ตอนที่ 148

***บทที่ 148: การกลับมาของชายหนุ่ม (เปิดเผยตัวตน)***

ฝุ่นผงสีเหลืองนวลที่ตลบฟุ้งจากการควบตะบึงของอาชาศึกนับร้อยตัวค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น กองทหารม้าเกราะดำอันน่าเกรงขามตั้งแถวเรียงรายอย่างเป็นระเบียบวินัยเคร่งครัดที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ของไร่สกุลหลิน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมแทนที่เสียงกึกก้องกัมปนาทเมื่อครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจฟึดฟัดของม้าศึกและเสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ยามทหารขยับกาย

หลินหว่านเอ๋อร์ก้าวลงจากระเบียงร้านด้วยฝีเท้าหนักแน่น ใบหน้างดงามไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าดวงตาหงส์กลับฉายแววเย็นชา นางกวาดสายตามองธงทิวรูปพยัคฆ์คำรามที่โบกสะบัดเหนือหัวขบวน ก่อนจะหยุดสายตาลงที่บุรุษร่างสูงใหญ่บนหลังม้าสีนิลผู้นั้น

"มาเยือนเรือนผู้อื่น ย่อมต้องเคาะประตูถามไถ่" น้ำเสียงของหญิงสาวราบเรียบแต่กังวานใส ทรงพลังพอที่จะแทรกผ่านความกดดันของกองทัพ "แต่นี่เล่นยกพลมาจนฝุ่นตลบ ผักสวนครัวหน้าบ้านข้าเปื้อนฝุ่นจนขายไม่ได้... นี่คือมารยาทของแขกผู้มาเยือนกระนั้นหรือ?"

เหล่าทหารองครักษ์ต่างพากันเบิกตากว้าง สตรีชาวบ้านผู้นี้ช่างบังอาจนัก! นางไม่เพียงไม่หวาดกลัวคมหอกคมดาบ แต่กลับกล้าตำหนิแม่ทัพของพวกเขาเรื่องผักเปื้อนฝุ่น?

ทหารนายหนึ่งกำลังจะชักดาบออกมาสั่งสอนนางให้รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ทว่าบุรุษผู้นำขบวนกลับยกมือห้ามปราม เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอดหมวกเหล็กสีดำสนิทออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่คุ้นตา คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาดุจดวงดาราที่ลึกล้ำ และรอยยิ้มมุมปากที่ดูยี่หวนกวนประสาทเล็กน้อย

"ไม่ได้พบกันนานนะ... แม่นางหลิน"

หว่านเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็น "อ้อ ที่แท้ก็เป็นคุณชายจอมสร้างปัญหานี่เอง ข้านึกว่าใคร นึกว่าหลังจากรอดตายคราวนั้น ท่านจะรู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตัวเสียอีก"

ชายหนุ่มกระโดดลงจากหลังม้าด้วยท่วงท่าสง่างามดุจพยัคฆ์ลงจากภูเขา ผ้าคลุมไหล่สีแดงเลือดนกสะบัดพริ้ว เขาเดินตรงเข้ามาหานาง รัศมีรอบกายเปลี่ยนไปจากคราวก่อนที่ดูเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ บัดนี้เขาสง่าผ่าเผยและเต็มไปด้วยอำนาจราชศักดิ์

เขายกมือขึ้นประสานคารวะนางอย่างนอบน้อม ผิดวิสัยผู้มีอำนาจ "ข้าต้องขออภัยที่ทำให้แม่นางหลินตกใจ และทำให้พืชผลของท่านเสียหาย ข้า... 'จ้าวเฉิน' ยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด"

ทันทีที่เขานามว่า 'จ้าวเฉิน' หลุดออกมาจากปาก ทหารทั้งกองร้อยต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เสียงชุดเกราะกระแทกพื้นดัง *ตึง!* พร้อมเพรียงกันจนพื้นดินสะเทือน

"คารวะท่านอ๋องน้อย! คารวะแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬ!"

เสียงตะโกนก้องกังวานไปทั่วหุบเขา ทำเอาชาวบ้านที่แอบมองอยู่ไกลๆ ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น

จ้าวเฉิน... หรือ 'อ๋องน้อยจ้าว' ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของจวนอ๋องเจิ้นเป่ย ผู้บัญชาการกองทัพพยัคฆ์ทมิฬที่เลื่องชื่อลือนามในการปราบปรามความไม่สงบแถบชายแดน!

หว่านเอ๋อร์กอดอกมองภาพตรงหน้าโดยไม่สะทกสะท้าน แม้ในใจจะแปลกใจเล็กน้อยกับฐานะที่แท้จริงของเขา แต่นางเก็บอาการได้อย่างมิดชิด สำหรับนาง ยศศักดิ์กินไม่ได้ แต่เงินทองสิของจริง

"อ๋องน้อยจ้าวเฉิน..." นางทวนชื่อช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรส "เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ มียศเป็นแม่ทัพใหญ่... เช่นนั้นค่าเสียหายคงคิดราคาธรรมดาไม่ได้แล้วสินะ"

จ้าวเฉินที่กำลังเก๊กท่าขรึมถึงกับมุมปากกระตุก เขาคาดหวังจะเห็นท่าทีตกตะลึง หรือความหวาดเกรงจากนาง แต่สตรีตรงหน้ากลับคิดแต่เรื่องเงิน!

