ตอนที่ 142
***บทที่ 142: ผู้มาเยือนจากอดีต***
สายลมเย็นเยือกที่พัดกรรโชกมาเมื่อครู่ มิใช่เพียงลมธรรมชาติที่หอบเอาความหนาวเหน็บยามราตรีมาเยือน หากแต่เป็นกระแสลมที่แฝงมาด้วยกลิ่นอายคาวเลือด เจือจางแต่ชัดเจนในความรู้สึกของผู้ที่เคยผ่านความเป็นความตายมาแล้ว
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตาลงเล็กน้อย แพขนตายาวงอนทาบทับดวงตาคู่สวยที่บัดนี้วาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง นางหันไปสั่งจางหยวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจเด็ดขาด
"อาจารย์จาง พาน้องเล็กกลับเข้าเรือนใหญ่เดี๋ยวนี้ ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด หากไม่มีคำสั่งข้า ห้ามผู้ใดก้าวเท้าออกมาเด็ดขาด"
จางหยวนแม้จะเป็นบัณฑิตคงแก่เรียน แต่สัญชาตญาณความกลัวตายของเขาก็ทำงานได้ดีเยี่ยม เขาไม่เอ่ยถามให้มากความ รีบรวบตำราและจูงมือเสี่ยวเฟิงที่กำลังทำหน้างุนงง วิ่งเหยาะๆ กลับไปยังเรือนพักทันที
เมื่อไร้คนนอก รอยยิ้มการค้าที่มักประดับบนใบหน้าของหว่านเอ๋อร์ก็เลือนหายไป นางยืนนิ่งอยู่กลางลานดิน สูดลมหายใจลึก พลางรวบรวมสมาธิเชื่อมต่อกับ 'มิติลับ' ในห้วงจิตวิญญาณ
'ระบบ สแกนพื้นที่รอบรัศมีสามลี้ เดี๋ยวนี้!'
เพียงชั่วพริบตา ภาพแผนที่สามมิติในหัวสมองของนางก็ปรากฏขึ้น เส้นสายสีฟ้าเรืองแสงวาดโครงสร้างภูมิประเทศของหมู่บ้านตระกูลหลินและป่าโดยรอบอย่างชัดเจน ท่ามกลางความมืดมิดในแผนที่จิต ปรากฏจุดสีแดงเข้มจำนวนสิบสองจุด กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงจากชายป่าทิศตะวันออก มุ่งหน้าตรงมายังไร่ของนาง
การเคลื่อนไหวของพวกมันเป็นระเบียบ เงียบเชียบ และรวดเร็วปานวานร ราวกับได้รับการฝึกฝนมาเพื่อการลอบสังหารโดยเฉพาะ!
"สิบสองคน... ยอดเยี่ยมจริงๆ ดูเหมือนว่าความลับเรื่องตัวตนของท่านพ่อจะถูกขุดคุ้ยเจอแล้วสินะ" หว่านเอ๋อร์พึมพำกับตนเอง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน "คิดจะมาก่อกวนความสงบสุขในไร่ของข้าหรือ? ฝันไปเถอะ!"
นางหมุนตัวเดินตรงไปยังแปลงผักด้านหลังที่บิดากำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบร่องน้ำ
หลินต้าซาน... ชายผู้ที่ชาวบ้านรู้จักในฐานะชาวนาผู้ซื่อสัตย์และขยันขันแข็ง บัดนี้เขายืนนิ่งงัน มือหยาบกร้านที่กำด้ามจอบเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แผ่นหลังที่เคยโค้งงอจากการทำไร่ไถนาค่อยๆ ยืดตรงขึ้น รังสีอำมหิตที่ถูกกดทับไว้มานานหลายปีค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายอึดอัด
เขาไม่ใช่แค่ 'ต้าซาน' ชาวนาผู้โง่เขลาอีกต่อไป แต่เงาแห่งอดีตกำลังทาบทับลงบนร่างของเขา... เงาของ 'องครักษ์หลิน' ผู้เกรียงไกร!
"ท่านพ่อ" หว่านเอ๋อร์เอ่ยเรียกเบาๆ
หลินต้าซานหันขวับ แววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้คมกริบดุจพยัคฆ์ร้าย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นบุตรสาว แววตานั้นก็อ่อนลงเล็กน้อย "หว่านเอ๋อร์... พาเสี่ยวเฟิงหนีไป พ่อจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง"
"หนี? ไร่ของเราอยู่ที่นี่ บ้านของเราอยู่ที่นี่ เราจะหนีไปไหนเจ้าคะ?" หว่านเอ๋อร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางเดินเข้าไปหาบิดา แล้ววางมือบางลงบนท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม "อีกอย่าง... พวกมันมากันแค่สิบสองคน ท่านพ่อคิดว่าบุตรสาวของท่านไร้น้ำยาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
ต้าซานชะงัก "สิบสองคน? เจ้ารู้ได้อย่างไร?"
"ลูกมีวิธีของลูกเจ้าค่ะ" นางตัดบท ก่อนจะหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาวาดแผนผังลงบนพื้นดินอย่างรวดเร็ว "พวกมันกำลังมาทางทิศตะวันออก ผ่านดงไผ่และทุ่งหญ้าคา ท่านพ่อ... ท่านจำกับดักหลุมพรางที่ท่านขุดไว้กันหมูป่าเมื่อเดือนก่อนได้หรือไม่?"
