ตอนที่ 149
***บทที่ 149: การตัดสินใจของพ่อ***
สายลมกรรโชกแรงหอบเอาฝุ่นทรายปลิวว่อน บรรยากาศที่เคยสงบสุขหน้าเรือนสกุลหลินพลันแปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คำว่า 'หอโลหิต' เปรียบประดุจคำสาปที่ทำให้ใบหน้าของจ้าวเฉินซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"หอโลหิต..." หลินต้าซานพึมพำ แววตาที่เคยซื่อบริสุทธิ์แบบชาวนาพลันเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว รังสีอำมหิตที่ซุกซ่อนมานานนับสิบปีค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายเย็นเยียบ "พวกมันยังตามกัดไม่ปล่อยดุจหมาล่าเนื้อ"
จ้าวเฉินก้าวเข้ามาขวางหน้าร่างของหลินต้าซานและหว่านเอ๋อร์ มือจับที่ด้ามกระบี่แน่น "ท่านอาหลิน พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด หากท่านยังอยู่ที่นี่ ไร่สุขสำราญที่หว่านเอ๋อร์ทุ่มเทสร้างมากับมือจะต้องพังพินาศในกองเพลิง น้องหญิงและน้องชายของนางอาจได้รับอันตราย"
คำพูดนั้นเสียดแทงเข้าไปในหัวใจของชายวัยกลางคน หลินต้าซานหันไปมองบุตรสาวคนโตที่ยืนกำหมัดแน่น ดวงตาคู่งามของนางฉายแวววิตกกังวลแต่ก็แฝงด้วยความดื้อรั้น เขาหันไปมองเรือนหลังใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ แปลงผักที่เขียวขจี และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่แว่วมาจากด้านหลังเรือน
นี่คือบ้าน... คือสวรรค์บนดินที่บุตรสาวของเขาสร้างขึ้น เขาจะยอมให้เปลวไฟแห่งความแค้นในอดีตมาเผาผลาญที่แห่งนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
"ข้าจะไป"
น้ำเสียงของหลินต้าซานราบเรียบแต่หนักแน่นดุจหินผา
"ท่านพ่อ!" หว่านเอ๋อร์ร้องท้วง นางก้าวเข้ามาจับแขนบิดาแน่น "ท่านจะไปกับเขาไม่ได้นะเจ้าคะ เมืองหลวงมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด ร่างกายท่านเพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่นาน ข้าไม่ยอม!"
หลินต้าซานวางมือหยาบกร้านลงบนศีรษะของบุตรสาว ลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความรักและความรู้สึกผิด "หว่านเอ๋อร์ ลูกพ่อ... พ่อหนีความจริงมานานเกินไปแล้ว หากพ่ออยู่ที่นี่ พวกเจ้าทุกคนจะเดือดร้อน พ่อต้องล่อพวกมันออกไป... ไปให้ไกลจากที่นี่"
"แต่ว่า..." หว่านเอ๋อร์พยายามจะหาเหตุผลมาคัดค้าน แต่นางเป็นคนฉลาด นางรู้ดีว่าสิ่งที่จ้าวเฉินและบิดาพูดคือความจริง หากมือสังหารระดับพระกาฬบุกเข้ามาที่นี่ แม้นางจะมีมิติลับ แต่ก็ไม่อาจปกป้องทุกคนได้พร้อมกัน ความลับเรื่องมิติอาจแตก และนั่นจะนำหายนะที่ร้ายแรงยิ่งกว่ามาสู่ครอบครัว
นางสูดหายใจเข้าลึก ระงับความสั่นไหวในอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา แววตาของนางเปลี่ยนจากเด็กสาวผู้ตื่นตระหนก กลายเป็นนายหญิงผู้เด็ดขาดแห่งไร่สุขสำราญ
"ตกลงเจ้าค่ะ ข้าให้ท่านไป" หว่านเอ๋อร์กล่าวเสียงเข้ม "แต่ท่านต้องสัญญากับข้า ว่าท่านจะต้องกลับมา... ห้ามตายเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่!"
