ตอนที่ 156

***บทที่ 156: กลยุทธ์ตัดราคา***

สายลมหนาวพัดกรรโชก หากแต่บรรยากาศภายในห้องโถงบ้านสกุลหลินกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเปลวเพลิง เสี่ยวเฟิงเดินงุ่นง่านไปมาดุจหนูติดจั่น ใบหน้าของเด็กหนุ่มฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด ต่างจากหลินหว่านเอ๋อร์ที่นั่งจิบชาเก๊กฮวยอย่างใจเย็น ราวกับข่าวร้ายที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงนกเสียงกา

"ท่านพี่! ท่านยังจะใจเย็นอยู่อีกหรือขอรับ?" เสี่ยวเฟิงโพล่งขึ้นมาในที่สุด "ราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง! ท่านเข้าใจความหมายหรือไม่? ชาวบ้านร้านตลาดที่หาเช้ากินค่ำ ย่อมต้องเลือกของที่ถูกกว่าอยู่แล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป สินค้าของเราจะขายไม่ออก แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปหมุนเวียน!"

หลินหว่านเอ๋อร์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง *กึก* เบาๆ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้น้องชายหยุดเดินและหันมามอง

"เสี่ยวเฟิง... เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูลเฉินถึงกล้าหั่นราคาลงมาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนั้น?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อ

"เพราะพวกเขาต้องการทำลายเรา..." เสี่ยวเฟิงตอบเสียงอ่อย

"นั่นเป็นเพียงเป้าหมาย แต่ไม่ใช่เหตุผล" หว่านเอ๋อร์ลุกขึ้นเดินไปหยุดที่หน้าต่าง "เหตุผลที่แท้จริงคือ 'ต้นทุน' ของพวกเขาต่ำกว่าเรามาก ไม่ใช่เพราะพวกเขาเก่งกาจในการจัดการ แต่เป็นเพราะพวกเขาลดคุณภาพวัตถุดิบลง... ของดีราคาถูกไม่มีอยู่จริงในโลกการค้า มีแต่ของสมราคา หรือของย้อมแมวเท่านั้น"

"แต่ชาวบ้านไม่รู้เรื่องนั้นนี่ขอรับ!"

"เช่นนั้น... เราก็แค่ทำให้พวกเขารู้" รอยยิ้มมุมปากของนางยกขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เสี่ยวเฟิงรู้สึกขนลุกซู่ "เตรียมรถม้า ขนเตาและกระทะใบใหญ่ไปที่หน้าร้านเดี๋ยวนี้ วันนี้ข้าจะเปิดโรงทาน... ไม่สิ เปิดโรงประลองรสชาติ!"

...

บรรยากาศที่ตลาดกลางเมืองคึกคักผิดหูผิดตา ฝูงชนเบียดเสียดกันแน่นขนัดที่หน้าร้านค้าเครือข่ายของตระกูลเฉิน ป้ายผ้าขนาดใหญ่เขียนด้วยตัวอักษรสีแดงสดสะดุดตาว่า *'ซอสหอยนางรมรสเลิศ ราคาเพียงครึ่งเดียว!'* เสียงตะโกนเชิญชวนของเสมียนร้านดังเซ็งแซ่

"เชิญทางนี้! เชิญทางนี้! ซอสหอยนางรมสูตรลับจากเมืองหลวง รสชาติเหมือนของร้านสกุลหลินไม่ผิดเพี้ยน แต่ราคาถูกกว่าครึ่ง! ช้าหมดอดนะขอรับ!"

ชาวบ้านต่างพากันยื้อแย่งซื้อหาสินค้ากันโกลาหล บางคนหอบหิ้วไหซอสออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ได้ของถูก เถ้าแก่เนี้ยร้านคู่แข่งยืนมองภาพนั้นด้วยความกังวลใจ นางหันไปมองหลินหว่านเอ๋อร์ที่เพิ่งเดินทางมาถึง

"แม่นางหลิน... ท่านดูสิ คนแห่ไปซื้อของตระกูลเฉินกันหมดแล้ว เราต้องลดราคาลงมาสู้หรือไม่?"

