ตอนที่ 150

***บทที่ 150: ราชินีแห่งไร่สุขสำราญ***

สิ้นเสียงตวาดกึกก้องกัมปนาทที่ประกาศกร้าวว่าจะสังหารไม่ให้เหลือ บรรยากาศรอบรั้วเรือนตระกูลหลินพลันเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ เหล่าคนงานที่เคยหวาดหวั่นต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่มองไปยังคุณหนูหลิน หว่านเอ๋อร์ ไม่ใช่แววตาที่มองเด็กสาวตัวเล็กๆ อีกต่อไป แต่มันคือแววตาแห่งความยำเกรงดุจมองนางพญาผู้กุมอำนาจเป็นตาย

เสียงสวบสาบในพุ่มไม้เงียบหายไป ราวกับผู้บุกรุกสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างบอบบางนั้น จึงล่าถอยกลับไปอย่างเงียบเชียบ

หลิน หว่านเอ๋อร์ ลดเคียวในมือลง แววตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลัง

"เปิดประชุม... เรียกคนงานทุกคนมารวมตัวกันที่ลานหน้าเรือน เดี๋ยวนี้!"

ไม่ถึงครึ่งก้านธูป คนงานชายหญิงกว่าสามสิบชีวิตต่างมายืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงกระซิบกระซาบ แม้แต่ลมหายใจยังพยายามผ่อนให้เบาที่สุด

ร่างระหงของหลิน หว่านเอ๋อร์ ก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นหินยกระดับหน้าเรือน นางยืนสงบนิ่ง มือไพล่หลัง ท่วงท่าองอาจดุจแม่ทัพใหญ่เบื้องหน้ากองทัพนับหมื่น

"พวกเจ้าคงเห็นแล้วว่าบิดาข้ามีภารกิจต้องเดินทางไกล" นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงกังวานใสแต่หนักแน่น "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ไร่สุขสำราญแห่งนี้ อยู่ภายใต้การบัญชาการของข้า... หลิน หว่านเอ๋อร์ แต่เพียงผู้เดียว"

สายตาของนางกวาดผ่านใบหน้าคนงานทีละคน ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจ

"ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากังวล ข้ารู้ว่าข้างนอกนั่นมีข่าวลือ และมีคนจ้องจะเล่นงานเรา แต่จงจำไว้... ตราบใดที่พวกเจ้าภักดีและทำงานของตนให้ดีที่สุด ข้าสัญญาว่าข้าวสารจะไม่ขาดหม้อ เงินค่าจ้างจะไม่ขาดมือ และใครหน้าไหนที่กล้ามารังแกคนของข้า มันผู้นั้นจะต้องเสียใจที่เกิดมา!"

คำพูดนั้นปลุกขวัญกำลังใจให้ฮึกเหิมขึ้นมาทันตาเห็น แต่หว่านเอ๋อร์รู้ดีว่าแค่คำพูดปลุกใจยังไม่พอ นางต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไร้เสาหลักอย่างบิดา

"อาหนิว!" นางเรียกชื่อคนงานร่างกำยำผู้ซื่อสัตย์

"ข...ขอรับ คุณหนู!"

"ข้าแต่งตั้งให้เจ้าเป็น 'หัวหน้าหน่วยพิทักษ์' คัดเลือกชายฉกรรจ์ที่ไว้ใจได้ห้าคน จัดเวรยามเฝ้าระวังรอบรั้วไร่ตลอดสิบสองชั่วยาม หากเห็นสิ่งผิดปกติ ให้เป่านกหวีดไม้ไผ่ทันที ห้ามปะทะโดยพละการ เข้าใจหรือไม่!"

"รับทราบขอรับ!" อาหนิวรับคำเสียงดัง

"ป้าจาง" หว่านเอ๋อร์หันไปทางหญิงวัยกลางคนที่มีฝีมือทำอาหารและละเอียดรอบคอบ "ท่านรับตำแหน่ง 'หัวหน้าฝ่ายเสบียงและคลังสินค้า' ดูแลบัญชีเข้าออกของวัตถุดิบทุกอย่าง ห้ามให้มีหนูเล็ดลอดเข้าไปกัดกินแม้แต่ตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็นหนูจริงๆ หรือหนูสกปรกที่เป็นคน!"

"เจ้าค่ะ คุณหนู!"

"ส่วนลุงหวัง ท่านเป็นผู้มีความรู้เรื่องดิน ข้าแต่งตั้งท่านเป็น 'หัวหน้าฝ่ายเพาะปลูก' ดูแลการลงแปลงผักชุดใหม่ และ..."

