ตอนที่ 140

***บทที่ 140: การเริ่มต้นบทใหม่***

เสียงกีบม้าที่บดขยี้พื้นดินดังสะท้านราวกับกลองศึกที่รัวกระหน่ำ ฝุ่นสีแดงตลบฟุ้งจนบดบังแสงตะวันยามเย็น กองธงพยัคฆ์ทมิฬโบกสะบัดอย่างน่าเกรงขาม หลินต้าซานกำด้ามมีดสั้นในอกเสื้อแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เหงื่อกาฬไหลอาบแผ่นหลังที่เย็นเฉียบ

ทว่า... ขบวนม้านั้นกลับไม่ได้ชะลอความเร็วลงที่หน้าประตูรั้วบ้านสกุลหลิน

พวกมันควบตะบึงผ่านไปราวกับพายุร้ายที่ไม่แยแสยอดหญ้าที่ต่ำต้อย เสียงโห่ร้องและเสียงแส้ฟาดม้าดังไกลออกไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้าสู่ชายแดนโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้

"พวกมัน... ผ่านไปแล้ว?" หลินต้าซานทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ขาแข็งแกร่งของอดีตยอดฝีมือพลันอ่อนแรงราวกับปุยนุ่น ลมหายใจที่กลั้นไว้ถูกพ่นออกมาอย่างหนักหน่วง

หลิน หว่านเอ๋อร์หรี่ตามองกลุ่มฝุ่นที่จางหายไปในความมืด นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกเหมือนบิดา แต่ในดวงตาคู่สวยนั้นฉายแววครุ่นคิดลึกล้ำ

"ผ่านไปแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ" นางเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความหนักแน่น "ดูเหมือนพวกมันจะมีภารกิจเร่งด่วนที่ชายแดน หรือไม่ก็... บ้านเราในสายตาพวกมัน ยังเป็นเพียงมดปลวกที่ไม่คุ้มค่าแก่การเสียเวลาลงจากหลังม้า"

คำว่า 'มดปลวก' นั้นบาดลึก แต่มันคือความจริงที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ในครานี้ ความมั่งคั่งที่นางสร้างขึ้นยังถูกซ่อนเร้นภายใต้เปลือกนอกของชาวนา ทว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่เป็นดั่งระฆังเตือนสติ หว่านเอ๋อร์ตระหนักได้ในทันทีว่า... แค่ 'รวย' อย่างเดียว ไม่สามารถปกป้องคนที่นางรักได้

...

กาลเวลาหมุนผ่านราวสายน้ำไหล วันคืนแห่งความหวาดหวั่นในคืนนั้นถูกกลบฝังด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและรวงข้าว

ฤดูเก็บเกี่ยวมาถึงแล้ว

เบื้องหน้าของหลิน หว่านเอ๋อร์ คือผืนแผ่นดินที่ครั้งหนึ่งเคยแห้งแล้ง บัดนี้กลับกลายเป็นสีเขียวขจีและสีทองอร่ามสุดลูกหูลูกตา แปลงสมุนไพรวิญญาณที่นางแอบรดด้วยน้ำจากมิติลับเติบโตงดงามยิ่งกว่าของในวังหลวง โสมคนอวบอ้วน เห็ดหลินจือสีเลือดนกที่แผ่ปราณบริสุทธิ์ และไร่ธัญพืชที่รวงข้าวหนักอึ้งจนโน้มลงแตะพื้น

คนงานในไร่ซึ่งล้วนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน ต่างทำงานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เสียงร้องเพลงพื้นบ้านดังก้องไปทั่วท้องทุ่ง พวกเขามีกินมีใช้ มีเสื้อผ้าใหม่สวมใส่ ไม่ต้องอดอยากเหมือนปีก่อนๆ

"คุณหนูหลิน! ปีนี้ผลผลิตดีเหลือเกิน ขอรับรองว่ากำไรต้องมากกว่าปีก่อนสามเท่า!" หัวหน้าคนงานวิ่งเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

