ตอนที่ 146

***บทที่ 146: ตัดขาดบ้านใหญ่ถาวร (ทางนิตินัย)***

แสงอรุณรุ่งสางสาดส่องผ่านม่านหมอกจางๆ หน้าที่ว่าการอำเภอ เสียงกลองร้องทุกข์หน้าศาลดังกึกก้องสะเทือนเลือนลั่น เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมสำหรับครอบครัวหลิน

วันนี้หลินหว่านเอ๋อร์แต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูสะอาดตา ทว่าแววตาของนางกลับคมกริบดุจใบมีด นางประคองบิดา 'หลินต้าซาน' ให้ก้าวลงจากรถม้าอย่างมั่นคง เบื้องหลังของพวกเขาคือชาวบ้านร้านตลาดที่เริ่มมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะข่าวลือเรื่องการ 'ฟ้องร้องตัดขาด' ของครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านย่อมเป็นที่สนใจ

ภายในโถงว่าการ ท่านนายอำเภอนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง เบื้องหลังคือป้ายอักษร 'ซื่อสัตย์สุจริต' ที่ดูน่าเกรงขาม

ทางด้านขวาคือคนของ 'บ้านใหญ่' สกุลหลิน ปู่หลินและย่าหลินนั่งตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ โดยมีอาสะใภ้และอาสามคอยพยุง แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"เจ้าลูกอกตัญญู! กล้าดีอย่างไรถึงลากพ่อแม่แท้ๆ มาขึ้นศาล!" ย่าหลินกรีดร้องเสียงแหลม นิ้วเหี่ยวย่นชี้หน้าด่าทอหลินต้าซาน "ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ ปีกกล้าขาแข็งแล้วคิดจะถีบหัวส่งพวกข้าหรือ?"

เสียงด่าทอทำให้ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มซุบซิบ บ้างก็ส่ายหน้าด้วยความเวทนาคนแก่อย่างย่าหลิน ทว่าหลินต้าซานที่เคยยืนก้มหน้าเจียมเจียม บัดนี้กลับยืดหลังตรง เขาหันไปสบตากับบุตรสาวที่พยักหน้าให้กำลังใจ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกแล้วประสานมือคารวะท่านนายอำเภอ

"เรียนท่านนายอำเภอ" น้ำเสียงของหลินต้าซานสั่นเครือเล็กน้อยแต่หนักแน่น "ข้าน้อยหลินต้าซาน วันนี้มาร้องขอความเป็นธรรม... ข้าต้องการทำเรื่อง 'แยกแซ่และตัดขาดความสัมพันธ์' กับคนบ้านใหญ่สกุลหลินขอรับ"

"บังอาจ!" ปู่หลินตบเข่าฉาด "เลือดข้นกว่าน้ำ เจ้าจะตัดพ่อตัดลูกได้อย่างไร ฟ้าดินจะลงโทษ!"

"เลือดข้นกว่าน้ำงั้นหรือ?"

จังหวะนั้นเอง หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวออกมาข้างหน้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า นางหยิบห่อผ้าเก่าคร่ำคร่าออกมาจากอกเสื้อ ภายในนั้นมีเอกสารสัญญาเก่าแก่ฉบับหนึ่งที่นาง 'ค้นเจอ' (หรืออันที่จริงคือให้นักสืบของสมาคมพ่อค้าไปขุดคุ้ยมาจากหมู่บ้านเดิมของปู่ย่า)

"ท่านปู่ ท่านย่า... พวกท่านแน่ใจหรือเจ้าคะว่าท่านพ่อคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกท่านจริงๆ?"

คำถามนั้นทำให้คนบ้านใหญ่ชะงักกึก สีหน้าของปู่หลินซีดเผือดลงทันตาเห็น

หว่านเอ๋อร์ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ศาลนำไปถวายท่านนายอำเภอ "นี่คือสัญญาซื้อขายทารกเมื่อสี่สิบปีก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อของข้าเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่พวกท่านรับซื้อมาเพื่อหวังใช้งานเยี่ยงทาส ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แม้แต่น้อย!"

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มไปทั่วโถงว่าการ ชาวบ้านต่างเบิกตากว้าง

"ไม่จริง! นางเด็กปีศาจ เจ้าใส่ร้ายข้า!" ย่าหลินหวีดร้อง แต่แววตาลอกแลกฟ้องความจริง

นายอำเภอคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกดู ร่องรอยประทับตราและลายลักษณ์อักษรแม้จะเลือนรางตามกาลเวลา แต่ใจความยังชัดเจน ประกอบกับพยานบุคคลสองสามคนที่หว่านเอ๋อร์จ้างวานให้ไปตามตัวมาจากหมู่บ้านเก่า คนเหล่านั้นต่างเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่จำเหตุการณ์วันที่ปู่หลินอุ้มเด็กทารกแปลกหน้ากลับมาได้

"หลักฐานชัดเจน..." ท่านนายอำเภอกล่าวเสียงเรียบ "หลินต้าซานไม่ใช่บุตรในไส้ แต่เป็นบุตรบุญธรรมที่ถูกซื้อมา"

หว่านเอ๋อร์ฉวยโอกาสนี้ตอกย้ำความจริง "ตลอดสี่สิบปี ท่านพ่อทำงานหนักเยี่ยงวัวควาย หาเงินส่งเสียครอบครัว สร้างบ้านใหญ่โต แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือการถูกทุบตี ให้อดมื้อกินมื้อ และเมื่อข้ากับน้องๆ เกิดมา พวกท่านก็ยังขูดเลือดขูดเนื้อพวกเรา... นี่หรือคือสิ่งที่พ่อแม่ทำกับลูก? นี่หรือคือความกตัญญูที่พวกท่านอ้างถึง?"