หว่านเอ๋อร์เว้นจังหวะ นิ้วเรียวชี้ไปยังทิศตะวันออก ที่ซึ่งภูเขาลูกย่อมตั้งตระหง่านอยู่ติดกับเขตไร่เดิม เป็นพื้นที่รกร้างที่ยังไม่มีใครบุกเบิก

"...เตรียมคนงานให้พร้อม พรุ่งนี้เราจะเริ่มขยายพื้นที่เพาะปลูกไปยังตีนเขาลูกนั้น ข้าจะเปลี่ยนป่ารกชัฏให้กลายเป็นสวนผลไม้สวรรค์และแปลงสมุนไพรล้ำค่า!"

เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่คนงาน การบุกเบิกที่ดินใหม่ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่อนายท่านไม่อยู่ แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของหว่านเอ๋อร์ทำให้ข้อกังขาเหล่านั้นมลายหายไป นางมี 'มิติลับ' ที่อุดมไปด้วยเมล็ดพันธุ์วิเศษและน้ำทิพย์ นางมั่นใจว่าภูเขาลูกนั้นจะกลายเป็นขุมทรัพย์ที่สร้างเม็ดเงินมหาศาล เพื่อใช้เป็นทุนรอนในการปกป้องครอบครัวและรอคอยการกลับมาของบิดา

"เลิกประชุมได้! แยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ของตน!"

เหล่าคนงานแยกย้ายกันไปอย่างกระตือรือร้น บรรยากาศหดหู่เมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความวุ่นวายที่เป็นระเบียบภายใต้การจัดการของ 'นายหญิง' คนใหม่

ตลอดทั้งวัน หว่านเอ๋อร์ไม่ได้หยุดพัก นางเดินตรวจตราทุกจุด แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างฉับไว ทั้งเรื่องระบบน้ำเข้านาที่ติดขัด เรื่องปุ๋ยหมักที่ต้องเร่งผสม และการวางกับดักขวากหนามตามจุดบอดของรั้วไร่ ความเหนื่อยล้าทางกายถาโถมเข้ามา แต่จิตใจของนางกลับแกร่งกล้ายิ่งกว่าหินผา

ยามอัสดง ดวงตะวันสีแดงชาดกำลังจะลับเหลี่ยมเขา ทอแสงสีส้มอาบไล่ไปทั่วไร่สุขสำราญที่เขียวขจี

หลิน หว่านเอ๋อร์ เดินขึ้นไปยังหอสังเกตการณ์สูงสามชั้นที่นางสั่งให้ช่างไม้เร่งสร้างขึ้นเมื่อเดือนก่อน มันตั้งอยู่บนเนินดินที่สูงที่สุดของไร่ สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ทั้งแปลงผักที่เรียงรายเป็นระเบียบ บ่อปลาที่ผิวน้ำสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ และแนวรั้วที่บัดนี้แน่นหนาดุจป้อมปราการ

สายลมยามเย็นพัดกรรโชกแรงจนชายชุดผ้าไหมสีครามของนางสะบัดพลิ้วไหว เส้นผมดำขลับปลิวสยายไปตามลม หว่านเอ๋อร์ยืนเกาะราวระเบียงไม้ สายตามองฝ่าความมืดสลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามา

เบื้องหน้าคือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง เบื้องหลังคือบ้านที่นางต้องปกป้อง

นางสูดลมหายใจลึก รับกลิ่นดินและกลิ่นต้นกล้าเข้าเต็มปอด ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มิใช่ความสุขสำราญใจ แต่เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันต่ออุปสรรคทั้งปวง

"พ่อจ๋า... ท่านวางใจเถิด" นางกระซิบกับสายลม "ไม่ว่าจะเป็นหอโลหิต คู่แข่งทางการค้า หรือภัยธรรมชาติหน้าไหน หากกล้าล่วงล้ำเข้ามาในอาณาจักรของข้า ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่า... นรกบนดินมีจริง"

นางยืนหยัดท้าทายฟ้าดินอย่างโดดเดี่ยวแต่ทนงองอาจ เบื้องล่างคือไร่นาที่นางสร้างมากับมือ เบื้องบนคือท้องนภาที่นางสาบานจะเป็นผู้ค้ำยันไว้เอง

บัดนี้ 'ไร่สุขสำราญ' ได้มีราชินีผู้ปกครองอย่างแท้จริงแล้ว!

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: เงาอดีตและคลื่นใต้น้ำ]**