"หว่านเอ๋อร์..." เขาเรียกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ข้าเตรียมมาพร้อมแล้ว แต่จุดประสงค์ที่ข้ามาในวันนี้ มิใช่เพียงเพื่อเยี่ยมเยียนหรือโอ้อวดบารมี"

"แล้วท่านมาทำไม?" หว่านเอ๋อร์ถามพลางแบมือขวาออกไปตรงหน้า เป็นเชิงทวงเงินค่าเสียหายทันที

จ้าวเฉินส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะล้วงตั๋วเงินปึกใหญ่วางลงบนมือนาง "นี่คือค่าทำขวัญและค่าเสียหาย... แต่สิ่งที่ข้าต้องการ คือการพบท่านลุงหลิน"

"ท่านพ่อ?" หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว "ท่านพ่อข้าเป็นเพียงชาวไร่ชาวนา ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จะมีธุระอันใดกับบิดาข้า?"

"ไม่ใช่ธุระของแม่ทัพ แต่เป็นธุระของ 'ผู้ผดุงความยุติธรรม'" สีหน้าของจ้าวเฉินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม แววตาฉายประกายเจ็บปวดลึกๆ "ข้ามาเพื่อขอโทษที่การหลบหนีของข้าในคราวก่อน นำภัยมาสู่ครอบครัวเจ้า ทำให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อนจากการตามล่าของมือสังหารเหล่านั้น"

เขาหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะหันไปมองทางตัวบ้านที่บิดาของหว่านเอ๋อร์เพิ่งเดินออกมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก

หลินต้าซาน บิดาของหว่านเอ๋อร์ ยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นธงพยัคฆ์และใบหน้าของจ้าวเฉิน มือไม้ของเขาสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื้นตันระคนตกใจ

จ้าวเฉินเดินฝ่าวงล้อมเข้าไปหาหลินต้าซาน ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นดินด้วยความเคารพสูงสุด ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าทหารและหว่านเอ๋อร์

"ท่านอาหลิน..." จ้าวเฉินเอ่ยเสียงเครือ "ข้า... จ้าวเฉิน บุตรชายของจ้าวเหว่ย กลับมาแล้ว... ข้ากลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูล และล้างมลทินให้แก่สหายร่วมรบของท่านพ่อ!"

หลินต้าซานน้ำตาคลอเบ้า เขารีบประคองร่างสูงสง่านั้นขึ้น "คุณชายน้อย... ท่านยังไม่ลืม... ท่านยังไม่ลืมพวกเรา"

หว่านเอ๋อร์มองภาพนั้นด้วยความงุนงง นางรู้ว่าบิดามีอดีตที่ซับซ้อน แต่ไม่นึกว่าจะเกี่ยวข้องกับจวนอ๋องเจิ้นเป่ยถึงเพียงนี้

จ้าวเฉินลุกขึ้นยืน สบตาหลินต้าซานอย่างมุ่งมั่น "คดีกบฏเมื่อสิบปีก่อน... หลักฐานชิ้นสุดท้ายถูกค้นพบแล้ว ขาดเพียงพยานปากเอกที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ ข้าจึงนำขบวนเกียรติยศมารับท่านอาหลินเข้าเมืองหลวง เพื่อเป็นพยานสะสางบัญชีแค้นในครั้งนี้!"

หว่านเอ๋อร์กำตั๋วเงินในมือแน่น สมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว การไปเมืองหลวงหมายถึงการก้าวเข้าสู่ดงงูเห่าและถ้ำเสือ การเมืองในราชสำนักอันตรายยิ่งกว่าโจรป่าร้อยเท่า

"ช้าก่อน!" หว่านเอ๋อร์แทรกขึ้นกลางวง "ท่านจะพาพ่อข้าไปเสี่ยงตายงั้นหรือ? ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ท่านคิดว่าชีวิตคนธรรมดาเป็นเพียงหมากในกระดานของท่านหรือไร?"

"ข้าสาบานด้วยเกียรติของตระกูลจ้าว!" จ้าวเฉินหันมาสบตานาง แววตามั่นคงดุจขุนเขา "แม้ข้าจะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องปลายเล็บของท่านอาหลิน!"

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน หว่านเอ๋อร์จ้องมองจ้าวเฉินอย่างชั่งใจ ขณะที่หลินต้าซานมองบุตรสาวสลับกับชายหนุ่ม

ทันใดนั้น เสียงม้าร้องโหยหวนดังขึ้นจากท้ายขบวน ทหารลาดตระเวนเร่งรีบควบม้าฝ่าเข้ามา รายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

"เรียนท่านแม่ทัพ! สายสืบรายงานว่า... กลุ่มมือสังหารจาก 'หอโลหิต' กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราแล้ว!"

จ้าวเฉินหน้าถอดสี หันขวับไปมองหว่านเอ๋อร์และหลินต้าซาน

"ดูเหมือนความลับจะรั่วไหล..." จ้าวเฉินกัดฟันกรอด "หว่านเอ๋อร์ ข้าไม่มีเวลาอธิบายแล้ว เราต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้! หากท่านอาหลินอยู่ที่นี่ ไร่ของเจ้าจะกลายเป็นสนามรบ!"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: การตัดสินใจของพ่อ]**