ตอนที่ 122
***บทที่ 122: สงครามราคาเครื่องเทศ***
สามวันผ่านไปนับจากเหตุการณ์ลอบวางเพลิง รุ่งอรุณแห่งการปะทะฝีมือทางหารค้าก็มาถึงเร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด
ณ ตลาดกลางเมือง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ร้านเครื่องเทศตระกูลหลิว ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่และใหญ่ที่สุดในอำเภอ ได้ติดประกาศแผ่นใหญ่สีแดงฉานหน้าร้าน ข้อความบนนั้นเขียนด้วยตัวอักษรหนาหนักว่า 'ลดราคากระหน่ำ เครื่องเทศทุกชนิดราคาเหลือเพียงครึ่งเดียว ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง!'
เสียงอื้ออึงของชาวบ้านดังเซ็งแซ่ ฝูงชนหลั่งไหลไปที่ร้านตระกูลหลิวราวกับฝูงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ พริกแห้ง พริกป่น และเครื่องเทศนานาชนิดถูกกวาดซื้อจนแทบเกลี้ยงชั้นวาง เถ้าแก่หลิวยืนลูบหนวดเคราอยู่ที่หน้าร้าน ใบหน้าอวบอูมเปื้อนยิ้มอย่างผู้มีชัย สายตาเหลือบมองไปทางทิศที่ตั้งของภัตตาคารจินยวี่และแผงขายของเล็กๆ ที่รับสินค้าจากไร่สกุลหลินด้วยความเย้ยหยัน
"ฮึ! นางเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คิดจะมาตีตลาดเครื่องเทศแข่งกับข้าหรือ? ข้าจะบีบให้เจ้าขายไม่ออกจนต้องเอาพริกไปถมที่!"
ในขณะที่ร้านตระกูลหลิวคึกคักจนแทบเหยียบกันตาย บรรยากาศภายในห้องรับรองของภัตตาคารจินยวี่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เถ้าแก่เนี่ยเดินวนไปวนมา มืออวบอูมปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผาก "แม่นางหลิน... หว่านเอ๋อร์ สถานการณ์ย่ำแย่แล้ว! ร้านตระกูลหลิวเล่นตัดราคาแบบไม่กลัวขาดทุน ลูกค้าที่เคยซื้อพริกแห้งของไร่เจ้าต่างแห่ไปซื้อของถูกกันหมด ยอดขายเครื่องเทศดิบของเราตกลงฮวบฮาบเลยนะ!"
หลินหว่านเอ๋อร์นั่งจิบชาเก๊กฮวยอย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามราวกับไม่ได้ยินข่าวร้ายที่อีกฝ่ายพรั่งพรูออกมา นางวางถ้วยชาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเถ้าแก่เนี่ย มุมปากยกยิ้มบางเบาที่ดูแล้วชวนขนลุก
"เถ้าแก่เนี่ย ท่านเคยได้ยินคำกล่าวนี้หรือไม่? 'ของดีราคาถูกนั้นมี แต่ของฟรีและดีไม่มีในโลก' การที่ตระกูลหลิวลดราคาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน นั่นหมายความว่าพวกเขากำลังดูถูกสินค้าของตัวเอง และที่สำคัญ... พวกเขากำลังเชื้อเชิญหายนะเข้าสู่กิจการ"
"แต่... แต่ชาวบ้านชอบของถูกนะ!" เถ้าแก่เนี่ยแย้งเสียงอ่อย
"ใช่ ชาวบ้านชอบของถูก แต่ชาวบ้านยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อ 'ของอร่อย' และ 'ของแปลกใหม่' ที่หาที่ไหนไม่ได้" หว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน แววตามั่นคงดุจหินผา "ข้าจะไม่ลดราคาพริกของข้าแม้แต่อีแปะเดียว การลดราคาแข่งกันคือหลุมพรางของคนโง่ รังแต่จะพาให้เจ็บตัวทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ข้าจะทำคือการสร้างสิ่งที่ร้านตระกูลหลิวไม่มีวันเลียนแบบได้ ต่อให้พวกเขามีสิบสมองก็ตาม!"
