ตอนที่ 143
***บทที่ 143: กับดักธรรมชาติ***
เสียงหวีดหวิวดังแหวกอากาศ ตามมาด้วยเสียงวัตถุหนักกระแทกก้นหลุมดังทึบ!
"อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นประสานกัน ทำลายความเงียบสงัดของรัตติกาลจนสิ้นซาก สองร่างที่ทะยานข้ามรั้วด้วยท่วงท่าดุจพญาอินทรี บัดนี้กลับร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางลึกสามจั้ง (ประมาณ 10 เมตร) ที่เบื้องล่างมิใช่เพียงดินโคลนธรรมดา แต่เต็มไปด้วยกิ่งหนามและน้ำหมักมูลสัตว์ที่ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล
"กับดัก! ถอย! ทุกคนถอยเดี๋ยวนี้!"
หัวหน้าชายชุดดำคำรามลั่น สั่งการด้วยความตื่นตระหนก ทว่าดูเหมือนคำสั่งนั้นจะมาช้าไปเสียแล้ว
ทันทีที่เท้าของพรรคพวกที่เหลือสัมผัสพื้นดินหน้าแนวรั้ว พืชพรรณที่ดูไร้พิษสงรอบกายก็เริ่มสำแดงฤทธิ์เดช พุ่มไม้เตี้ยๆ ที่พวกเขาพยายามแทรกตัวผ่านหาใช่หญ้ารกชัฏธรรมดา หากแต่เป็น 'ดงหมามุ่ย' สายพันธุ์พิเศษที่หลินหว่านเอ๋อร์รดด้วยน้ำพุวิญญาณมาหลายราตรี
ฝักของพวกมันแห้งกรอบและแตกตัวออกเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบา ละอองขนพิษสีน้ำตาลฟุ้งกระจายไปในอากาศดุจหมอกควันแห่งหายนะ เมื่อสัมผัสถูกผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้า หรือสูดดมเข้าไปแม้เพียงน้อยนิด ความหายนะที่แท้จริงก็บังเกิด
"คัน! ข้าคันเหลือเกิน! นี่มันอะไรกัน!"
"แสบตา! ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย!"
เหล่าชายฉกรรจ์ผู้ผ่านการฝึกฝนวิทยายุทธ์มาอย่างโชกโชน บัดนี้กลับดิ้นทุรนทุรายกลิ้งเกลือกไปกับพื้นดิน สองมือตะเกียกตะกายเกาตามร่างกายจนเลือดซิบ เสื้อผ้าที่รัดกุมถูกฉีกทึ้งออกด้วยความทรมาน ราวกับมีมดไฟนับหมื่นตัวกำลังกัดกินอยู่ใต้ผิวหนัง
หลินหว่านเอ๋อร์ยืนกอดอกมองภาพความโกลาหลนั้นจากระเบียงเรือน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายวาววับ
"ค่ายกลหมามุ่ยสวรรค์... รสชาติเป็นอย่างไรบ้างเล่า?" นางพึมพำเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วส่งสัญญาณต่อไป
เสียง *แกว๊ก! แกว๊ก!* ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางด้านหลังของกลุ่มผู้บุกรุก
ฝูงห่านขาวตัวมหึมานับสิบตัว ซึ่งปกติจะถูกเลี้ยงดูด้วยน้ำวิญญาณจนมีขนาดตัวใหญ่กว่าสุนัขเฝ้าบ้าน พุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้ดุจกองทัพทหารม้าขาว พวกมันกางปีกกว้าง ยืดคอยาวเหยียด และส่งเสียงขู่คำรามที่ฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าสุนัขป่า
จะงอยปากที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าระดมจิกตีใส่แข้งขาและลำตัวของชายชุดดำที่กำลังเสียขวัญจากการคันคะเยอ ความเจ็บปวดจากการถูกจิกผสมผสานกับความคันที่ทวีความรุนแรง ทำให้ศัตรูไร้ซึ่งหนทางตอบโต้
"ช่วยด้วย! ปีศาจ! นี่มันห่านปีศาจชัดๆ!"