หว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบางเบา นางกวาดสายตามองไปยังบิดาที่กำลังสอนวิธีตากสมุนไพรให้คนงานหนุ่มๆ ร่างกายของหลินต้าซานที่เคยทรุดโทรมจากพิษ บัดนี้ดูแข็งแกร่งราวกับหินผา ผิวพรรณเปล่งปลั่งด้วยฤทธิ์ของอาหารจากมิติ รอยยิ้มของพ่อดูมีความสุขอย่างแท้จริง

นี่คือจุดสูงสุดของเส้นทางแห่งความมั่งคั่งที่นางวาดฝันไว้... แต่มันยังไม่พอ

"แม่นางหลิน" เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น

หว่านเอ๋อร์หันไปมอง พบว่าเป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่เดินถือไม้เท้าเข้ามาหา พร้อมกับชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่ถือตะกร้าไข่ไก่และผักสดมามอบให้

"หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านมีธุระอันใดหรือ?" นางถามอย่างนอบน้อม

"พวกเรา... แค่อยากมาขอบคุณ" หัวหน้าหมู่บ้านมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความเอ็นดูแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก แต่คือความเคารพศรัทธา "ถ้าไม่มีเจ้า หมู่บ้านเราคงไม่รอดพ้นฤดูหนาวปีที่แล้ว และคงไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้เช่นวันนี้... ตอนนี้คำพูดของเจ้าในหมู่บ้าน ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าคำสั่งของข้าเสียอีก"

ชาวบ้านด้านหลังต่างพยักหน้าสนับสนุน แววตาที่มองมาที่นางเปรียบเสมือนมองเทพธิดาเดินดิน

หว่านเอ๋อร์รับรู้ถึงกระแสธารแห่งความศรัทธานั้น นางสูดหายใจลึก ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ความคิดที่ตกผลึกมาตลอดหลายคืนหลังจากเหตุการณ์กองธงพยัคฆ์ทมิฬ บัดนี้ถึงเวลาที่ต้องประกาศออกมา

นางเดินขึ้นไปบนเนินดินเล็กๆ ที่ยกสูงขึ้น เพื่อให้ทุกคนเห็นนางได้ถนัดตา ร่างบางในชุดไหมสีอ่อนดูสง่างามดุจนางพญา

"ท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน พี่น้องทุกคน..." เสียงหวานใสแต่กังวานด้วยพลังภายในดังขึ้น ทำให้ทั่วทั้งไร่เงียบกริบ "ความอิ่มท้องเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความมั่นคงที่แท้จริงหาใช่แค่เงินทองไม่"

หลินต้าซานเงยหน้ามองบุตรสาวด้วยความฉงน เขารู้จักสายตานั้นดี... สายตาของจอมวางแผนที่กำลังจะเดินหมากตาสำคัญ

"ข้า หลิน หว่านเอ๋อร์ ตัดสินใจแล้ว..." นางประกาศก้อง แววตามุ่งมั่นดุจดวงดาว "กำไรจากการขายสมุนไพรปีนี้ ข้าจะไม่เก็บเข้าคลังส่วนตัว แต่ข้าจะนำมาสร้าง 'โรงเรียน' เพื่อให้ลูกหลานของพวกท่านได้เรียนหนังสือ และสร้าง 'สถานพยาบาล' ประจำชุมชน เพื่อให้คนเจ็บป่วยมียารักษา!"

สิ้นเสียงประกาศ เกิดความเงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะดังกระหึ่มราวกับเขื่อนแตก

"โรงเรียน? พวกเราชาวนาจะมีปัญญาเรียนหนังสือหรือ?"

"สถานพยาบาล? ที่รักษาฟรีงั้นรึ?"

"ใช่!" หว่านเอ๋อร์ตอบเสียงหนักแน่น "ต่อไปนี้คนของหมู่บ้านเราจะต้องไม่งมงาย ไม่ถูกใครหลอกลวง และแข็งแกร่งทั้งร่างกายและปัญญา เราจะไม่ใช่แค่หมู่บ้านชาวนาธรรมดา แต่เราจะเป็นรากฐานที่ใครก็ไม่อาจสั่นคลอนได้!"

นางไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงทั้งหมด... ว่าการสร้างโรงเรียนคือการสร้างเครือข่ายข่าวสารและการสร้างบุคลากรที่ซื่อสัตย์ ส่วนสถานพยาบาลคือการสร้างบารมีที่จะดึงดูดผู้มีฝีมือให้เข้ามาพึ่งพา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยร้ายจากอดีตของบิดาที่อาจหวนกลับมาทุกเมื่อ

หลินต้าซานมองบุตรสาวด้วยความภาคภูมิใจและตื้นตัน น้ำตาคลอหน่วยตาคมเข้ม เขาเข้าใจแล้วว่านางไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่เพื่อสร้างเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดให้ครอบครัวและทุกคน

บรรยากาศเต็มไปด้วยความปิติยินดี เสียงสรรเสริญเยินยอดังระงม หว่านเอ๋อร์ยืนมองภาพความสำเร็จของการปิดฉากบทบาท 'เศรษฐีใหม่' เพื่อก้าวสู่บทบาท 'ผู้สร้าง' อย่างเต็มภาคภูมิ

ทว่า... ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลอง

"กรี๊ดดด! ช่วยด้วย! มีคนตาย! ไม่ใช่สิ... มีคนล้มอยู่หน้าประตูไร่!"

เสียงกรีดร้องของคนงานหญิงดังมาจากทางเข้าไร่ ทำลายบรรยากาศชื่นมื่นจนพังทลาย หว่านเอ๋อร์หุบยิ้มทันที สัญชาตญาณระวังภัยตื่นตัวขึ้น นางกระโดดลงจากเนินดินแล้วพุ่งตัวไปที่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว โดยมีหลินต้าซานและคนงานชายฉกรรจ์วิ่งตามไปติดๆ

ที่หน้าซุ้มประตูไม้ไผ่ ร่างของชายผู้หนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นดิน เสื้อผ้าของเขาเก่าขาดรุ่งริ่งราวกับขอทาน แต่เนื้อผ้านั้นหากสังเกตดีๆ กลับเป็นไหมชั้นดีที่ถูกกิ่งไม้เกี่ยวจนขาดวิ่น บนหลังของเขาสะพายห่อผ้าที่เต็มไปด้วยม้วนตำรา

หลินต้าซานรีบเข้าไปพลิกร่างนั้นขึ้นมา ใบหน้าของชายผู้นั้นซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตก แต่สิ่งที่ทำให้หลินต้าซานต้องขมวดคิ้วคือบาดแผลที่ต้นแขน

"แผลกระบี่..." หลินต้าซานกระซิบเสียงเครียด "และไม่ใช่กระบี่ธรรมดา... รอยแผลปราณีตไร้ที่ติ นี่มันฝีมือของยอดยุทธ์"

หว่านเอ๋อร์เพ่งมองชายแปลกหน้า เขาลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ดวงตาคู่นั้นแม้จะอ่อนล้าแต่กลับฉายแววดื้อรั้นและทรงภูมิปัญญาอย่างประหลาด เขาพยายามยกมือที่สั่นเทาขึ้นชี้ไปทางทิศตะวันออก

"หนี... พวกมัน... ตามมา..."

ชายหนุ่มพูดได้เพียงแค่นั้นก่อนจะสิ้นสติไป คอพับลงกับท่อนแขนของหลินต้าซาน

หว่านเอ๋อร์เงยหน้ามองไปตามทิศที่เขาชี้ ท้องฟ้าด้านนั้นเริ่มมืดมิด และในความมืดนั้น นางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจางๆ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาพร้อมกับสายลมยามค่ำคืน

การเริ่มต้นสร้างโรงเรียนของนาง ดูเหมือนจะชักนำเรื่องยุ่งยากเข้ามาเร็วกว่าที่คิดเสียแล้ว!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: โรงเรียนกลางทุ่ง]**