หญิงสาวตบมือสองครั้ง คนงานของภัตตาคารจินยวี่ก็ยกไหดินเผาขนาดใหญ่สองใบเข้ามาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมประหลาดลอยฟุ้งออกมาทันทีที่ฝาไหถูกเปิดออก
ไหแรกบรรจุของเหลวสีแดงเข้มข้น ผิวด้านบนมีน้ำมันลอยหน้าสีสวยสด ส่งกลิ่นหอมของพริกคั่ว กระเทียมเจียว และหอมแดงเจียวที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว กลิ่นนั้นหอมยวนใจจนน้ำลายสอ
"นี่คือ 'น้ำมันพริกเผาทรงเครื่อง' สูตรลับของข้า" หว่านเอ๋อร์ผายมือแนะนำ "ไม่ใช่แค่พริกเผาธรรมดา แต่ผ่านการเคี่ยวกับเครื่องเทศชั้นดี กรอบ หอม เผ็ดร้อนแต่กลมกล่อม เหมาะสำหรับใส่ในก๋วยเตี๋ยว หรือคลุกข้าวสวยร้อนๆ ก็เลิศรส"
จากนั้นนางชี้ไปที่ไหที่สอง ซึ่งบรรจุซอสสีส้มอมแดงเนื้อเนียนละเอียด กลิ่นของมันต่างออกไป มีความเปรี้ยวเจือหวานและเผ็ดร้อนที่ปลายจมูก กลิ่นกระเทียมดองจางๆ ชวนให้รู้สึกสดชื่น
"ส่วนนี่คือทีเด็ด... ข้าเรียกมันว่า 'ซอสพริกศรีราชา'"
"ศรี...รา...ชา?" เถ้าแก่เนี่ยทวนคำอย่างงุนงง "ชื่อเมืองในตำนานหรือ?"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้" หว่านเอ๋อร์ยิ้มอย่างมีเลศนัย นางคงไม่บอกว่าเอาชื่อมาจากอำเภอหนึ่งในโลกเดิมของนาง "มันทำจากพริกชี้ฟ้าแดงสด หมักด้วยกรรมวิธีพิเศษผสมกระเทียมดอง น้ำส้มสายชูหมัก และน้ำตาล รสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ดครบรส จิ้มกับของทอด หรือราดบนไข่เจียว รับรองว่าใครได้ชิมจะต้องลืมพริกแห้งราคาถูกพรรค์นั้นไปเลย"
เถ้าแก่เนี่ยจิ้มนิ้วลงไปชิมซอสทั้งสองชนิด ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะตบเข่าฉาดใหญ่ "สวรรค์! รสชาติล้ำลึกยิ่งนัก! พริกเผานี่หอมกรุ่น ส่วนซอสศรีราชานี่ก็รสจัดจ้านตัดเลี่ยนได้ชะงัดนัก!"
"ทีนี้ท่านเข้าใจแผนของข้าหรือยัง?" หว่านเอ๋อร์กล่าวเสียงเรียบ "เราจะไม่ขายแค่วัตถุดิบ แต่เราจะขาย 'รสชาติ' พรุ่งนี้จัดงาน 'เทศกาลอาหารรสเผ็ด' ที่ภัตตาคารจินยวี่ นำอาหารจานเด็ดทั้งหมดมาปรุงด้วยซอสสองชนิดนี้ แล้วดูซิว่าคนจะเลือกของถูกที่ไร้รสชาติ หรือของแพงที่อร่อยจนลิ้นชา!"
วันรุ่งขึ้น ณ ลานหน้าภัตตาคารจินยวี่
ธงทิวสีแดงสะบัดพริ้วไหว กลิ่นหอมของอาหารลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งถนน ควันไฟจากการผัดทอดพวยพุ่งส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย ผู้คนในตลาดเริ่มชะงักเท้า สูดดมกลิ่นหอมที่แปลกใหม่นั้น
"กลิ่นอะไรน่ะ? หอมเหมือนพริกคั่ว แต่หอมกว่ามาก!"
"ทางโน้น! ภัตตาคารจินยวี่จัดงานเทศกาลอาหาร!"