"จำได้"
"ดีเจ้าค่ะ ข้าต้องการให้ท่านไปเปิดปากหลุมนั้น แล้วนำไม้ไผ่เหลาแหลมไปปักเพิ่ม ส่วนข้า... จะไปต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วย 'ของขวัญ' จากธรรมชาติเสียหน่อย"
ดวงตาของหว่านเอ๋อร์เปล่งประกายวาววับ นางไม่ได้หวาดกลัว กลับกัน เลือดในกายกำลังสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น ราวกับแม่ทัพที่กำลังบัญชาการรบในสมรภูมิที่ตนเองเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์
ในขณะเดียวกัน ณ ชายป่าทิศตะวันออก
เงาร่างสวมชุดดำสิบสองสายหยุดชะงักลงบนกิ่งไม้ใหญ่ ไร้เสียง ไร้ร่องรอย หัวหน้ากลุ่มผู้มีนัยน์ตาสีเหล็กกล้ากวาดสายตามองไปยังเรือนไม้ไผ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางไร่ แสงตะเกียงวูบไหวลอดออกมาจากหน้าต่าง ดูอบอุ่นและสงบสุข ช่างขัดแย้งกับเจตนาฆ่าฟันที่พวกมันแบกรับมา
"เป้าหมายคือ หลินต้าซาน อดีตองครักษ์หลินแห่งจวนแม่ทัพ" หัวหน้าชุดดำกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน "นายท่านสั่งมา... ตัดรากถอนโคน อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือสตรี"
"รับทราบ!" เหล่าลูกน้องขานรับแผ่วเบา
"สายข่าวแจ้งว่า มันหลบซ่อนตัวเป็นชาวนาอยู่ที่นี่มาหลายปี ฝีมือคงทื่อลงไปมากแล้ว รีบจัดการให้จบก่อนยามสาม ข้าไม่อยากให้มีพยานรู้เห็น"
กลุ่มชายชุดดำพยักหน้า ก่อนจะดีดตัวออกจากกิ่งไม้ ร่างกายพริ้วไหวกลมกลืนไปกับความมืดมิดของรัตติกาล พวกมันกระจายกำลังออกโอบล้อมไร่สกุลหลินเป็นรูปพัด มั่นใจในฝีมือและจำนวนคนที่เหนือกว่า
ทว่า พวกมันหารู้ไม่ว่า ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงบนผืนดินแห่งนี้ ล้วนตกอยู่ในสายตาของ 'ดวงตาที่มองไม่เห็น' ของหว่านเอ๋อร์
ภายในมิติ หว่านเอ๋อร์เฝ้ามองจุดสีแดงที่เคลื่อนเข้ามาใกล้เขตแดนไร่มากขึ้นเรื่อยๆ นางยืนอยู่ริมหน้าต่างเรือน ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ มือข้างหนึ่งถือถุงเมล็ดพันธุ์พืชประหลาดที่นางเพิ่งแลกเปลี่ยนออกมาจากระบบ อีกมือหนึ่งกำมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ
"ยินดีต้อนรับสู่นรกสีเขียว... หวังว่าพวกเจ้าจะชอบการต้อนรับของไร่สกุลหลินนะ"
นางสะบัดมือเบาๆ เมล็ดพันธุ์ในมือกูร่วงหล่นลงสู่พื้นดินตามจุดต่างๆ ที่นางคำนวณไว้ในหัว พลังจากน้ำพุวิญญาณในมิติถูกดึงออกมาใช้เพื่อเร่งการเจริญเติบโตอย่างบ้าคลั่ง
ต้นไม้ใบหญ้าในความมืดเริ่มขยับไหว ราวกับพวกมันมีชีวิตและกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลเพื่อปกป้องอาณาเขตของตน
บรรยากาศในไร่เปลี่ยนจากความเงียบสงบเป็นความตึงเครียดที่แทบจะบาดผิวหนังได้ เสียงจิ้งหรีดเรไรเงียบเสียงลงอย่างกะทันหัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจของนักล่าและผู้ถูกล่าที่กำลังจะปะทะกัน
หัวหน้าชุดดำส่งสัญญาณมือ สั่งให้ลูกน้องสองคนแรกกระโดดข้ามรั้วไม้ไผ่เข้าไปเพื่อเปิดทาง
*วูบ!*
เงาร่างทั้งสองลอยตัวข้ามรั้วอย่างงดงามและเงียบเชียบ ทว่าทันทีที่เท้าของพวกมันแตะลงบนพื้นดินภายในไร่...
*กร๊อบ!*
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา แต่ในความเงียบสงัด มันกลับดังก้องราวกับเสียงฟ้าผ่า ดวงตาของหัวหน้าชุดดำเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณร้องเตือนถึงอันตรายที่มองไม่เห็น
ไม่ใช่... นั่นไม่ใช่เสียงกิ่งไม้ธรรมดา!
พื้นดินเบื้องหน้าของลูกน้องทั้งสองยุบตัวลงอย่างกะทันหัน ราวกับธรณีสูบ!
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: กับดักธรรมชาติ]**