"ห้ามลดราคาแม้แต่อีแปะเดียว" หว่านเอ๋อร์สั่งเสียงเฉียบขาด พลางสะบัดชายแขนเสื้อเดินเข้าไปยังพื้นที่หน้าร้านของตนเองที่ถูกจัดเตรียมไว้ นางสั่งให้คนงานจุดไฟตั้งกระทะใบยักษ์ กลิ่นหอมของน้ำมันพริกและซอสหอยนางรม 'ของแท้' เริ่มโชยฟุ้งกระจายไปตามลม

กลิ่นหอมนั้นช่างรุนแรงและยั่วยวน มันไม่ใช่แค่กลิ่นเค็มๆ มันๆ เหมือนของทั่วไป แต่มันมีความหอมลึกซึ้งของสมุนไพร ความหวานจากหอยนางรมที่เคี่ยวจนงวด และความเผ็ดร้อนที่กระตุ้นต่อมน้ำลาย เพียงชั่วพริบตา ฝูงชนที่กำลังมุงซื้อของถูกเริ่มชะงัก จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นที่ลอยมา

"นั่นกลิ่นอะไรน่ะ? หอมเหลือเกิน!"

"กลิ่นมาจากร้านสกุลหลิน!"

หลินหว่านเอ๋อร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้ากระทะ นางตักซอสราดลงบนผักลวกสีเขียวสด ควันฉุยลอยกรุ่น นางมิได้ตะโกนแข่งกับร้านตระกูลเฉิน แต่กลับใช้น้ำเสียงที่ดังพอประมาณ ทว่าเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ

"พี่น้องชาวเมืองทั้งหลาย!" เสียงของนางสะกดให้ผู้คนหันมามอง "ข้าหลินหว่านเอ๋อร์ ทราบดีว่าทุกท่านต่างชื่นชอบของราคาถูก แต่ข้าอยากถามพวกท่านคำหนึ่ง... ท่านซื้อซอสไปเพื่อสิ่งใด? เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า หรือเพื่อให้คนในครอบครัวได้กินของอร่อยและมีประโยชน์?"

นางผายมือไปยังหม้อซอสของตน "วันนี้ข้าไม่ลดราคา แต่ข้า 'ท้าพิสูจน์' ...ใครก็ตามที่ซื้อซอสจากร้านฝั่งตรงข้ามมา เชิญนำมาเทียบกับของข้าที่นี่! ข้าจะตักให้ท่านชิมฟรีๆ หากท่านคิดว่ารสชาติของเขาดีกว่า หรือเหมือนกับของข้า... ข้าหลินหว่านเอ๋อร์ยินดีมอบเงินคืนให้เท่ากับราคาซอสขวดนั้น!"

เสียงฮือฮาดังไปทั่วตลาด นี่เป็นกลยุทธ์ที่บ้าบิ่นยิ่งนัก!

ชายร่างท้วมคนหนึ่งที่เพิ่งซื้อซอสจากร้านตระกูลเฉิน เดินฝ่าวงล้อมเข้ามา "ข้าขอลอง! ข้าเพิ่งซื้อมา ข้าว่ามันก็เค็มๆ หอมๆ ดี จะต่างกันสักแค่ไหนเชียว!"

หว่านเอ๋อร์ยิ้มรับ นางตักผักราดซอสของตนใส่ถ้วยใบเล็กส่งให้ชายผู้นั้น แล้วให้นำซอสที่เขาซื้อมาเทใส่ถ้วยอีกใบเพื่อชิมเปรียบเทียบ

ชายผู้นั้นชิมซอสของตระกูลเฉินก่อน เขาพยักหน้า "ก็... ก็ใช้ได้" จากนั้นเขาจึงตักผักราดซอสของหลินหว่านเอ๋อร์เข้าปาก

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง ร่างกายชะงักค้าง รสสัมผัสที่ระเบิดในปากมันช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว! ซอสของตระกูลเฉินนั้นเมื่อเทียบกันแล้วกลับกลายเป็นเพียงน้ำเกลือผสมแป้งที่มีกลิ่นคาวจางๆ แต่ซอสของหลินหว่านเอ๋อร์นั้นมีความกลมกล่อม หอมหวาน อบอวลไปด้วยรสชาติที่ซับซ้อนแต่ลงตัว

"นี่มัน..." ชายร่างท้วมมองถ้วยในมือสลับกัน "คนละเรื่องเลย! ของตระกูลเฉินมีแต่รสเค็มโดด กับรสแป้งเหนียวๆ แต่ของแม่นางหลิน... มันคือรสชาติแห่งสวรรค์ชัดๆ!"