เมนูอาหารหลากหลายถูกนำเสนอ ทั้งไก่ทอดกรอบราดซอสพริกศรีราชาสีส้มสวย ผัดหอยลายใส่น้ำมันพริกเผารสจัดจ้าน และก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ใส่น้ำพริกเผาสูตรพิเศษ สีสันแดงฉานชวนรับประทาน
เถ้าแก่หลิวที่ยืนอยู่หน้าร้านเครื่องเทศของตนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ลูกค้าที่เคยรุมล้อมร้านเขาเริ่มบางตาลง ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังภัตตาคารจินยวี่ราวกับถูกมนต์สะกด
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไปตามพวกมันกลับมา! บอกว่าข้าลดราคาให้อีก!" เถ้าแก่หลิวตวาดลูกน้อง แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะกลิ่นหอมจากภัตตาคารจินยวี่นั้นทรงพลังเกินต้านทาน
ที่หน้าภัตตาคาร หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกมองภาพความสำเร็จด้วยความพึงพอใจ ชาวบ้านต่างแย่งกันซื้ออาหาร และที่สำคัญ พวกเขาพากันสอบถามถึง "ซอสปรุงรส" ที่ทำให้อาหารอร่อยเช่นนี้
"เถ้าแก่! ซอสสีส้มๆ นี่อร่อยมาก เปรี้ยวหวานเผ็ดกำลังดี มีขายแยกหรือไม่?"
"ข้าอยากได้ไอ้น้ำมันพริกหอมๆ นั่น เอาไปคลุกข้าวที่บ้านคงอร่อยเหาะ!"
เถ้าแก่เนี่ยยิ้มแก้มปริ รีบประกาศทันที "มีขายขอรับ! แต่วันนี้มีจำนวนจำกัด เป็นสินค้าสูตรพิเศษจากไร่สกุลหลินเท่านั้น ร้านอื่นไม่มีขาย!"
คำว่า "ร้านอื่นไม่มีขาย" เหมือนตบหน้าเถ้าแก่หลิวฉาดใหญ่ พริกแห้งลดราคาของเขากลายเป็นของไร้ค่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวบ้านยอมจ่ายเงินแพงกว่าเพื่อซื้อซอสกระปุกเล็กๆ แทนที่จะซื้อพริกแห้งราคาถูกเป็นกระสอบ เพราะพวกเขาซื้อ "ความอร่อย" ไม่ใช่แค่ "ความเผ็ด"
สงครามราคาสิ้นสุดลงในวันเดียว โดยที่หว่านเอ๋อร์ไม่ต้องลดราคาสินค้าเลยแม้แต่น้อย
"สุดยอดมากแม่นางหลิน!" เถ้าแก่เนี่ยนับเงินในลิ้นชักด้วยมือที่สั่นเทา "วันนี้กำไรมากกว่าสามวันที่ผ่านมาเสียอีก!"
หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับ แต่ดวงตายังคงฉายแววครุ่นคิด นางมองข้ามฝูงชนที่กำลังมีความสุขกับการกิน ไปยังมุมมืดของตรอกฝั่งตรงข้าม
ความสำเร็จครั้งนี้นำมาซึ่งชื่อเสียงและเงินทอง แต่มันก็เหมือนดาบสองคม แสงสว่างที่เจิดจ้าย่อมดึงดูดสายตาของผู้คน... ทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู
ท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่าน สายตาคมกริบคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่นาง... ไม่สิ จับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนที่กำลังเดินขากะเผลกออกมาช่วยนางเก็บของ... บิดาของนาง หลินต้าไห่
ชายแปลกหน้าในชุดคลุมสีเข้มยืนหลบอยู่ในเงามืด ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตที่คนธรรมดาสัมผัสไม่ได้ แต่สำหรับหว่านเอ๋อร์ที่มีสัญชาตญาณระวังภัยและระบบมิติลับ ขนอ่อนหลังคอของนางลุกชันขึ้นทันที
นางหันขวับไปมองยังทิศทางนั้น แต่ทว่า... ตรงนั้นกลับว่างเปล่า เหลือเพียงความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บผิดปกติ
ลางสังหรณ์บางอย่างบอกนางว่า ศัตรูที่แท้จริงอาจไม่ใช่พ่อค้าหน้าเลือดอย่างตระกูลหลิว แต่เป็นเงามืดจากอดีตที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ครอบครัวของนางทุกขณะ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ความลับของพ่อ]**