หลินต้าซานยิ้มจางๆ พยักหน้า "พ่อสัญญา"
หว่านเอ๋อร์ไม่รอช้า นางหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในเรือนอย่างรวดเร็ว อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครเห็นแอบนำสิ่งของจาก 'มิติลับ' ออกมาใส่ห่อผ้า
นางหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสามขวด ภายในบรรจุ 'น้ำทิพย์วารีสวรรค์' เข้มข้นที่นางผสมเองกับมือ สรรพคุณของมันสามารถรักษาบาดแผลฉกรรจ์และฟื้นฟูกำลังภายในได้ในพริบตา ต่อให้เหลือลมหายใจเพียงเฮือกเดียวก็ยังยื้อชีวิตกลับมาได้ นอกจากนี้ยังมีเนื้อตากแห้งปรุงรสที่ทำจากเนื้อสัตว์อสูรในมิติ ซึ่งให้พลังงานมากกว่าอาหารปกติถึงสิบเท่า และเงินตั๋วแลกเงินปึกใหญ่ที่นางซุกซ่อนไว้
นางหอบห่อผ้าวิ่งกลับออกมา ยัดใส่มือหลินต้าซานอย่างไม่เกรงใจ
"นี่คือยารักษาอาการบาดเจ็บ และเสบียงฉุกเฉิน" นางกำชับเสียงดุ "ขวดสีขาวนี้สำคัญที่สุด หากท่านบาดเจ็บ หรือรู้สึกว่าไม่ไหว ให้ดื่มมันทันที ห้ามงก ห้ามเสียดาย ส่วนเนื้อแห้งนี่กินเวลาหิวโหย มันจะช่วยให้ท่านมีแรงมากกว่าคนทั่วไป"
จากนั้นนางหันขวับไปจ้องหน้าจ้าวเฉิน แววตาดุร้ายราวกับแม่เสือหวงลูก "ส่วนท่าน... จ้าวเฉิน! ข้ามอบพ่อของข้าให้ท่านดูแล หากท่านพาเขากลับมาไม่ครบสามสิบสองประการ หรือปล่อยให้เขามีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว... ข้าสาบานว่าจะตามไปถล่มจวนอ๋องของท่านให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
จ้าวเฉินสะดุ้งโหยงกับคำขู่ที่ดูเหมือนจะทำจริงของนาง เขารีบประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมยิ่งกว่าตอนคุยกับฮ่องเต้เสียอีก "ข้าสาบานด้วยเกียรติของตระกูลจ้าวและศีรษะของข้า ข้าจะปกป้องท่านอาหลินด้วยชีวิต!"
เสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฝุ่นตลบอบอวลมาจากทิศทางของชายป่า
"ไม่มีเวลาแล้ว! เชิญท่านอาหลินขึ้นรถม้าเร็วเข้า!" จ้าวเฉินเร่งเร้า
หลินต้าซานก้าวขึ้นรถม้า แต่ก่อนจะเข้าไปในตัวรถ เขาหันกลับมามองหว่านเอ๋อร์เป็นครั้งสุดท้าย ภาพของบุตรสาวที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าเรือน ชายเสื้อพลิ้วไหวตามแรงลม นางดูเข้มแข็งและสง่างามกว่าที่เขาเคยคิดไว้มาก
"หว่านเอ๋อร์..." เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "ดูแลน้องๆ... ดูแลตัวเอง... ดูแลไร่ของเรา... พ่อฝากทุกอย่างไว้ที่เจ้าแล้วนะ"
"ท่านไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง" หว่านเอ๋อร์เชิดหน้าขึ้น กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา "รีบไปจัดการเรื่องยุ่งๆ ของท่านให้จบ แล้วรีบกลับมาขุดดินพรวนดินชดใช้เวลาที่หายไปเสีย... ไป!"
หลินต้าซานหัวเราะเบาๆ ทั้งน้ำตา ก่อนจะมุดเข้าไปในรถม้า จ้าวเฉินกระโดดขึ้นม้าศึก ตะโกนสั่งการทหารองครักษ์เสียงดังก้อง
"คุ้มกันขบวนรถม้า! ตีฝ่าวงล้อมออกไปทางทิศเหนือ ล่อพวกมันไปให้พ้นจากหมู่บ้าน!"
"รับทราบ!"
ขบวนรถม้าและทหารม้าควบตะบึงออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและรอยล้อรถที่บดลงบนพื้นดิน หว่านเอ๋อร์ยืนมองจนกระทั่งขบวนรถลับสายตาไปที่ทางโค้ง นางรู้ดีว่าการที่พ่อเลือกเส้นทางนี้ ก็เพื่อดึงดูดความสนใจของ 'หอโลหิต' ให้ตามล่าเขาไป แทนที่จะมาวุ่นวายที่ไร่
ความเงียบเข้าปกคลุมหน้าเรือนชั่วขณะ ความโศกเศร้าจากการจากลาเกาะกุมหัวใจ แต่นางไม่มีเวลามานั่งฟูมฟาย
ทันใดนั้น หูของหว่านเอ๋อร์ก็ได้ยินเสียงสวบสาบจากพุ่มไม้ใกล้ทางเข้าไร่ แม้ขบวนหลักของศัตรูจะไล่ตามรถม้าไปแล้ว แต่นางสัมผัสได้ถึงสัญชาตญาณอันตรายบางอย่าง สายตาของนางตวัดไปมองยังทิศทางนั้น แววตาที่เคยห่วงหาอาลัยพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาและอำมหิตดุจราชินีมาร
นางไม่ใช่เด็กสาวชาวไร่ผู้อ่อนแออีกต่อไป บัดนี้นางคือเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน
หว่านเอ๋อร์หันกลับมาสั่งการคนงานชายสองคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดทรงอำนาจ
"ปิดประตูรั้วเดี๋ยวนี้! ลงกลอนให้แน่นหนา เตรียมธนูและหอกไม้ไผ่ที่ข้าเคยให้ทำไว้ ใครหน้าไหนที่ไม่ใช่คนของเรารุกล้ำเข้ามาในเขตไร่แม้แต่ครึ่งก้าว..."
นางเว้นจังหวะ มือเรียวบางหยิบเคียวเกี่ยวข้าวที่วางพิงอยู่ข้างรั้วขึ้นมาถือไว้ แสงแดดยามบ่ายสะท้อนคมเคียววาววับ
**"ฆ่า... อย่าให้เหลือ!"**
**[โปรดติดตามตอนต่อไป: ราชินีแห่งไร่สุขสำราญ]**