คำพูดนั้นเหมือนโยนหินลงน้ำ ผู้คนต่างกรูกันเข้ามาขอทดสอบ ทันทีที่ได้ลิ้มรส ความจริงก็ปรากฏชัดแจ้ง เสียงวิจารณ์เริ่มดังขึ้น

"ข้าถูกหลอก! นี่มันแค่น้ำต้มแป้งใส่เกลือชัดๆ!"

"มิน่าล่ะถึงขายถูกกว่าครึ่ง คุณภาพมันไม่ได้เสี้ยวของร้านสกุลหลินเลย!"

"ข้าไม่เอาแล้ว! ข้าจะเอาไปคืน!"

เสี่ยวเฟิงมองดูเหตุการณ์ที่พลิกผันด้วยความตื่นตะลึง เขาขยับมายืนข้างพี่สาว กระซิบถามด้วยความเลื่อมใส "ท่านพี่... ท่านทำได้อย่างไรขอรับ?"

หว่านเอ๋อร์ปรายตามองน้องชาย เอ่ยสอนด้วยน้ำเสียงจริงจังท่ามกลางความวุ่นวาย "จงจำไว้เสี่ยวเฟิง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า 'ความภักดีต่อตราสินค้า' (Brand Loyalty) ...ลูกค้าอาจจะหวั่นไหวไปกับราคาที่ถูกกว่าชั่วคราว แต่ลิ้นของพวกเขาไม่โกหก เมื่อเขาได้รับรู้ถึงความแตกต่าง เขาจะรู้ว่าเงินทุกอีแปะที่จ่ายให้เรานั้นคุ้มค่าเพียงใด การลดราคาแข่ง คือการดูถูกสินค้าของตนเอง แต่การยืนหยัดในคุณภาพ คือการให้เกียรติลูกค้า"

นางหันกลับไปมองฝูงชนที่เริ่มทิ้งขวดซอสราคาถูกและกลับมาต่อแถวที่ร้านของนาง พร้อมประกาศก้อง "และนับจากวันนี้ สินค้าทุกชิ้นของสกุลหลิน มีการรับประกันคุณภาพ! หากรสชาติเปลี่ยนไปแม้เพียงนิด ข้ายินดีคืนเงินสองเท่า! นี่คือสัจจะของหลินหว่านเอ๋อร์!"

เสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านดังกึกก้อง ชัยชนะในสมรภูมิยกแรกตกเป็นของหลินหว่านเอ๋อร์อย่างงดงาม ร้านตระกูลเฉินที่เคยคึกคัก บัดนี้เริ่มเงียบเหงา เสมียนร้านหน้าซีดเผือด รีบเก็บของหนีสายตาดูแคลนของผู้คน

ทว่า... ขณะที่หว่านเอ๋อร์กำลังเก็บกวาดร้าน สายตาของนางเหลือบไปเห็นไหซอสของตระกูลเฉินที่ตกแตกอยู่บนพื้น นางก้มลงใช้นิ้วแตะซอสที่หกเลอะเทอะขึ้นมาดมและแตะที่ปลายลิ้นเล็กน้อย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันทันที

รอยยิ้มแห่งชัยชนะจางหายไป แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกในดวงตา

"ท่านพี่ มีอะไรหรือขอรับ?" เสี่ยวเฟิงถามเมื่อเห็นสีหน้าพี่สาวเปลี่ยนไป

"รสชาติมันแย่ก็จริง..." หว่านเอ๋อร์พึมพำเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน "แต่วิธีการเคี่ยวส่วนผสมพื้นฐาน... ลำดับการใส่เครื่องเทศบางอย่าง... มันเหมือนกับสูตรของข้า"

นางลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากกระโปรง แววตาที่มองไปยังทิศทางของคฤหาสน์ตระกูลเฉินเต็มไปด้วยความอำมหิต

"พวกมันไม่ได้แค่เดาสุ่ม... แต่มีคนบอก 'โครงสร้าง' ของสูตรลับให้พวกมันรู้ แม้จะยังไม่รู้สัดส่วนที่แท้จริง แต่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่"

"ท่านหมายความว่า..." เสี่ยวเฟิงหน้าถอดสี

"ใช่" หว่านเอ๋อร์กัดฟันกรอด "เกลือเป็นหนอน... มีคนทรยศแฝงตัวอยู่ในครัวของเรา"

**[โปรดติดตามตอนต่อไป: หนอนบ่อนไส้]**