หนึ่งในผู้บุกรุกพยายามจะชักดาบออกมาฟันสวน แต่กลับถูกจ่าฝูงห่านกระโดดถีบเข้าที่ยอดอกจนหงายหลังลงไปนอนคลุกกับดงหมามุ่ยอีกคำรบ เพิ่มความทรมานเป็นทวีคูณ
ในจังหวะนั้นเอง แสงคบเพลิงสว่างไสวก็ปรากฏขึ้นรอบทิศทาง
"จับพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
เสียงตะโกนก้องของหลินต้าไห่ดังขึ้น พร้อมกับเหล่าคนงานชายฉกรรจ์ในไร่ที่ถือไม้พลองและจอบเสียมวิ่งกรูเข้ามาล้อมกรอบ สภาพของผู้บุกรุกในยามนี้ช่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก บ้างก็นอนร้องครวญครางในหลุมลึก บ้างก็นอนบิดเร่าด้วยความคัน บ้างก็ถูกห่านไล่จิกจนต้องยกมือยอมจำนน
ใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งก้านธูป กลุ่มชายชุดดำทั้งหกคนก็ถูกมัดมือไพล่หลัง ลากตัวมากองรวมกันที่ลานดินหน้าโรงเก็บฟาง
สภาพของแต่ละคนดูแทบไม่ได้ ใบหน้าบวมเป่ง แดงก่ำ เต็มไปด้วยรอยเล็บข่วนและรอยจิก เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง
หลินหว่านเอ๋อร์เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับตะเกียงในมือ แสงไฟส่องกระทบใบหน้างดงามที่บัดนี้ดูเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก นางกวาดสายตามองเชลยศึกทีละคน ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ชายรูปร่างสันทัดซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า
"ใครส่งพวกเจ้ามา?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจกดดัน
หัวหน้าชุดดำแม้จะคันจนน้ำตาไหลพราก แต่ยังคงกัดฟันแน่น "ฆ่าให้ตายข้าก็ไม่บอก! ถุย!" มันถ่มน้ำลายปนเลือดลงพื้น แสดงความดื้อรั้นเยี่ยงนักฆ่ามืออาชีพ
"โอ้? มีเกียรติยศน่ายกย่อง" หว่านเอ๋อร์หัวเราะเสียงใส ราวกับกำลังฟังเรื่องตลกขบขัน "ข้าเองก็ไม่ใช่คนโหดร้ายทารุณที่จะใช้เหล็กเผาไฟหรือการทรมานทางกายหยาบแบบนั้น..."
นางหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลัง สาวใช้รีบยื่นถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กมาให้ ภายในบรรจุซอสสีแดงสดที่ส่งกลิ่นฉุนกึกจนแสบจมูก
"นี่คือ 'ซอสพริกปีศาจ' สูตรพิเศษของข้า ทำจากพริกอัคคีที่ปลูกด้วยกรรมวิธีลับเฉพาะ ความเผ็ดร้อนของมัน... ว่ากันว่าสามารถทำให้วิญญาณหลุดออกจากร่างได้เลยทีเดียว"
หญิงสาวควงถ้วยในมือเล่นเบาๆ "ในเมื่อพวกเจ้าปากแข็ง ข้าก็แค่อยากจะช่วย 'เปิดปาก' ให้กว้างขึ้นสักหน่อย... บิดา จับปากมัน!"
หลินต้าไห่แม้จะยังงุนงงกับวิธีการของบุตรสาว แต่ก็ทำตามคำสั่งทันที เขาบีบกรามของหัวหน้าชุดดำจนปากอ้ากว้าง หว่านเอ๋อร์ไม่รอช้า เทซอสสีแดงสดกรอกลงไปในลำคอของมันจนหมดถ้วย
"อึก! แค่ก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมลานดินเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่ปฏิกิริยาตอบสนองจะระเบิดออกมา
ใบหน้าของหัวหน้าชายชุดดำเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีม่วงคล้ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปงจนแทบปริแตก ดวงตาเบิกถลนออกมานอกเบ้า น้ำหูน้ำตาและน้ำมูกไหลทะลักออกมาพร้อมกันราวกับเขื่อนแตก
"อ๊ากกกกกก! ร้อน! ร้อนเหมือนกลืนถ่านไฟ! น้ำ! ขอน้ำ!"
มันดิ้นพราดๆ ราวกับปลาถูกทุบหัว ความเผ็ดร้อนของพริกปีศาจไม่ใช่แค่แสบปาก แต่มันเผาผลาญลงไปถึงกระเพาะอาหาร ราวกับมีลาวาร้อนระอุไหลผ่านลำไส้ ความทรมานนี้ร้ายกาจยิ่งกว่าถูกมีดกรีดเนื้อเสียอีก
หว่านเอ๋อร์ย่อตัวลงมองหน้ามันด้วยรอยยิ้มเย็น "น้ำหรือ? ในไร่ข้ามีแต่น้ำผสมเกลือ เจ้าจะรับหรือไม่?... แต่ก่อนอื่น บอกมาว่าใครเป็นนายของเจ้า"
ลูกน้องคนอื่นๆ ที่เห็นสภาพของหัวหน้าต่างพากันตัวสั่นงันงก ใบหน้าที่บวมเป่งซีดเผือดลงทันตา พวกมันไม่เคยเห็นการทรมานที่ดูวิปริตเช่นนี้มาก่อน
หัวหน้าชายชุดดำหอบหายใจรวยริน ลิ้นจุกปากด้วยความบวมเป่ง สติสัมปชัญญะที่เคยเข้มแข็งพังทลายลงต่อหน้าความเผ็ดร้อนระดับนรกแตก
"ยะ... ยอม... ยอมแล้ว..." เสียงของมันแหบแห้งเหมือนคนใกล้ขาดใจ "น้ำ... ขอน้ำ... ข้าจะบอกทุกอย่าง..."
หลินหว่านเอ๋อร์ยืดตัวขึ้น แววตาคมกริบจ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของศัตรู
"ดี... งั้นก็คายออกมาให้หมด ว่าใครเป็นคนสั่งให้พวกเจ้ามาเผาไร่ของข้า"
ชายชุดดำพยายามรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมา ชื่อที่ทำให้หลินต้าไห่ถึงกับชะงักงัน และทำให้บรรยากาศรอบกายเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม
"คนที่ส่งพวกข้ามา... คือคนตระกูล..."
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เบาะแสศัตรู]**