หลินต้าซานเลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ จากการถูกเฆี่ยนตีในวัยเด็ก และร่องรอยความตรากตรำที่เกินกว่าคนทั่วไปจะรับไหว ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มเปลี่ยนท่าที จากความสงสารคนแก่กลายเป็นความโกรธแค้นแทน

"สวรรค์! พวกบ้านใหญ่เลี้ยงลูกบุญธรรมไว้เป็นทาสชัดๆ!"

"มิน่าเล่า ตอนแบ่งบ้านถึงให้แต่ที่ดินรกร้างกับบ้านพังๆ"

"คนใจดำอำมหิต! ยังกล้าอ้างความกตัญญูอีกหรือ!"

คำสาปแช่งของชาวบ้านดังระงม ปู่หลินและย่าหลินหน้าแดงสลับเขียวด้วยความอับอาย พวกเขาไม่คิดว่าความลับที่ปิดบังมาทั้งชีวิตจะถูกเปิดโปงกลางศาลเช่นนี้

"ในเมื่อไม่ใช่สายเลือด และมีการทารุณกรรมเกิดขึ้นจริง..." ท่านนายอำเภอตบไม้เบื้องหน้าดัง 'ปัง!' จนทุกคนเงียบกริบ "ศาลขอตัดสิน! ให้หลินต้าซานและครอบครัว ตัดขาดจากบ้านใหญ่สกุลหลินอย่างสมบูรณ์! นับแต่นี้ไป ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางนิตินัย ห้ามมิให้บ้านใหญ่สกุลหลินมาเรียกร้องทรัพย์สิน หรืออ้างสิทธิ์ความเป็นบิดามารดาข่มขู่บุตรหลานบ้านรองอีกเป็นอันขาด หากฝ่าฝืน จะมีโทษจำคุกและโบย!"

พู่กันตวัดลงบนกระดาษคำตัดสิน ตราประทับสีแดงสดถูกกดลงไปอย่างหนักแน่น

วินาทีนั้น หลินต้าซานทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณ น้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจไหลอาบแก้ม มันไม่ใช่ความเศร้า แต่คือความปลดเปลื้อง โซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้กับคำว่า 'ลูกอกตัญญู' ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

"เซ็นชื่อเถิดท่านพ่อ" หว่านเอ๋อร์ประคองบิดาให้ลุกขึ้น ยื่นพู่กันให้

หลินต้าซานจรดปลายพู่กัน เซ็นชื่อลงไปอย่างไม่ลังเล กระดาษแผ่นนั้นคืออิสรภาพของเขาและลูกๆ

เมื่อพวกเขาเดินออกมาจากที่ว่าการอำเภอ แสงแดดดูเหมือนจะสว่างไสวกว่าทุกวัน เสียงก่นด่าสาปแช่งไล่หลังคนบ้านใหญ่ดังไล่ตามมา แต่หว่านเอ๋อร์และบิดาไม่ได้หันกลับไปมอง พวกเขาเดินฝ่าฝูงชนที่แหวกทางให้อย่างเคารพ

"จบแล้วหรือลูก?" หลินต้าซานถามเสียงเบา ราวกับยังไม่เชื่อว่าฝันร้ายจบลงแล้ว

"เจ้าค่ะท่านพ่อ มันจบแล้ว" หว่านเอ๋อร์ยิ้มบางๆ แววตาเป็นประกาย "จากนี้ไป บ้านใหญ่ก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า พวกเขาไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องพวกเรา แม้แต่ปลายเล็บ"

นางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ปัญหาเรื่อง 'หนอนบ่อนไส้' ถูกกำจัดสิ้นซากแล้ว ตอนนี้ครอบครัวของนางมีทั้งเกราะป้องกันจากสมาคมพ่อค้า และเกราะทางกฎหมายจากท่านนายอำเภอ รากฐานมั่นคงแข็งแกร่งดุจหินผา

แต่ทว่า... ความปลอดภัยย่อมต้องใช้เงินบำรุงรักษา

หว่านเอ๋อร์นึกถึงค่าจ้างองครักษ์ ค่าดูแลกิจการ และแผนการขยายไร่ที่วางไว้ เงินที่มีอยู่แม้จะมาก แต่หากใช้จ่ายออกไปโดยไม่หาเพิ่มย่อมร่อยหรอ

"กลับบ้านกันเถอะเจ้าค่ะท่านพ่อ" หว่านเอ๋อร์กล่าวพลางประคองบิดาขึ้นรถม้า "ข้ามีของดีบางอย่างใน 'สวน' ที่อยากให้ท่านดู... ของสิ่งนี้จะทำให้พวกขุนนางและเศรษฐีในเมืองยอมควักเงินในกระเป๋ามาวางแทบเท้าเรา"

ในห้วงมิติของนาง ทุ่งดอกเก๊กฮวยจักรพรรดิและกุหลาบพันปีที่บานสะพรั่งกำลังรอเวลาเก็บเกี่ยว กลิ่นหอมของพวกมันไม่ใช่แค่ความรื่นรมย์ แต่คือกลิ่นของเงินทองมหาศาลที่จะไหลมาเทมา

ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งที่แท้จริงของบ้านรอง... กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: สินค้าพรีเมียม: ชาดอกไม้]**