนขึ้นที่ขมับ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดเข้าไปในบาดแผล แทนที่ความปวดแสบปวดร้อนด้วยความชาหนึบที่น่าอัศจรรย์

สิ่งที่ทำให้ดวงตาคมกริบของเขาเบิกกว้างขึ้นคือภาพเบื้องหน้า เลือดที่ไหลทะลักราวกับทำนบแตกกลับหยุดชะงักลงแทบจะทันที เนื้อเยื่อรอบปากแผลเริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่ตามองเห็น นี่มิใช่วิชาแพทย์ธรรมดาเสียแล้ว!

เขามองใบหน้าด้านข้างของดรุณีน้อยที่กำลังจดจ่ออยู่กับการพันแผลด้วยแววตาซับซ้อนขึ้นหลายส่วน นางเป็นเพียงสาวชาวบ้านในชนบทห่างไกล เหตุใดจึงมียาวิเศษและทักษะการรักษาที่แม้แต่หมอหลวงในวังยังต้องอับอาย?

"มองหน้าข้าทำไม? หรือกลัวข้าจะวางยาพิษ?" หว่านเอ๋อร์ถามโดยไม่เงยหน้า มัดปมผ้าพันแผลจนแน่นหนา

"ยารักษานี้... เจ้าปรุงเองหรือ?" เขาถามหยั่งเชิง น้ำเสียงเริ่มกลับมามั่นคงขึ้นเมื่อความเจ็บปวดทุเลาลง

"สูตรลับตระกูลหลิน ห้ามลอกเลียนแบบ" นางตอบปัดๆ ตัดบทสนทนา ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินหายเข้าไปในเงามืดของโรงเรือนเก็บของ เพียงครู่เดียวนางก็กลับมาพร้อมกับห่อผ้าขนาดกลาง

"นี่คือของที่ท่านต้องการ พริกแห้งชุดแรกที่ตากจนแห้งสนิท และ... ซอสพริกสูตรพิเศษที่ข้าหมักไว้ให้ลองชิม" นางยื่นห่อผ้าให้เขา "ส่วนที่เหลือตามจำนวนที่ตกลงกัน ข้าจะทยอยส่งให้เมื่อท่านส่งคนมารับอย่างเป็นทางการ"

ชายหนุ่มรับห่อผ้ามา สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมฉุนอันเป็นเอกลักษณ์ที่เล็ดลอดออกมา เขาพยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้จะยังเซเล็กน้อยแต่ก็นับว่าดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับตอนที่เพิ่งมาถึง สมุนไพรของนางช่างน่าตื่นตะลึงนัก

"ขอบใจเจ้ามาก แม่นางหลิน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ "ยานี้... ช่วยชีวิตข้าไว้จริงๆ"

"ข้าบอกแล้วว่าคิดเงินเพิ่ม ไม่ต้องมาซาบซึ้งใจ" หว่านเอ๋อร์โบกมือไล่ "รีบไปเสียเถอะ หากคนงานในไร่ตื่นมาเห็นเข้า ข้าจะตอบคำถามลำบาก"

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทีเย็นชาแต่ใจดีของนาง เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาแล้วโยนให้นาง

หว่านเอ๋อร์รับมันไว้ในมือ มันคือ 'ป้ายหยก' เนื้อดี สีเขียวมรกตใสกระจ่าง แกะสลักเป็นลวดลายพยัคฆ์คำรามดูน่าเกรงขาม เพียงสัมผัสก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้

"นี่คืออะไร?" นางเลิกคิ้วถาม

"ค่ารักษา... และหลักประกัน" ชายหนุ่มกล่าว พลางกระชับเสื้อคลุมสีดำเพื่อปกปิดบาดแผล "กิจการของเจ้ากำลังจะเติบโต ย่อมต้องไปขัดแข้งขัดขาผู้อื่นเข้าสักวัน หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่เจ้าจัดการไม่ได้ หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ให้นำป้ายหยกนี้ไปที่ 'โรงเตี๊ยมจันทร์กระจ่าง' ในตัวเมือง แสดงให้หลงจู๊ดู แล้วเขาจะจัดการทุกอย่างให้เจ้าเอง"

หว่านเอ๋อร์กำป้ายหยกในมือแน่น รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจางๆ จากหยกเนื้อดี นางสบตาเขา "ท่านดูเหมือนตัวนำโชคเรื่องความวุ่นวาย แต่ข้าจะรับไว้พิจารณาก็แล้วกัน"

"ดูแลตัวเองด้วย หว่านเอ๋อร์"

ชายหนุ่มทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาดีดตัวพุ่งทะยานหายลับไปในความมืดของป่าท้ายไร่ รวดเร็วและเงียบเชียบราวกับภูตผี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆ และความสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทั้งสองฝ่าย

หว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ นางยกป้ายหยกขึ้นส่องดูกับแสงนวลตา ลวดลายพยัคฆ์นั้นดูราวกับมีชีวิต บุรุษผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน และการที่เขามอบป้ายหยกนี้ให้ แสดงว่าเขายอมรับนางเป็น 'คนของเขา' ในระดับหนึ่งแล้ว

"เฮ้อ... ดูท่าชีวิตสงบสุขของชาวนาคงจะเป็นแค่ฝันกลางวันเสียแล้วกระมัง" นางถอนหายใจยาว เก็บป้ายหยกและมีดสั้นกลับเข้าสู่มิติ

คืนนี้ผ่านพ้นไปพร้อมกับความลับและพันธสัญญาเลือด

วันรุ่งขึ้น... คือของจริง

หลิน หว่านเอ๋อร์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสีทองจับขอบฟ้า รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปาก

"พักเรื่องบุรุษลึกลับไว้ก่อนเถิด พรุ่งนี้เช้า... ได้เวลาที่ 'พริก' สกุลหลิน จะไปถล่มตลาดเครื่องเทศในเมืองแล้ว!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ตลาดเครื่องเทศ]**